เปิดเหตุผล! ทำไมพ่อแม่ชอบเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น พร้อมวิธีรับมือแบบเด็ก Gen Z
ใครเคยถูกครอบครัว 'เปรียบเทียบ' กับคนอื่นบ้าง?
สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน ก่อนที่จะเริ่มอ่านบทความนี้ พี่แป้งขอสอบถามน้องๆ กันก่อนเลยว่า เคยถูกครอบครัวเปรียบเทียบกันไหมคะ? แล้วมีเรื่องอะไรบ้างที่น้องๆ มักจะถูกเปรียบเทียบ?คิดคำตอบไว้ในใจก่อน ไว้เดี๋ยวค่อยมาเล่าให้พี่ฟังนะ
ถ้าพูดถึงเรื่องการถูกครอบครัวเปรียบเทียบ ไม่ว่าจะเป็น การเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือแม้กระทั่งญาติพี่น้องนับว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในหลายครอบครัว และเป็นเรื่องหนักใจของเหล่าวัยรุ่น รวมไปถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง อีกด้วย และคงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้เกิดความห่างเหินกันในครอบครัวได้ค่ะ
ทำไมชอบเปรียบเทียบเรากับคนอื่น?
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้อธิบายเกี่ยวกับสาเหตุที่ ทำไมพ่อแม่ชอบเปรียบเทียบ เอาไว้ว่า
การที่พ่อแม่ชอบเปรียบเทียบอาจเป็นผลมาจากประสบการณ์ในอดีตเช่น ถูกเลี้ยงดูมาแบบที่ถูกเปรียบเทียบในตอนเด็ก หรือต้องการเติมเต็มความฝันของตัวเองที่ไม่สำเร็จในอดีต รวมถึงอาจเป็นวิธีทดแทนเนื่องจากพ่อแม่ไม่เห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่กลับไปแก้ไขไม่ได้
เปรียบเทียบเพราะอยากให้ได้ดี จริงไหม?
จริงอยู่ค่ะที่พวกเขาเปรียบเทียบเพราะความปรารถนาดีอยากกระตุ้นให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น พ่อแม่ทุกคนคาดหวังอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีอยู่แล้ว แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าพ่อแม่บางคนเลือกเปรียบเทียบเพื่อที่จะกดดันเพราะอยากให้ลูกเป็นในแบบที่ตัวเองต้องการให้ได้
คำพูดของพ่อแม่เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลกับเรามากๆแต่ในบางครั้งพวกเขาก็เผลอใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมหรือพูดไปโดยที่ไม่ทันคิดให้ดีก่อนเช่น
“ทำตัวไม่เหมือนคนอื่นเขาเลย”
“ดูสิ ลูกคนอื่นเขายังทำได้เลย”
“ลูกบ้านโน้นเก่งกว่าลูกอีก”
ซึ่งคำเหล่านี้ล้วนบั่นทอนจิตใจ และอาจสร้างแผลในใจให้กับเราไปเลยก็ได้
ผลกระทบที่เกิดจากการถูกเปรียบเทียบ
แน่นอนว่าคงไม่มีใครชอบการถูกเปรียบเทียบอยู่แล้ว และถ้ายิ่งเจอบ่อยๆ เข้าก็ยิ่งส่งผลเสียทั้งในด้านจิตใจ และพฤติกรรมของเหล่าวัยรุ่นอีกด้วย ผลกระทบที่ว่ามีอะไรบ้าง มาดูกัน…
เครียดและกดดัน- เพราะมีภาระและความคาดหวังก้อนโตจากครอบครัวที่ต้องแบกเอาไว้อยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดความเครียด กดดัน วิตกกังวล และทำให้ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข
ลดทอนคุณค่าในตัวเอง- รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ หรือไม่มีความสามารถเหมือนคนอื่น จนขาดความมั่นใจในตัวเอง
กลัวการเข้าสังคม- เมื่อถูกเปรียบเทียบกับคนอื่นอยู่บ่อยๆ จนสภาพจิตใจมีแผล เราก็จะเริ่มหลีกเลี่ยงการออกไปพบปะผู้คน มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างลดลง และเก็บตัวมากขึ้น
กลายเป็นคนไม่สนใจอะไรเลย- พยายามทำทุกอย่างตามที่พ่อแม่คาดหวังอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ยังโดนเปรียบเทียบอยู่ดี จึงเลือกที่จะไม่สนใจหรือรู้สึก เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวด
ศักยภาพในตัวถูกปิดกั้น- เพราะต้องฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดเพื่อความต้องการของครอบครัว จนทำให้ความถนัดที่ตัวเองมีอยู่ไม่ได้เอาออกมาใช้
ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวแย่ลง - โดนเปรียบเทียบบ่อยจนรู้สึกว่าที่บ้านไม่รัก และขาดความเชื่อใจเวลาที่จะเล่าปัญหาต่างๆ ให้ฟัง หรือแม้กระทั่งทะเลาะกันบ่อยขึ้น
ยอมรับให้ได้ว่า 'เราทุกคนล้วนแตกต่างกัน'
No two are exactly alike.คือไม่มีใครสองคนที่เหมือนกันทุกประการ
No two are exactly different. ไม่มีใครสองคนที่แตกต่างกันทุกประการ
แม้ว่าบุคคลทั้งสองจะมีธรรมชาติและสามัญนิสัยของความเป็นมนุษย์เหมือนกันก็ตาม
จากการศึกษาทางจิตวิทยาพบว่า มนุษย์ทุกคนมีความแตกต่างในเรื่องต่อไปนี้
- รูปร่างหน้าตา - มนุษย์จะมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างไปตามเชื้อชาติ พันธุกรรม และสภาพแวดล้อม
- อารมณ์และความรู้สึก- บุคคลแต่ละคนจะมีอารมณ์ต่างกัน อารมณ์และความรู้สึกมีพัฒนาการมาตั้งแต่วัยเด็กที่ได้รับการปรุงแต่งจากการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมให้แตกต่างกันไป
- ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม- ความแตกต่างทางเศรษฐกิจและสังคมก็มีผลทำให้มนุษย์แตกต่างกัน ทั้งในด้านบุภาพ ความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิต
- สติปัญญาและความสามารถ- ความแตกต่างของสติปัญญาและความสามารถ ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม และการศึกษาอบรม
- ความต้องการ- ความต้องการทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งการที่แต่ละคนมีความต้องการต่างกันก็เป็นผลทำให้มีพฤติกรรมต่างกันนั่นเอง
เห็นไหมคะว่า ไม่มีมนุษย์คนไหนบนโลกนี้ที่มีลักษณะทั้งภายในและภายนอกเหมือนกันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะฉะนั้นเราจะต้องยอมรับ ‘ความแตกต่างระหว่างบุคคล’ ให้ได้ รวมถึงครอบครัวเองก็จะต้องยอมรับให้ได้เหมือนกันว่า ลูกของเรา ก็มีดีและแตกต่างไปจากคนอื่นๆ
รับมืออย่างไร เมื่อถูกครอบครัวเปรียบเทียบ?
“คุณรัชดาภรณ์ ศรีวิลัย” นักจิตวิทยาการปรึกษาได้ให้คำแนะนำบนเว็บไซต์ alljitblog ไว้ว่า
การรับมือที่ดีที่สุดคือ การปล่อยวางและไม่ต้องสนใจ ให้คิดว่าเรากับคนอื่นเป็นคนละคนกัน ไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกันได้และควรมองหาข้อดีของตัวเองและภูมิใจกับมันให้ได้
หรือถ้าคิดในแง่บวก เราอาจจะนำคำเปรียบเทียบเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดัน เพื่อพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นก็ได้นะคะ
รู้สึกแย่ที่ถูกเปรียบเทียบ บอกครอบครัวอย่างไรดี?
แนะนำว่าให้พูดคุยกับครอบครัวด้วยเหตุและผลลองบอกไปว่าสิ่งที่เขาพูดเปรียบเทียบเรากับคนอื่น มันทำร้ายจิตใจหรือทำให้เรารู้สึกไม่โอเคยังไงบ้าง บอกความรู้สึกที่แท้จริงของเราให้รู้ไปเลยเพราะพ่อแม่บางคนอาจจะไม่รู้จริงๆ และชอบพูดเปรียบเทียบจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว ซึ่งถ้าเราไม่บอกให้รู้เขาก็จะพูดแบบนั้นไปเรื่อยๆ อย่างน้อยถ้าเราได้บอกความรู้สึกไปอาจทำให้เขาฉุกคิดได้ว่าถ้าพูดแบบนี้ไปลูกจะรู้สึกแย่และเสียใจ
ที่สำคัญเวลาที่เราพูดคุยกับครอบครัว การแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียงเป็นเรื่องที่ต้องระวังมากๆ และควรหลีกเลี่ยงคำพูดรุนแรงที่อาจทำร้ายจิตใจ เพื่อถนอมน้ำใจคนในครอบครัวรวมถึงตัวเราเองด้วยนะคะ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ 'กำลังใจ'
องค์กร Teen Skills ได้อธิบายไว้ว่า “เมื่อวัยรุ่นขาดกำลังใจหรือแรงจูงใจ มักจะทำให้พวกเขาขาดความมั่นใจในตัวเอง มีทัศนคติที่ไม่ดี หรือแม้แต่ปัญหาด้านพฤติกรรม”
เพราะฉะนั้น กำลังใจจากคนในครอบครัวจึงถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าหากว่ายังโดนเปรียบเทียบอยู่ น้องๆ ควรบอกครอบครัวไปเลยว่า เราอยากได้กำลังใจมากกว่าการโดนเปรียบเทียบ และบอกเหตุผลไปได้ด้วยว่าถ้าเราได้กำลังใจจะทำให้เราเป็นยังไงบ้าง เช่น หนูจะรู้สึกดีใจและมีความสุขมากๆ ที่พ่อแม่เข้าใจความต้องการหนู ลองดูนะคะ อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้พวกเขาเห็นใจและเข้าใจเรามากขึ้น
ถ้าบอกไปแล้ว แต่พ่อแม่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี?
หากการเปรียบเทียบนั้นเกิดมาจากประสบการณ์ส่วนหนึ่งของพ่อแม่ การจะคาดหวังให้เข้าใจกันโดยง่ายคงเกิดขึ้นได้ยาก ดังนั้น ควรยอมรับความจริง และพยายามเข้าใจพ่อแม่ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน งานอดิเรก การทำงาน หรือแม้แต่การใช้ชีิวิต ย่อมถูกเปรียบเทียบได้ตลอดเวลา หากเรายอมรับตัวตนของเรา เคารพตนเอง มั่นใจในสิ่งที่ทำ และไม่นำความรู้สึกที่ถูกเปรียบเทียบมาบั่นทอนกำลังใจการก้าวไปข้างหน้าแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การพิสูจน์ตนเองให้เห็นว่า เราสามารถทำได้ดีในแบบของเรา ไม่จำเป็นต้องเป็นเหมือนใคร
รับมืออย่างไร ไม่ให้รู้สึกแย่ไปมากกว่าเดิม?
ชาวGen Z ส่วนใหญ่มักจะมีความกล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าถาม เป็นตัวของตัวเองสูง พร้อมที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และต้องการการยอมรับของสังคม ดังนั้นการเพิกเฉยหรือโต้เถียงรุนแรงอาจไม่ใช่ทางออกที่ดี พี่แป้งแนะนำให้ทำดังนี้
- ถอยออกมาตั้งหลักก่อน หยุดคิดเรื่องที่บั่นทอนจิตใจ
- อย่าลืมใจดีกับตัวเองบ้าง และให้กำลังใจตัวเองบ่อยๆ
- พยายามคิดบวกเข้าไว้ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ
- ลองระบายความรู้สึกให้คนที่เราไว้ใจฟัง เช่น เพื่อน แฟน หรือปรึกษาจิตแพทย์
พี่แป้งเชื่อว่าเราทุกคนสามารถพัฒนาตัวเองได้ อาจจะช้าหน่อยแต่ก็ไม่เห็นเป็นไร และไม่จำเป็นว่าเราจะต้องเก่งเหมือนใครด้วย เราสามารถเก่งในแบบของเราได้เหมือนกันค่ะยังไงก็ขอเป็นกำลังใจกับน้องๆ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาอยู่นะคะ สุดท้ายนี้น้องๆ คนไหนกำลังเจอกับเรื่องแบบนี้อยู่สามารถมาแชร์เรื่องราวและพูดคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยน้า :)