“สงครามตึงเครียด” ดัน “กองทองคำ” & “กองสินค้าเกษตร” ปีนี้ผลงานพุ่ง... โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย 16.83% & 15.95% ตามลำดับ ส่วน “กองน้ำมัน” ไม่แรง ทำผลตอบแทนได้ +4.94% !!!
สาระ Fund วันละนิด: “ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์” เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการลงทุน โดยเฉพาะความตึงเครียดจาก “สงคราม” ในปัจจุบันที่ทวีอุณหภูมิร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งการเปิดแนวรบใหม่ไม่เว้นแต่ละวันของ “อิสลาเอล” กับ “ฮามาส”, “ฮิซบอลเลาะห์” และ “อิหร่าน” จนโลกกังวลว่าสงครามจะขยายวงออกไปเป็นระดับภูมิภาค
รวมถึงดีกรีความเข้มข้นที่มากขึ้นของสงคราม “ยูเครน-รัสเซีย” ทำให้โลกเริ่มกังวลมากขึ้น ล่าสุดทาง “วลาดิเมียร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียก็ออกมาส่งสัญญาณว่าการสนับสนุนของ “สหรัฐ” ที่เกินขอบเขตอาจก่อให้เกิด “สงครามโลกครั้งที่3” ขึ้นมาได้
ไม่แปลกใจที่ราคา “สินค้าโภคภัณฑ์” ในภาพรวมจะปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะ “ทองคำ” และ “สินค้าเกษตร” และส่งผลให้กลุ่ม “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ประเภทต่างๆ โชว์ผลตอบแทนเขียวยกแผงกันมาเลยในปีนี้
ที่โดดเด่นสุดก็คือ “กองทุนทองคำ” ปีนี้บวกเฉลี่ย 16.83% เลยทีเดียว !!!
ผลงานของกลุ่ม “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ในปีนี้ว่าเป็นยังไงกันบ้าง ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปเอามาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
“กองทุนทองคำ” & “กองทุนสินค้าเกษตร” ปีนี้แรงสุด โชว์ผลตอบแทน +16.83% และ +15.95% ตามลำดับ…คาดราคา “ทอง” ปีหน้ามีโอกาสทะยานแตะ 3,000 ดอลล์
สำหรับ “สินค้าโภคภัณฑ์” ที่กองทุนรวมไทยไปลงทุนอยู่นั้น มี 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ “ทองคำ”, “น้ำมัน” และ “สินค้าเกษตร”
ซึ่งปีนี้ “กองทุนทองคำ” เป็นกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้สูงสุดเฉลี่ย +16.83% ตามการปรับตัวขึ้นที่โดดเด่นของ “ทองคำโลก” ที่เดินหน้าบวกอย่างต่อเนื่องจนขึ้นมาทำสถิติ “สูงสุดตลอดกาล” (All Time High) ไปเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 2,522 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ตั้งแต่ต้นปีบวกมาแล้ว +22.29% (ย้อนหลัง 1 ปี +30.23%)
“โดยตลาดยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะกลาง-ยาว จากดีมานด์ความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นของ ‘ธ.กลาง’ทั่วโลก และกองทุน ‘ETF-ทองคำ’แนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้ม ‘อ่อนค่า’ ตลอดจนยังมีความตึงเครียดของ ‘สงคราม’ ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกและดาวน์ไซด์ค่อนข้างจำกัด”
ทั้งนี้ทางสถาบันชั้นนำอย่าง “City Group” และ “Bank of America” ให้เป้าหมายทองคำไว้ที่ 3,000 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ เลยทีเดียว แต่ที่มองต่ำกว่านี้ก็มีเช่นเดียวกัน
อีกกลุ่มที่ผลงานดีมากในปีนี้ ก็คือ “กองทุนสินค้าเกษตร” ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +15.95% ซึ่งเป็นผลจากราคาสินค้าเกษตรหลายตัวที่ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อย่าลืมว่า…ทั้ง “รัสเซีย” และ “ยูเครน” เป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะข้าวสาลี, ข้าวโพด, ข้าวบาเลย์ และผลิตภัณฑ์ดอกทานตะวัน
ไม่เพียงเท่านี้ “สภาพอากาศที่แปรปรวนของโลก” ก็ส่งผลต่อผลผลิตของสินค้าเกษตรของโลกด้วยเช่นกัน เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่หนุนให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา
“กองทุนน้ำมัน” & “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ปีนี้ไม่แรง ผลตอบแทน +4.94% และ +0.78% ตามลำดับ…คาดราคาน้ำมัน “Brent” ครึ่งปีหลังเฉลี่ย 89 ดอลล์
ส่วนกลุ่มที่ผลงานอาจไม่โดดเด่นเท่าไรในปีนี้ก็คือ “กองทุนน้ำมัน” ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ยเพียง +4.94% เท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับการเคล่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ “Brent” ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 75.87 ดอลลาร์/บาเรล ตั้งแต่ต้นปี +2.19% (ย้อนหลัง 1 ปี -8.11%)
“ล่าสุดทาง ‘สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ’(EIA) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent ในครึ่งหลังปี24 ขึ้นเป็น 89 ดอลลาร์/บาเรล จากครึ่งแรกปี24 ที่ 84 ดอลลาร์/บาเรล แต่อัพไซด์จากปัจจุบันก็ถือว่าไม่มากนัก”
ปิดท้ายกันด้วยกลุ่ม “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ที่เน้นกระจายลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ หลักๆ ได้แก่ ทองคำ, น้ำมัน และสินค้าเกษตร เป็นหลัก ก็มีผลตอบแทนที่ไม่โดดเด่นเช่นเดียวกัน ปีนี้ทำได้เฉลี่ย +0.78% เท่านั้น
แต่โดยภาพรวมก็ถือว่ากลุ่ม “กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์” ในปีนี้นั้นบวกยกแผงกันมาเลยทีเดียว เพียงแต่ “มาก-น้อย” แตกต่างกันไปเท่านั้นเอง
“ความตึงเครียดของสงคราม” ยังจะอยู่กับ “โลกการลงทุน” และยังไม่เห็นวี่แววว่าจะยุติลงในระยะอันใกล้นี้ และยังจะเป็นปัจจัยที่หนุนให้ “ราคาสินค้าโภคภัณฑ์” ต่อไปในระยะข้างหน้านี้ แต่ก็มาพร้อมความผันผวนที่มากด้วยเช่นกัน สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง มีความเข้าใจ อยากกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตแนะนำมีได้ 5 – 15% ของพอร์ตขึ้นกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนเป็นสำคัญ อย่าลืมว่า “สินค้าโภคภัณฑ์” ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมากประเภทหนึ่งนั่นเอง