ครอบครัวด.ช.14 ถูก กลุ่มเยาวชน ทำร้ายจนเสียชีวิต วอน ตร.ดำเนินคดีถึงที่สุด หวั่นก่อเหตุซ้ำ
ครอบครัวด.ช.14 ถูก กลุ่มเยาวชน ทำร้ายจนเสียชีวิต วอน ตร.ดำเนินคดีถึงที่สุด หวั่นก่อเหตุซ้ำ
จากกรณี เด็กชายกรวิชญ หรือน้องโอม อายุ 14 ปี เสียชีวิตจากเหตุถูกเยาวชนกลุ่มหนึ่งทำร้ายอย่างอุกอาจริมถนนทางเลี่ยงเมืองในพื้นที่เมืองสุไหงโก-ลก เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางครอบครัวได้ประกอบพิธีฌาปนกิจ ณ วัดชลเฉลิมเขต โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัวและเพื่อนของผู้เสียชีวิต
นายวิชาญ ปู่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องโอม อาศัยอยู่ที่สุไหงโก-ลก กับย่าและทวด ในห้วงนี้ช่วงค่ำจะมีกิจกรรมฝึกซ้อมการเชิดสิงโตที่ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ หลังจบการฝึกซ้อมก็เที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ โดยไม่ได้มีเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้ใด เหตุครั้งนี้ไม่เข้าใจว่าผู้ก่อเหตุคิดอย่างไรจึงได้กระทำการที่รุนแรงมากจนทำให้หลานของตนเสียชีวิต
นายวิชาญ กล่าวต่อว่า วันนี้ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก เพื่อไปสอบถามถึงความคืบหน้าของคดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีดังกล่าวได้อธิบายถึงรายละเอียดในทางคดี และได้ให้ทางครอบครัวดูสำนวนของผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน โดยขณะนี้สามารถจับเจ้าของรถได้แล้ว 1 คน และบุคคลดังกล่าวให้การรับสารภาพแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวไปยังศาลจังหวัดนราธิวาสแล้ว ส่วนเยาวชนที่ก่อเหตุทางศาลจังหวัดนราธิวาสจะออกหมายจับอีก 5 คน
นายวิชาญ กล่าวต่อว่า จากเหตุดังกล่าวอยากขอวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะถึงแม้กลุ่มผู้ก่อเหตุจะเป็นเยาวชน แต่เมื่อมีพฤติกรรมที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจไม่กลัวกฎหมาย ก็อยากให้ดำเนินคดีตามกฎหมายเทียบเท่ากับผู้ก่อเหตุในคดีอาญาทั่วไป เพราะไม่อยากให้ลูกหลานหรือเยาวชนคนอื่นๆ ตกเป็นเหยื่อของเยาวชนที่ชอบใช้ความรุนแรงอีก ส่วนการรับผิดชอบการเยียวยากรณีการเสียชีวิตของหลาน ได้พูดคุยกับทางครอบครัวของผู้ต้องหาแล้ว และได้เรียกเงินจำนวน 1 ล้านบาท
ด้านนางสาวกิ่งการจน์ พี่สาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตอนที่ได้รับทราบข่าวว่าน้องถูกทำร้ายร่างกายตนเองตกใจมาก และเดินทางไปยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อติดตามอาการ ในขณะเดียวกัน คุณหมอได้ออกมาบอกว่า น้องได้เสียชีวิตแล้ว ตนเองรู้สึกเสียใจมาก เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากน้องเองยังมีอนาคตที่สดใสและเป็นความหวังของครอบครัว น้องมีความฝันอยากเป็นตำรวจเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่เดือดร้อนและเป็นเสาหลักให้กับครอบครัว เพราะน้องรับรู้ถึงความยากจนของครอบครัวจึงอยากให้คนในครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
พี่สาวผู้เสียชีวิตกล่าวอีกว่า น้องชายไม่ได้รู้จักกับผู้ก่อเหตุและไม่มีปัญหาอะไรกันมาก่อนเลย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำร้ายกันอย่างรุนแรงจนน้องชายเสียชีวิต อยากให้ทางตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดถือเป็นเยี่ยงอย่างให้กับเยาวชนที่ชอบใช้ความรุนแรงในการก่อเหตุ เนื่องจากปัจจุบันคดีเยาวชนใช้ความรุนแรงมีจำนวนมากขึ้น ไม่มีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้เยาวชนเกรงกลัวต่อกฎหมาย ทั้งนี้หากพฤติกรรมของเยาวชนเข้าข่ายการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ จนถึงขั้นทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต แต่ได้รับโทษสถานเบาแค่เพราะเป็นเยาวชนก็จะทำให้คดีความรุนแรงและความสูญเสียจากเยาวชนมีเพิ่มขึ้น
ส่วนนายเปรมสันต์ พรหมพยัต รองประธานชมรมสิงโตมังกรทองสุไหงโก-ลก กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกศิษย์ในทีมชมรมสิงโตมังกรทองสุไหงโก-ลก เป็นเด็กดี มีวินัย มีความรับผิดชอบ ชอบช่วยเหลือเพื่อนๆ และทีมงาน เชื่อฟังผู้ใหญ่ น้องได้เข้าร่วมทีมในชมรม 1 ปี กว่าแล้ว เป็นเด็กที่ขยันซ้อม เนื่องจากน้องมีความสนใจในเรื่องนี้ด้วย มาฝึกซ้อมทุกวัน มีความตั้งใจในการฝึก กับเพื่อนๆ ในทีมเป็นที่รักของเพื่อนๆ ไม่เคยมีปัญหา น้องเป็นคนมีแววเรียนรู้เร็ว ทางทีมงานได้มีการพูดคุยกันว่าจะปั้นน้องให้มีความเชี่ยวชาญและจะส่งน้องเข้าร่วมการแข่งขันเชิดสิงโตในงานสมโภชเจ้าแม่โต๊ะโมะในปีหน้า
ด้าน พ.ต.อ.เจษฎาวิทย์ อินทร์ประพันธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งทำการสืบสวนสอบสวน จนทราบตัวกลุ่มเยาวชนที่ก่อเหตุและบุคคลที่ร่วมกระทำความผิด จนสามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย (ไม่ใช่เยาวชน) และยึดยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นของกลาง จำนวน 3 คัน ส่วนผู้ร่วมกระทำความผิดที่เหลือเป็นเยาวชน อายุ 15-17 ปี จึงต้องดำเนินการตามกระบวนการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนตามกรอบขั้นตอนของกฎหมาย โดยทางพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนตามกรอบของกฎหมายและได้แจ้งถึงขั้นตอนและความคืบหน้าของการดำเนินการทั้งหมดให้ทางผู้เสียหายได้รับทราบโดยละเอียดแล้ว
พร้อมย้ำว่าการทำร้ายร่างกายผู้อื่น นับเป็นความผิดทางกฎหมาย จำเป็นจะต้องได้รับโทษโดยไม่มีข้อยกเว้น และสำหรับผู้กระทำความผิดในกลุ่มเยาวชนก็มีกฎหมายเยาวชนควบคุมอยู่เช่นกัน โดยเมื่อเยาวชนกระทำความผิดตามกฎหมาย สามารถเอาผิดกับผู้ปกครองฐานผู้มีส่วนต้องรับผิดชอบได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้หากทางญาติผู้เสียชีวิตมีความกังวล หรือมีข้อสงสัยในเรื่องใดสามารถติดต่อโดยตรงถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลกได้เลย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครอบครัวด.ช.14 ถูก กลุ่มเยาวชน ทำร้ายจนเสียชีวิต วอน ตร.ดำเนินคดีถึงที่สุด หวั่นก่อเหตุซ้ำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th