โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสียงสะท้อน 'น้ำท่วมอีสาน' เหตุรัฐสร้างเขื่อน บริหารน้ำผิดพลาด โครงการขนาดใหญ่ล้มเหลว

Khaosod

อัพเดต 03 พ.ย. 2565 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2565 เวลา 03.36 น.
เสียงสะท้อน 'น้ำท่วมอีสาน' เหตุรัฐสร้างเขื่อน บริหารน้ำผิดพลาด โครงการขนาดใหญ่ล้มเหลว

เสียงสะท้อน 'น้ำท่วมอีสาน' เหตุรัฐสร้างเขื่อน บริหารจัดการน้ำผิดพลาด โครงการขนาดใหญ่ล้มเหลว จี้กระจายอำนาจจัดการน้ำให้อยู่ในมือชุมชน

วันที่ 3 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่วัดบ้านอีโก่ม ต.เทอดไทย อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำอีสาน และเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชี จัดเสวนาเรื่อง “เสียงสะท้อนคนลุ่มน้ำชี ถึงนโยบายการบริหารจัดการน้ำที่รวมศูนย์ของรัฐ” มีชาวบ้านกว่า 300 คนเข้าร่วม โดยทั้งหมดเห็นพ้องให้ยุติโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น โครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล และขอให้เร่งดำเนินแก้ไขปัญหาผลกระทบจากเขื่อนในหลายพื้นที่ เช่น เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อย รวมทั้งการศึกษาและประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ในการจัดการน้ำภาคประชาชนแบบมีส่วนร่วม เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ให้เหมาะสมกับการจัดการน้ำที่ประชาชนเข้าถึงและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

นายจันทรา จันทาทอง กรรมการเครือข่ายชาวบ้านน้ำชีตอนล่าง จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า นโยบายของรัฐทำให้ชาวบ้านเจอปัญหา ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมทำให้พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านเสียหาย กระทบต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้าน ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป ประเพณีวัฒนธรรมบางอย่างสูญหาย ซึ่งชาวบ้านพยายามเรียกร้องต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่หน่วยงานรัฐเตะถ่วงกระบวนการแก้ปัญหา ผลลัพธ์ที่พี่น้องเรียกร้อง รัฐกลับเลือกผลักดันนโยบายมาให้แทนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ด้าน นายนิมิต หาระพันธ์ กรรมการเครือข่ายชาวบ้านน้ำชีตอนล่าง จ.ยโสธร กล่าวว่า ความมั่นคงในการประกอบอาชีพเปลี่ยนแปลงไป จากเคยมีวัว ควาย นาข้าว ป่าทาม ตอนนี้หายไปหมดแล้ว ก่อนการสร้างเขื่อนไม่เคยอดอยู่อดกิน หาอยู่หากินได้ตลอด หลังจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำชีถึงปัจจุบัน แม่น้ำชีถูกกระทำจากการจัดการน้ำที่ล้มเหลวของรัฐ ประชาชนเดือดร้อนและต้องมารับผลที่เกิดขึ้น พ.ศ. 2553-2554 เราเริ่มเรียกร้อง เมื่อรัฐสร้างเขื่อนก็ควรต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นด้วย

นายสิริศักดิ์ สะดวก เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำอีสาน กล่าวว่า เราควรมองไปถึงโครงสร้างในการพัฒนา การกำหนดนโยบายการจัดการน้ำในประเทศไทย ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำกว่า 20 หน่วยงาน กฎหมายกว่า 30 ฉบับ แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ผู้ที่รับชะตากรรมคือประชาชน

น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรมากกว่า 2 เดือน ต้องอพยพขนสิ่งของ วัวควาย เป็นความเดือนร้อนจากการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลวของรัฐ ในอดีตเรามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับแม่น้ำชี มองน้ำชีเป็นวิถีชีวิต ไม่ได้แยกน้ำออกจากวิถี เป็นความผูกพันที่มีต่อแม่น้ำ แต่พอมีนโยบาย โขง ชี มูล วิถีชีวิตประชาชนเปลี่ยนไปเพราะรัฐพยายามจัดระเบียบในการใช้น้ำโดยใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการเข้ามาควบคุม

“เขื่อนถูกสร้างขึ้นขวางกั้นแม่น้ำชี 6 ตัว พอสร้างเสร็จเมื่อประมาณปี 2543 มีการทดลองกักเก็บน้ำก็สร้างปัญหาขึ้นมาทันที ทำให้ชาวบ้านเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นการสร้างฝายยาง แต่ในความเป็นจริงคือการสร้างเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่เกษตรยาวนานและขยายวงกว้าง ทำให้ชาวบ้านต้องได้รับชะตากรรมที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม เขื่อนเหล่านี้ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งได้จริง”นายสิริศักดิ์ กล่าว

นายสิริศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในอดีตก่อนการสร้างเขื่อนเคยมีน้ำท่วมเกิดขึ้น เป็นน้ำหลาก น้ำมาแล้วก็ไป แต่ปัจจุบันคือน้ำขังท่วมซ้ำซาก ในหลักการของชาวบ้านนอกจากเจอนโยบายโครงการ โขง ชี มูล แล้ว ยังต้องกังวลและลุกขึ้นมาเรียกร้องแบบปฎิเสธโครงการโขง เลย ชี มูล ที่กำลังดำเนินการ

โดยผลกระทบจากโขงชีมูล ยังไม่ได้รับการแก้ไข ตนมีข้อเสนอ 1.ให้ยุติการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น โครงการ โขง เลย ชี มูล 2.เราจะทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์(SEA)การจัดการน้ำชีภาคประชาชนแบบมีส่วนร่วม

ขณะที่ น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันนโยบายไม่ได้เรียกว่าการสร้างเขื่อนหรือฝายแล้ว แต่เรียกโครงการผันน้ำซึ่งเป็นวิธีการของรัฐที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่มองแล้วล้มเหลวเหมือนโครงการจัดการน้ำที่ผ่านมา โดยหลังรัฐประหารรัฐบาลไม่เข้าใจการจัดการน้ำ แต่เข้าใจการจัดการน้ำเป็นวัตถุ และบอกว่าจะทำให้เจริญแต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น

“การสร้างเขื่อนไม่สามารถจัดการปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งได้ เขื่อนกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่กีดขวางทางน้ำ ชาวบ้านได้รับความเจ็บปวดจากการสร้างเขื่อน วิถีชีวิตเปลี่ยนไป ปลาที่เคยหาง่ายก็หายไป เหลือแต่ปลาที่อยู่ในอุตสาหกรรมการประมง รัฐและนายทุนผูกขาดการสร้างเขื่อนทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ รัฐละเมิดและทำร้ายสิทธิของประชาชนหลายอย่าง การใช้อำนาจของรัฐไม่เห็นหัวประชาชน ประชาชนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ความล้มเหลวเกิดจากรัฐและนายทุนผูกขาด อีสานถูกมองว่า โง่ จน เจ็บ แห้งแล้ง ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมาตลอด ดังนั้นต้องขับเคลื่อนการเมืองภาคประชาชน ต้องเป็นการขับเคลื่อนเพื่อสิทธิชุมชน”น.พ.นิรันดร์ กล่าว

รศ.ดร.สมชัย ภัทรธนานันท์ ผู้เชี่ยวชาญประจำวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า 30 ปี โขง ชี มูล แม่น้ำชี ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เราสามารถใช้น้ำได้อย่างอิสระ แต่ต่อมารัฐมีอำนาจในการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศ ทั้งคน ดิน น้ำ ป่า ออกกฎหมายควบคุมทุกอย่าง รัฐเข้ามาจัดการน้ำแต่เพียงผู้เดียว น้ำคือทรัพยากรของรัฐที่รัฐเป็นเจ้าของ ทั้งๆที่น้ำเกิดมาจากธรรมชาติไม่ได้เกิดจากรัฐ

ดังนั้นควรดึงอำนาจจากรัฐออกมาสู่ประชาชน รัฐต้องกระจายอำนาจมาให้ประชาชน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำได้ หากรัฐยังจัดการน้ำอยู่ปัญหาก็จะเกิดขึ้นไม่จบไม่สิ้น โครงการต่าง ๆ กลายเป็นดังขนมหวานของรัฐ ผลประโยชน์อยู่ที่รัฐ แต่ความเดือดร้อนอยู่ที่ประชาชน โครงการโขง ชี มูล เป็นโครงการที่ตกยุคไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...