โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สงครามตึงเครียด” ดัน “กองทองคำ” & “กองสินค้าเกษตร” ปีนี้ผลงานพุ่ง... โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย 16.83% & 15.95% ตามลำดับ ส่วน “กองน้ำมัน” ไม่แรง ทำผลตอบแทนได้ +4.94% !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 03 มี.ค. เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2567 เวลา 06.55 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: “ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์” เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการลงทุน โดยเฉพาะความตึงเครียดจาก “สงคราม” ในปัจจุบันที่ทวีอุณหภูมิร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งการเปิดแนวรบใหม่ไม่เว้นแต่ละวันของ “อิสลาเอล” กับ “ฮามาส”, “ฮิซบอลเลาะห์” และ “อิหร่าน” จนโลกกังวลว่าสงครามจะขยายวงออกไปเป็นระดับภูมิภาค
รวมถึงดีกรีความเข้มข้นที่มากขึ้นของสงคราม “ยูเครน-รัสเซีย” ทำให้โลกเริ่มกังวลมากขึ้น ล่าสุดทาง “วลาดิเมียร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียก็ออกมาส่งสัญญาณว่าการสนับสนุนของ “สหรัฐ” ที่เกินขอบเขตอาจก่อให้เกิด “สงครามโลกครั้งที่3” ขึ้นมาได้
ไม่แปลกใจที่ราคา “สินค้าโภคภัณฑ์” ในภาพรวมจะปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะ “ทองคำ” และ “สินค้าเกษตร” และส่งผลให้กลุ่ม “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ประเภทต่างๆ โชว์ผลตอบแทนเขียวยกแผงกันมาเลยในปีนี้
ที่โดดเด่นสุดก็คือ “กองทุนทองคำ” ปีนี้บวกเฉลี่ย 16.83% เลยทีเดียว !!!
ผลงานของกลุ่ม “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ในปีนี้ว่าเป็นยังไงกันบ้าง ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปเอามาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

“กองทุนทองคำ” & “กองทุนสินค้าเกษตร” ปีนี้แรงสุด โชว์ผลตอบแทน +16.83% และ +15.95% ตามลำดับ…คาดราคา “ทอง” ปีหน้ามีโอกาสทะยานแตะ 3,000 ดอลล์

สำหรับ “สินค้าโภคภัณฑ์” ที่กองทุนรวมไทยไปลงทุนอยู่นั้น มี 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ “ทองคำ”, “น้ำมัน” และ “สินค้าเกษตร”
ซึ่งปีนี้ “กองทุนทองคำ” เป็นกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้สูงสุดเฉลี่ย +16.83% ตามการปรับตัวขึ้นที่โดดเด่นของ “ทองคำโลก” ที่เดินหน้าบวกอย่างต่อเนื่องจนขึ้นมาทำสถิติ “สูงสุดตลอดกาล” (All Time High) ไปเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 2,522 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ตั้งแต่ต้นปีบวกมาแล้ว +22.29% (ย้อนหลัง 1 ปี +30.23%)
“โดยตลาดยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะกลาง-ยาว จากดีมานด์ความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นของ ‘ธ.กลาง’ทั่วโลก และกองทุน ‘ETF-ทองคำ’แนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้ม ‘อ่อนค่า’ ตลอดจนยังมีความตึงเครียดของ ‘สงคราม’ ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกและดาวน์ไซด์ค่อนข้างจำกัด”
ทั้งนี้ทางสถาบันชั้นนำอย่าง City Group” และ Bank of America” ให้เป้าหมายทองคำไว้ที่ 3,000 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ เลยทีเดียว แต่ที่มองต่ำกว่านี้ก็มีเช่นเดียวกัน

อีกกลุ่มที่ผลงานดีมากในปีนี้ ก็คือ “กองทุนสินค้าเกษตร” ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +15.95% ซึ่งเป็นผลจากราคาสินค้าเกษตรหลายตัวที่ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อย่าลืมว่า…ทั้ง “รัสเซีย” และ “ยูเครน” เป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะข้าวสาลี, ข้าวโพด, ข้าวบาเลย์ และผลิตภัณฑ์ดอกทานตะวัน
ไม่เพียงเท่านี้ “สภาพอากาศที่แปรปรวนของโลก” ก็ส่งผลต่อผลผลิตของสินค้าเกษตรของโลกด้วยเช่นกัน เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่หนุนให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา

“กองทุนน้ำมัน” & “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ปีนี้ไม่แรง ผลตอบแทน +4.94% และ +0.78% ตามลำดับ…คาดราคาน้ำมัน “Brent” ครึ่งปีหลังเฉลี่ย 89 ดอลล์

ส่วนกลุ่มที่ผลงานอาจไม่โดดเด่นเท่าไรในปีนี้ก็คือ “กองทุนน้ำมัน” ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ยเพียง +4.94% เท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับการเคล่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ Brent” ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 75.87 ดอลลาร์/บาเรล ตั้งแต่ต้นปี +2.19% (ย้อนหลัง 1 ปี -8.11%)
“ล่าสุดทาง สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ’(EIA) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent ในครึ่งหลังปี24 ขึ้นเป็น 89 ดอลลาร์/บาเรล จากครึ่งแรกปี24 ที่ 84 ดอลลาร์/บาเรล แต่อัพไซด์จากปัจจุบันก็ถือว่าไม่มากนัก”
ปิดท้ายกันด้วยกลุ่ม “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ที่เน้นกระจายลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ หลักๆ ได้แก่ ทองคำ, น้ำมัน และสินค้าเกษตร เป็นหลัก ก็มีผลตอบแทนที่ไม่โดดเด่นเช่นเดียวกัน ปีนี้ทำได้เฉลี่ย +0.78% เท่านั้น
แต่โดยภาพรวมก็ถือว่ากลุ่ม “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ในปีนี้นั้นบวกยกแผงกันมาเลยทีเดียว เพียงแต่ “มาก-น้อย” แตกต่างกันไปเท่านั้นเอง
“ความตึงเครียดของสงคราม” ยังจะอยู่กับ “โลกการลงทุน” และยังไม่เห็นวี่แววว่าจะยุติลงในระยะอันใกล้นี้ และยังจะเป็นปัจจัยที่หนุนให้ “ราคาสินค้าโภคภัณฑ์” ต่อไปในระยะข้างหน้านี้ แต่ก็มาพร้อมความผันผวนที่มากด้วยเช่นกัน สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง มีความเข้าใจ อยากกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตแนะนำมีได้ 5 – 15% ของพอร์ตขึ้นกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนเป็นสำคัญ อย่าลืมว่า “สินค้าโภคภัณฑ์” ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมากประเภทหนึ่งนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...