ธรรมศาสตร์ Transform ปี’70 ปรับ 298 หลักสูตรสู่ระดับโลก
โลกของการศึกษาในระดับขั้นสูงกำลังถูกท้าทายจากความเปลี่ยนแปลง ทั้งจากโครงสร้างประชากรโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีอัตราสังคมผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึง 30% และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้ “ธุรกิจการศึกษา” เป็นภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากการลดลงของอัตราคนเกิดใหม่
ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ธรรมศาสตร์มีการก้าวสู่ความเชี่ยวชาญในหลากหลายแขนง ไม่ใช่เพียงสังคมศาสตร์อีกต่อไป ปัจจุบันธรรมศาสตร์มีนักศึกษากว่า 4.3 หมื่นคน รวม 28 คณะ
หากไม่ปรับตัว จะถูกดิสรัปต์
ในปีนี้ ม.ธรรมศาสตร์ เดินหน้ายกระดับการศึกษาไทยสู่ระดับโลก ด้วยการเปิดแผนยุทธศาสตร์ใหม่ภายใต้แนวคิด “มหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบชั้นนำเพื่อสังคมแห่งอนาคต” (Leading Comprehensive University for Future Societies) พร้อมยังตั้งเป้าสร้าง Global Impact University เพื่อให้คนของธรรมศาสตร์ตอบโจทย์กับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
โดยปรับปรุงและพัฒนารวม 19 คณะ 6 วิทยาลัย 2 สถาบัน 298 หลักสูตร ครอบคลุมทั้งด้านสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ สร้างบัณฑิตที่มีความรู้รอบด้านในเชิงประจักษ์ พร้อมลงมือปฏิบัติได้จริง และมีศักยภาพในการเป็นผู้นำยุคใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในปัจจุบันและตอบโจทย์ความต้องการสังคมแห่งอนาคตได้อย่างมีประสิทธิผล
โดยจะทยอยใช้และจะใช้เต็มรูปแบบในปีการศึกษา 2570 เน้นให้นักศึกษาได้เรียนแบบบูรณาการมากขึ้น เน้นการปฏิบัติจริง โดยตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป กำหนดให้ทุกคนต้องฝึกงานอย่างน้อย 1 ภาคการเรียน เพื่อให้เป็นบัณฑิตที่พร้อมทำงาน ขณะที่คณาจารย์จะได้รับการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรได้รับการดูแลด้านสวัสดิการ ระบบการทำงาน และการพัฒนาตนเอง
3 กลยุทธ์การศึกษายุคใหม่
ธงที่ 1 การจะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ ต้องขับเคลื่อนด้วยการจัดการหลักสูตรการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อสังคม โดยทางมหาวิทยาลัยได้จัดการเรียนแบบบูรณาการข้ามสายมากขึ้น และอีกเรื่องสำคัญคือ นักศึกษามีความต้องการอยู่ในห้องเรียนที่น้อยลง ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องหาคำตอบให้ได้ว่า เราจะผลิตบัณฑิตไปเพื่อใคร
สิ่งที่ทำคือ “การสร้างหลักสูตรเด่นตามธุรกิจ” เช่น เป้าหมายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ที่ตรงต่อความต้องการของภาคเอกชน จนได้ออกมาเป็น SDGs+ รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ให้เท่าทันโลกและเทคโนโลยี
ธงที่ 2 การเป็นมหาวิทยาลัยของสังคม เริ่มด้วยการผลิตบัณฑิตจิตสาธารณะเพื่อสร้างความตระหนักรู้ของประโยชน์ส่วนรวม สามารถเดินในแนวทางต่อสังคมได้อย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษา ในส่วนงานวิจัย ธรรมศาสตร์ต้องสามารถใช้งานวิจัยแก้ปัญหาในระดับต่าง ๆ ได้มากขึ้น
ธงที่ 3 การสร้างความสุขและความยั่งยืนให้กับประชาคมธรรมศาสตร์ ด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และระบบการดำเนินงาน ปัจจุบันธรรมศาสตร์ใช้เงินจำนวนกว่า 2 หมื่นล้านในการดูแลคนทั้งองค์กร โดยได้เงินสนับสนุนจากภาครัฐเพียง 4 พันล้าน หรือเทียบเป็นกว่า 70% ที่ธรรมศาสตร์ต้องดูแลตัวเอง ส่วนด้านการสร้างความผูกพันกับองค์กร ตอนนี้กำลังทำระบบบำนาญสำหรับบุคลากรมหาวิทยาลัย ให้มีเงินใช้หลังเกษียณ
“ผมไม่กล้าเทียบว่าเราจะเป็นมหาวิทยาลัยระดับเวิลด์คลาส แต่ควรมองตามความเป็นจริง ธรรมศาสตร์ควรที่จะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาค”
หลักสูตรยุค Gen Z
รศ.ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวต่อว่า คำถามที่ว่า มหาวิทยาลัยจำเป็นหรือไม่ เป็นคำถามที่ถูกถามมาอย่างต่อเนื่อง ธรรมศาสตร์มองว่า นักศึกษาเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด ดังนั้นการเรียนและกลยุทธ์ต่าง ๆ จึงขับเคลื่อนโดยมีนักศึกษาเป็นจุดศูนย์กลาง
โดยได้ทำวิจัยและเก็บข้อมูล ทั้งจาก World Economic Forum ปี 2024 พบว่า การคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking) เป็นทักษะหลักที่ภาคธุรกิจมองว่าจำเป็นสูงสุดในปี 2025 โดยสูงถึง 68% รองลงมาคือ ความยืดหยุ่นและความคล่องตัว (67%) และภาวะผู้นำและอิทธิพลทางสังคม (61%) สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะทั้งด้านความคิด การสื่อสาร และการปรับตัวในโลกที่ผันผวน
ธรรมศาสตร์จึงได้ปรับเปลี่ยนจาก TU-GREATS เป็น TU-IMPACT โดย รศ.ดร.ดำรงค์อธิบายถึงความหมายของแต่ละตัวย่อว่า I-Interpersonal Skills ปัจจุบันโลกมีความหลากหลาย จำเป็นต้องรู้เขารู้เรา, M-Mindful Self-development P-Progressive Thinking นักศึกษาต้องปรับตัวให้ร่างกายและจิตใจแข็งแกร่ง,
A-Agility พร้อมรับความท้าทายและความล้มเหลว, C-Competencies in Science & Technology Digital Literacy and Al Literacy เน้นเข้าใจเรื่องเอไอ ใช้ให้เป็นอย่างมีจริยธรรม และ T-Thrive in Global Citizenship and Financial Literacy เข้าใจความเป็นพลเมืองโลกและรู้เท่าทันเงิน
โดยการปรับหลักสูตรใหญ่ในปี 2570 จะเป็นการรองรับ TU-IMPACT 7 ข้อข้างต้น ด้วยการเรียน 3 รูปแบบย่อย ได้แก่ Classroom Learning, e-Learning และ Flipped Classroom หรือการเรียนแบบ 4 สัปดาห์เจอกัน 1 ครั้ง
และมีการลดหน่วยกิตวิชาศึกษาทั่วไป เพิ่มเป็นวิชาฝึกงาน โดยร่วมมือกับภาคธุรกิจชั้นนำ ได้แก่ SET, SCB, SCG, Central Group, GULF, Bangkok Bank และ กนอ. พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนและการฝึกงาน-ทำงาน โดยต้องตอบเป้า SDGs อย่างน้อย 2-3 ข้อ
ในภาพรวม มหาวิทยาลัยวางเป้าหมายให้บัณฑิตมีความรู้เชิงวิชาการ ควบคู่กับทักษะปฏิบัติจริง และมีประสบการณ์วิชาชีพ คาดหวังให้ทุกหลักสูตรสามารถพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้มีทักษะแห่งอนาคตเพื่อเติบโตอย่างมั่นคงในโลกการทำงานยุคใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ
นอกจากนี้ ยังได้ตั้ง “ศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ” (TUCEEC) เพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาและศิษย์เก่า ได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นอย่าง Hard Skills, Soft Skills รวมถึง Future Skills เรื่องของ AI และการตลาดดิจิทัล โดยมีเป้าหมายจัดอบรมและกิจกรรมกว่า 100 รายการในช่วงปี 2568-2570 เพื่อสร้างแรงส่งสู่การมีงานทำทันทีหลังจบการศึกษาให้ได้ 100%
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธรรมศาสตร์ Transform ปี’70 ปรับ 298 หลักสูตรสู่ระดับโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net