โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหัศจรรย์แห่งเจดีย์ญี่ปุ่น ที่ยืนสู้แผ่นดินไหว-ไต้ฝุ่น

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2568 เวลา 06.47 น.
เจดีย์ 5 ชั้นวัด Horyuji (ภาพจาก http://www.horyuji.or.jp)

ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันมานมนานแล้วว่า แผ่นดินไหวและไต้ฝุ่นไม่สามารถทำให้เจดีย์ 5 ชั้นล้มทลายลงได้ เจดีย์ 5 ชั้น ของญี่ปุ่น ทำไมยืนสู้แผ่นดินไหว-ไต้ฝุ่นได้?

ศ.ฟูซากิชิ โอโมริ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแผ่นดินไหวแห่งมหาวิทยาลัยราชอาณาจักรโตเกียวในยุคเมจิ (พ.ศ. 2411-2455) เป็นบุคคลแรกที่เริ่มพิสูจน์ความเชื่อนี้ ในปี พ.ศ. 2464 ฟูซากิชิได้ทำการทดสอบกับเจดีย์ 6 องค์ หลังจากนั้นเขาก็ได้ข้อสรุปว่า

“แผ่นดินไหวไม่มีพลังเพียงพอที่สามารถล้มเจดีย์ห้า 5 ชั้นของญี่ปุ่นได้”

ถัดจากนั้นอีก 2 ปี ข้อเสนอของ ศ.ฟูซากิชิ ดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ “Kanto” ทำให้อาคารส่วนใหญ่ในโตเกียวราพนาสูร แต่สำหรับเจดีย์แล้ว เช่น เจดีย์องค์หนึ่งที่วัด Ikegami Honmonji กลับไม่เป็นอะไรเลย

และเมื่อไม่นานมานี้ ในปี พ.ศ. 2538 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ “Hanshin-Awaji” เจดีย์ 3 ชั้น 15 องค์ในเมืองเฮียวโก รวมทั้งอีก 5 องค์ในเมืองโกเบ และเจดีย์ในเมืองตะการาซูกะ, เมืองอิตามิ, เมืองอะมากาซากิ และเมืองซูโมโต อีกเมืองละ 1 องค์ ทั้งหมดไม่ได้รับอันตรายอะไรเลย

ความทนทานของเจดีย์ต่อแผ่นดินไหว และไต้ฝุ่นเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ในต้นพุทธศตวรรษที่ 25 โรหัน โกดะ ได้แต่งนวนิยาย เรื่อง Goju no to” (เจดีย์ห้าชั้น) ซึ่งเป็นเรื่องของการแข่งขันระหว่างช่างไม้ฝีมือดี 2 คน ในการสร้างเจดีย์ของวัด Tennoji ในอำเภอยานากา เมืองเอโดะ (ปัจจุบันคือเมืองโตเกียว) ในยุคโตกุกาวา (พ.ศ. 2146-2460)

ในนิยายเรื่องนี้ โรหันได้พรรณนาถึงเจดีย์ระหว่างที่เกิดไต้ฝุ่นว่า

“เจดีย์ 5 ชั้นถูกพายุเขย่าจนโอนไปเอนมา ยอดฉัตร 5 ชั้นแกว่ง อัญมณีศักดิ์สิทธิ์ที่ยอดเจดีย์ก็โยกไหวจนดูรูปร่างไม่ออก แม้ว่าลมสามารถเคลื่อนหินใหญ่ได้ แม้ฝนสามารถเซาะกระดองเต่าได้ แต่เจดีย์ก็ยังคงโอนเอน แล้วก็กลับมาตั้งตรง แล้วก็โยกเยกอยู่อย่างนี้ ประหนึ่งว่ามันจะล้มลงมาทุกชั่วขณะจิต…”

การพรรณนาถึงการสั่นสะเทือนของเจดีย์ประดุจใบไม้ไหวบนกิ่ง หาได้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น โรหันบอกกับอิซูมิ ยานาจิดะ นักวิจารณ์วรรณกรรมว่า ขณะที่เขากำลังเขียนนวนิยายเรื่องนี้ เขาอยู่ที่เจดีย์ Tennoji ในคืนที่เกิดพายุหนัก

แต่เจดีย์สามารถโอนเอนจนดูเหมือนจะล้มแล้วกลับมาตั้งได้อย่างไร?

นายซึเนกาสุ นิชิโอกะ ช่างไม้ประจำวัด ซึ่งเป็นผู้อำนวยการการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์องค์ตะวันตกของวัด Yakushi อธิบายว่า

“เจดีย์ที่ดูมั่นคงแข็งแรงนั้น ถ้าหากมีการเข้าไม้ที่ดีที่มุมของจันทัน* ในขณะที่ก่อสร้างเจดีย์ก็จะเอนไปมาและก็กลับเข้าที่ ซึ่งถ้าไม่ทำเช่นนี้ เจดีย์ก็จะล้มได้”

เจดีย์ญี่ปุ่นมีส่วนประกอบต่างๆ มากมายที่ทำให้มันสามารถทนทานต่อแรงแผ่นดินไหว

ลักษณะสถาปัตยกรรมของเจดีย์ญี่ปุ่นเช่นนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ ศ.ฟูซากิชิ เชื่อว่า ไม่มีแผ่นดินไหวใดที่จะสามารถทลายเจดีย์ 5 ชั้น ของญี่ปุ่น ได้

วิทยาสถาปัตย์

แล้วเจดีย์ 5 ชั้น ของญี่ปุ่น มีวิธีการก่อสร้างอย่างไร?

โดยปกติเจดีย์ 5 ชั้นมีเสาแกนกลางที่ใหญ่และหนา เรียกว่า shimbashira” ซึ่งยาวจากฐานไปถึงยอดเจดีย์ shimbashira จะทำหน้าที่เป็นเสาเอกของโครงสร้างทั้งหมด ซึ่งจะยึดส่วนประกอบอื่นๆ เอาไว้ shimbashira มักจะทำด้วยไม้หลายชิ้นต่อเข้าด้วยกัน ดังนั้นจึงทำให้ขาดความแข็งแรงอยู่บ้าง แต่ shimbashira เพียงแต่รับน้ำหนักของมันเองและน้ำหนักของเครื่องยอด ฉะนั้นบางทีเจดีย์อาจจะถูกค้ำยันด้วยเสาด้านใน shitem-bashira” รอบๆ เสาแกน และเสาด้านนอก gawabashira” อีก 12 ต้น

ด้วยเหตุที่รูปทรงของเจดีย์ที่แคบสอบขึ้นสู่ยอดนั้น ช่างจะประกอบชิ้นส่วนชนิดหนึ่งเข้าไป เรียกว่า kudahashira ปกติมันจะอยู่ที่ฐานเสาซึ่งตั้งอยู่บน taruki (จันทันใหญ่) ของหลังคาชั่นล่าง kudahashira เป็นส่วนประกอบชิ้นเล็กๆ ที่รับน้ำหนักโดยตรงจากชั้นที่อยู่เหนือขึ้นไป หาใช่เสา shimbashira ที่รับน้ำหนักของเจดีย์ทั้งองค์ไม่

เจดีย์แต่ละชั้นจะมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมคล้ายหมวกแก๊ปที่เพียงแต่ตั้งอยู่บนยอดของจันทันของชั้นล่าง หรืออาจจะกล่าวได้ว่า เจดีย์ 5 ชั้นเหมือนกับการนำเอาหมวกแก๊ปมาตั้งทับต่อๆ กัน

แม้แต่ในปัจจุบัน วิศวกรสมัยใหม่ก็ไม่สามารถอธิบายได้อย่างแน่ชัดว่า โครงสร้างของเจดีย์ 5 ชั้นสามารถทนต่อแรงแผ่นดินไหวและไต้ฝุ่นได้อย่างไร มากสุดอาจจะสันนิษฐานได้ว่า ความยืดหยุ่นของข้อต่อในองค์เจดีย์อาจจะช่วยดูดซับแรงจากแผ่นดินไหว ทำให้เจดีย์ไม่เอนมากเกินไปจนล้มลงได้

มีทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจ ในเจดีย์มีเสา shimbashira ยาวตลอดจากฐานถึงยอดเจดีย์ เสา shimbashira จะทำหน้าที่เหมือนลูกตุ้มที่ดูดซับพลังงานจากแผ่นดินไหว ดังนั้นจึงช่วยรักษาอาคารไว้ได้

เรือนตุ๊กตา

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปตรวจสอบเจดีย์ไม้ในประเทศจีน และดูว่าเจดีย์จีนแตกต่างกับเจดีย์ญี่ปุ่นมากน้อยเท่าไร ชายคาของเจดีย์ญี่ปุ่นนั้นจะยื่นออกมามากกว่าเจดีย์จีน ทั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศแบบฝนตกชุกของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังสัมพันธ์กับความสามารถในการทนทานต่อแรงแผ่นดินไหวและลมพายุด้วย

ชายคาที่ยื่นยาวของเจดีย์ญี่ปุ่นจำเป็นต้องมี taruki ขนาดใหญ่ไว้รับน้ำหนัก และทำหน้าที่เป็นตัวถ่วงดุลน้ำหนักบนจุดศูนย์กลางที่เสา gawabashira, ในเจดีย์แต่ละชั้นจะมีลักษณะเช่นนี้ ที่ปลายนอกของ taruki จะรับน้ำหนักชายคาที่ยื่นยาวออกมา และที่ปลายด้านในจะมีน้ำหนักของเสา shimbashira และน้ำหนักของชั้นบนทั้งหมดคอยกดทับไว้ ฉะนั้นชายคาจึงทำหน้าที่เหมือนคานถ่วงน้ำหนัก

แต่ทำไมต้องออกแบบเจดีย์ให้โลดโผนเช่นนี้?

ความจริงแล้ว ชายคาที่ยื่นยาวจะทำหน้าที่แบบเดียวกับแขนของ yajirobe” ซึ่งเป็นตุ๊กตาโบราณของญี่ปุ่นที่มีแขนยาว ซึ่งรักษาความสมดุลของตุ๊กตา เมื่อเกิดแผ่นดินไหวเจดีย์จะโอนไปเอนมาจนน่าหวาดเสียว แต่ในที่สุดแล้วมันก็จะกลับมาสู่สภาพเดิม นี้เป็นเหตุผลว่าเมื่อเกิดพายุและแผ่นดินไหวทำไมเจดีย์จึงไม่ล้ม แต่ละชั้นถูกสร้างให้เหมือนกับตุ๊กตา yajirobe เจดีย์ห้าชั้นก็เสมือนมีตุ๊กตา 5 ตัวขี่ทับกัน แต่ละตัวสามารถเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระ

โครงสร้างแบบนี้จึงทำให้เจดีย์มีความมั่นคงถาวร ทฤษฎีนี้ได้รับการสนับสนุนจากนายนิชิโอกะ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยยืนอยู่ใต้เจดีย์ที่วัด Horyuji ในระหว่างที่เกิดแผ่นดินไหว เขาเล่าว่า

“เมื่อชั้นล่างเอนไปทางซ้าย ชั้นต่อไปจะเอนไปทางขวา และชั้นต่อไปก็จะเอนไปทางซ้าย”

ในขณะที่เกิดแผ่นดินไหวและลมแรงนั้น เจดีย์จะแกว่งไกวเหมือนกับการเลื้อยของงู

เสาศักดิ์สิทธิ์

กระนั้นถ้าชั้นใดชั้นหนึ่งเอนมากผิดปกติเจดีย์ก็จะพังทลายลงมา ซึ่งกุญแจสำคัญนั้นอยู่ที่เสาแกน shimbashira

ในขณะที่กำลังชมเจดีย์ในประเทศจีนนั้น ผู้เขียนเชื่อว่าเจดีย์จีนไม่มีเสา shimbashira หรืออย่างน้อยเจดีย์จีนก็ไม่มีเสากลางที่ยื่นจากพื้นถึงยอดของเจดีย์เหมือนกับเสา shimbashira ของเจดีย์ญี่ปุ่น

ส่วนเจดีย์เกาหลีนั้นมีเสา shimbashira แสดงให้เห็นว่าช่างญี่ปุ่นสมัยโบราณอาจจะได้รับอิทธิพลส่วนใหญ่จากเจดีย์ของเกาหลี

อย่างไรก็ตาม เจดีย์เกาหลีไม่มีโครงสร้างแบบ yajirobe แบบเจดีย์ญี่ปุ่น แต่ออกแบบให้มีเสากลางแทน และสร้างให้ชั้นล่างสุดมีขนาดกว้างมากคล้ายรูปทรงพีระมิด ทำให้สถาปัตยกรรมมีความมั่นคงมาก มีเจดีย์ 3 ชั้นองค์หนึ่ง ที่วิหาร Ssanbongsa ซึ่งสร้างลักษณะเดียวกับแบบ yajirobe ซึ่งมีคานลอย hanegi” ด้วย แต่กระนั้นเจดีย์องค์นี้เป็นเพียงโครงสร้างขนาดใหญ่ที่สุมทับคล้ายนำโต๊ะสี่ขา 3 ตัวมาตั้งต่อกันเท่านั้น และยิ่งกว่านั้นเจดีย์องค์นี้ก็ไม่มีเสา shimbashira ยาวตลอดทั้งองค์

วิศวกร โตชิฮิโกะ คิมูระ กล่าวถึงเสา shimbashira ในเจดีย์ 5 ชั้น ของญี่ปุ่น ที่มีรูปแบบ yajirobe ว่า การที่เจดีย์โอนเอนเหมือนการเลื้อยของงูนั้นเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยรักษารูปทรงของแต่ละชั้นของเจดีย์

เมื่อชั้นต่างๆ เริ่มสั่นเอียง shimbashira จะช่วยป้องกันมิให้แต่ละชั้นนี้เอนมากจนออกนอกเส้น ดังนั้น “หมวกที่ซ้อนกัน” หรือ yajirobe จะทำให้เจดีย์แกว่งไกวเหมือนการเลื้อยของงู อันสัมพันธ์กับ shimbashira ที่ทำหน้าที่เหมือนกระดูกสันหลัง เจดีย์จึงสามารถทนต่อแผ่นดินไหวและไต้ฝุ่นได้

แต่เรื่องยังไม่จบเท่านี้ เจดีย์ไม้ที่เก่าที่สุดของญี่ปุ่นคือ เจดีย์ 5 ชั้นที่วัด Horyuji ในเมืองนารา มี shimbashira ที่ฝังลงในดินลึกถึง 3 เมตร การฝังเสาลงในดินนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นสมัยโบราณ

เสา shin no mihashira ที่ฝังอยู่ภายในชั้นล่างของศาสนสถาน Ise นั้นเป็นศูนย์กลางของศาสนาชินโต เสาที่ปักลงในดินเป็นรูปวงกลม ซึ่งขุดพบเมื่อไม่นานนี้ที่แหล่งโบราณคดีของยุคโจมอน (c.10,000 B.C.-300 B.C.) นั้นก็เกี่ยวเนื่องกับการประกอบพิธีกรรม

ซึ่งสามารถสันนิษฐานได้จากหลักฐานเหล่านี้ว่า เสาที่ฝังลงในพื้นดินนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษทางศาสนาในญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยโบราณ

ด้วยเหตุนี้ shinbashira ในเจดีย์ไม้ไม่เพียงแต่สําคัญ เฉพาะด้านสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญทางศาสนาด้วย shimbashira คือศูนย์กลางของเจดีย์ แล้วก็เป็นศูนย์กลางของความเชื่อทางศาสนาด้วย ส่วนประกอบที่ห้อมล้อมเสา shinbashira นั้นแท้จริงแล้วเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น

ดังนั้นจึงถือได้ว่าเจดีย์5 ชั้นเป็นสถานที่ประดิษฐานเสา shimbashira อันศักดิ์สิทธิ์

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ :

* จันทัน คือไม้ที่ทำหน้าที่ประกบกันยอดแหลมเหมือนจั่ว เพื่อยึดโครงเครื่องบนของหลังคาให้แข็งแรงในการพาดส่วนยอดคืออกไก่กับไม้แปทุกตัว

บทความนี้ ถอดความจากหนังสือ Look Japan, August 1996, Vol.42, p.22-24 Atsushi Ueda เขียน

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 พฤษภาคม 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มหัศจรรย์แห่งเจดีย์ญี่ปุ่น ที่ยืนสู้แผ่นดินไหว-ไต้ฝุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...