EURO เตรียมเปิดจองซื้อหุ้น IPO เคาะราคาหุ้นละ10.60 บาท
EURO มั่นใจตลาด luxury ยังไปได้สวย เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ระดมทุนTop up การเติบโตธุรกิจ Luxurious & High Quality Living เปิดจองซื้อหุ้น IPO ราคาหุ้นละ 10.60 บาท 31 ม.ค. – 2 ก.พ.นี้
นายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มลูกค้าระดับลักชัวรี่ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดี และมีโอกาสได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมใช้จ่ายหากพึงพอใจในสินค้าและบริการ
ขณะที่โครงการบ้านระดับลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรีในประเทศไทยปี 2565 เปิดตัวรวมทั้งสิ้น 1,218 ยูนิต สูงสุดในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา (ข้อมูลจาก CBRE Research)
“เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีหนี้ครัวเรือนสูง แต่ดีเวลลอปเปอร์ทุกรายยังต้องขยายธุรกิจ ส่วนใหญ่จึงหันมาเล่นตลาด luxury House เพราะเป็นกลุ่มเดียวที่ยังมีเงินจ่าย แบงค์ยังปล่อยกู้อยู่แต่ถ้าแบงค์ไม่ปล่อยกู้คนกลุ่มนี้ก็ยังมีเงินสดซื้อ ซึ่งคนเหล่านี้เป็นลูกค้าเราหมดเลยส่งผลให้แม้ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจยังไม่แน่นอนเรากลายเป็นบริษัทที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
แม้แต่ในช่วงโควิดเราก็ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ว่าสาขาในห้างจะถูกปิด นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าราคาไม่มีผลกระทบในแง่ของตลาด luxuryเพราะฉนั้นเรามั่นใจว่า luxury Brand ยังไปได้ดีมาก”
ทั้งนี้ บริษัทวางแผนการขยายโชว์รูมใหม่เพิ่มอีก 3 แห่งได้แก่
1) Euro Creations Flagship Gallery at Phuket เพื่อขยายตลาดใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีโรงแรม รีสอร์ต และวิลล่าหรู โดยมีพื้นที่ขายประมาณ 1,094 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดดำเนินการภายในไตรมาส 2 ของปี 2567
2) Euro Creations Gallery at Thonglor Soi 5 มีพื้นที่ขายประมาณ 1,635 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดดำเนินการภายในไตรมาส 2 ของปี 2567 ด้วยการคัดสรรแบรนด์สินค้าระดับลักซูรี่เพิ่มเติมและสร้างตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
3) Euro Creations Gallery at Thonglor Soi 1 มีพื้นที่ขายประมาณ 4,280 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดดำเนินการภายในไตรมาส 4 ของปี 2569 เพื่อขยายตลาดที่กว้างขึ้นทั้งด้านดีไซน์และราคา โดยการคัดสรรสินค้าจากเจ้าของแบรนด์สินค้าระดับโลกเพื่อขยายตลาดและรองรับฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ จากปัจจุบันที่มี โชว์รูมที่เปิดบริการแล้ว 5 แห่ง ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่โชว์รูมเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ประมาณ 5,875 ตารางเมตร เป็น 12,884 ตารางเมตร ภายใน 3 ปี
“สิ่งที่หนุนตลาด luxury Furniture Home มากขึ้นคือ “โควิด” คนมีโอกาสไปเยี่ยมบ้านเพื่อนและได้ไอเดียในการตกแต่งหรือรีโนเวตบ้านใหม่ให้อัพเกรดเท่าเทียมเพื่อน ซึ่งดีมานด์ตรงนี้ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งจุดแข็งของเราก็คือประสบการณ์และฐานลูกค้าที่อยู่กับเรามา20-30 ปี มีการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นกลุ่มที่มีspending power มหาศาล
และเรายังมี Top Brand Luxury อยู่ในมือมากที่สุด ที่ผ่านมาเราพยายามทำธุรกิจตอบโจทย์ทุกจุดที่ยังเป็นที่ต้องการในตลาดหรือเน้นไปที่ตลาด Blue Ocean และไม่เข้าไปยุ่งกับ Red Ocean เพราะเป็นตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนมากนั่นหมายความว่ามีคนตอบโจทย์ลูกค้าแล้ว แต่เราต้องพยายามหาอะไรใหม่ๆทำ”
นางสาวพัทธ์ธีรา จันทจร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงินบริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเพิ่มเติมว่า
“ลูกค้าเราเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและแทบไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงความต้องการในสินค้าแบรนด์เนมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด บวกกับเทรนด์รักสุขภาพทำให้คนหันมาออกกำลังกายมากขึ้นและเทรนด์คนอยู่ที่บ้านกันมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งให้รายได้ของเราเติบโตอย่างมั่นคงมาโดยตลอด”
โดยผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ปี 2563 – 2565 เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 776.59 ล้านบาท 829.49 ล้านบาท และ 1,047.91 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 105.5 ล้านบาท 121.7 ล้านบาท และ 135.9 ล้านบาท เนื่องจากมียอดขายสินค้าและบริการแก่กลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้สินค้าที่นำเข้ามาจัดจำหน่ายเจาะกลุ่มลูกค้าระดับลักชัวรี่ และมีโอกาสได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการ 958.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 138.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.94 เท่า สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 14.3% และอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 73.6% สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่อยู่ในระดับที่ดี
ด้านนายดิถดนัย สังขะรมย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า หลังจาก บมจ. ยูโร ครีเอชั่นส์ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)
ล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต. ได้อนุมัติแบบคำขอฯ และแบบไฟลิ่งมีผลใช้บังคับแล้ว จึงกำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่ราคา 10.60 บาทต่อหุ้น โดยได้พิจารณาจากราคาและจำนวนหุ้นที่นักลงทุนสถาบันเสนอความต้องการซื้อเข้ามา (Book Building) และจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2567
โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยจะใช้ชื่อย่อ “EURO” ในการซื้อขายหลักทรัพย์
ปัจจุบัน บมจ. ยูโร ครีเอชั่นส์ มีทุนจดทะเบียน 152.50 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 305 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วมีจำนวน 125 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 250 ล้านหุ้น
และจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 78 ล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 55 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมจำนวน 23 ล้านหุ้น รวมคิดเป็นร้อยละ 25.57 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้
ทั้งนี้ สัดส่วนการเสนอขายหุ้นสามัญในเบื้องต้นโดยประมาณ ประกอบด้วย
(1) บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ร้อยละ 62.90
(2) นักลงทุนสถาบัน ร้อยละ 19.23
(3) ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ ร้อยละ 15.00 และ
(4) กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ร้อยละ 2.87
สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้
(1) ลงทุนก่อสร้างโชว์รูมใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ โชว์รูมทองหล่อ ซอย 1, ทองหล่อ ซอย 5 และภูเก็ต
(2) ชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อก่อสร้างโชว์รูมใหม่และคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นสำหรับเงินทุนหมุนเวียน และ
(3) เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการและการขยายธุรกิจ