เพื่อน เชื่อ “น้ำเพชร” ไม่รู้เรื่องนี้! วอนสังคมอย่าเพิ่งตัดสินจากคำให้การของคนอื่น
จากกรณี นายหวัง อายุ 33 ปี ผู้เสียหายชาวจีนถูกคนร้ายจับยัดใส่กล่องพลาสติกลงจากห้องพักแห่งหนึ่ง แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. แล้วนำไปกักขังที่รีสอร์ต ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเรียกค่าไถ่ เป็นเงิน 3.93 ล้านบาท
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 18 เม.ย.66 ที่ สน.ลุมพินี เพื่อน ๆ ของ น.ส.เพชรลดา หรือ น้ำเพชร พร้อมครอบครัวและทนายความ ได้เดินทางนำอาหารเตรียมเข้าเยี่ยม ซึ่งทางครอบครัวน้ำเพชร ปฏิเสธไม่ขอให้ข้อมูลใด ๆ กับผู้สื่อข่าว
ทางด้านเพื่อนของน้ำเพชร เผยว่า ตนไม่เชื่อว่าน้ำเพชรจะทำเรื่องนี้ เนื่องจากวันเกิดเหตุน้ำเพชรอยู่กับตน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับคอนโด อีกทั้งช่วงเวลาที่นายหวังหายตัวไป น้ำเพชรก็เป็นคนช่วยตามหา และเดินทางเข้าแจ้งความคนหายที่ สน.ลุมพินี แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ เพราะยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง
โดยกล่าวต่อว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 14 เม.ย.น้ำเพชรไปเที่ยวกับสยามพารากอนกับรุ่นพี่ กระทั่งเวลา 01.50 น.ของวันที่ 15 เม.ย.น้ำเพชรโทรศัพท์หาตนและเล่าว่า ยังไม่ได้นอนเพราะเพื่อนของนายหวัง บอกน้ำเพชรว่าติดต่อกับนายหวังไม่ได้ ทั้งที่ช่วงเย็นน้ำเพชรยังคุยกับนายหวังได้ โดยนายหวังบอกว่าตัวเองจะไปเที่ยวพัทยา
แต่น้ำเพชรสงสัยว่านายหวังอาจจะแอบไปเที่ยวกับสาว ๆ จึงชักชวนตนไปที่คอนโดฯ เพื่อดูกล้องวงจรปิด แต่ทางนิติบุคคลของคอนโดฯ ปฏิเสธ โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้มีคนจีนมาขอดูกล้องไปแล้วรอบหนึ่ง จากนั้นเวลาประมาณ 02.30 น.นายหวังโทรมาหาน้ำเพชรอีกครั้ง โดยบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะอยู่พัทยากับเพื่อนแล้ว ตนจึงแยกย้ายกับน้ำเพชร ก่อนที่ในช่วงเช้าจะไม่สามารถติดต่อนายหวังได้อีก จึงตัดสินใจแจ้งความกับตำรวจ สน.ลุมพินี
สำหรับนายกายที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นกิ๊กของน้ำเพชรนั้น ตามจริงแล้วชื่อบอส ซึ่งก่อนหน้านี้น้ำเพชรได้คบหากับนายหวังมาประมาณ 1 ปี ซึ่งทั้งคู่รู้จักกันผ่านการทำงาน ไม่ใช่การเกาะผู้ชายกินอย่างที่หลายคนเข้าใจ จนเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว น้ำเพชรได้เลิกรากับนายหวัง และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่นายบอสเข้าหาพอดี จึงคบหากับนายบอส
ซึ่งก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 สัปดาห์ นายหวังได้ตามมาง้อน้ำเพชร และทั้งคู่ก็กลับมาคบกัน ตนเชื่อว่านายบอสเกิดความหึงหวง และคาดว่านายบอสจะมีปัญหาเรื่องเงิน จึงอาจวางแผนก่อเหตุดังกล่าว ส่วนกรณีที่นายบอสใช้รถยนต์และคีย์การ์ดของน้ำเพชรก่อเหตุนั้น ปกตินายบอสมักจะใช้รถยนต์ของน้ำเพชรเดินทางตลอด และคีย์การ์ดห้องก็อยู่ในรถคันดังกล่าว
ระหว่างที่น้ำเพชรคนหานายบอส ตนก็ตักเตือนมาตลอด เพราะไม่ชอบพฤติกรรมส่วนตัวของนายบอส แต่ตนเชื่อว่าน้ำเพชรไม่ก่อเรื่องนี้เองแน่นอน เพราะเป็นคนรักครอบครัว ช่วยเหลือครอบครัวทุกอย่าง เชื่อว่าน้ำเพชรไม่รู้เรื่องนี้ วอนสังคมอย่าเพิ่งตัดสินเพื่อนจากคำให้การของนายบอสเท่านั้น