โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

COCOCO เผยรายได้ Q1/68 โต 10.94% เดินหน้าแผนลงทุนต่างประเทศ

The Better

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 08.20 น. • THE BETTER
COCOCO เผย Q1/68 มีรายได้ 1,550.55 ลบ. โต 10.94% เดินหน้าแผนลงทุนต่างประเทศ พร้อมทุ่ม 430 ล้านบาท ลงทุนขยายกำลังการผลิตในฟิลิปปินส์ รองรับความต้องการในตลาดอเมริกาและยุโรปที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO เปิดเผยว่า บริษัทฯ รายงานผลประกอบการของบริษัทและบริษัทย่อย ตามงบการเงินรวมในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,550.55 ล้านบาท เติบโต 10.94% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเติบโตจากการขายและบริการของผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวตามการเติบโตของตลาดเครื่องดื่มและความต้องการบริโภคน้ำมะพร้าวที่เพิ่มขึ้น และจากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง

นอกจากนี้ บริษัทฯ สามารถขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและเพิ่มยอดขายจากลูกค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศได้มากขึ้น โดยการเติบโตของรายได้ส่วนใหญ่มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคอเมริกาและภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะในตลาดประเทศจีน อย่างไรก็ดี เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า บริษัทฯ มีรายได้รวมปรับตัวลดลง 11.71% ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านฤดูกาลของธุรกิจเครื่องดื่ม โดยช่วงไตรมาสที่ 1 มักเป็นช่วง Low Season ทำให้ยอดสั่งซื้อจากลูกค้าในบางตลาดปรับลดลงชั่วคราว และจะมีการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาสถัดไปที่เป็นช่วง High Season ของธุรกิจเครื่องดื่ม

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นของรายได้จากการขายและบริการ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 เท่ากับ 17.99% ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 26.66% แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 17.52%

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 เท่ากับ 64.86 ล้านบาท โดยเป็นผลชั่วคราวจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กะทิที่เพิ่มขึ้นในระดับสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้อยู่ในช่วง Low Season ของธุรกิจเครื่องดื่ม ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) นอกจากนี้ รายได้จากผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวและกะทิที่ลดลงตามฤดูกาล ซึ่งเป็นช่วง Low Season ของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม

ดร.วรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทฯ ได้มีการลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ มูลค่าประมาณ 430 ล้านบาท เพื่อรองรับการผลิตสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิและมะพร้าว ให้สอดคล้องกับกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้น และตอบสนองต่อยอดคำสั่งซื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ ภายใต้ชื่อ “Novococonut Inc.” โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวน 60 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ และบริษัทฯ จะถือหุ้นในสัดส่วน 100% ซึ่งการลงทุนในโครงการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการเสริมความแข็งแกร่งด้านศักยภาพการผลิต เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักที่มีการเติบโตของอุปสงค์ในผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในอัตราที่สูง สอดคล้องกับเทรนด์การบริโภคของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าจากธรรมชาติและความยั่งยืน

การตัดสินใจลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้บริษัทฯ สามารถตอบสนองต่อคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล โดยเฉพาะในตลาดที่มีมาตรฐานการผลิตและข้อกำหนดด้านคุณภาพที่เข้มงวด เช่น สหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งการมีฐานการผลิตที่มีศักยภาพสูงใกล้แหล่งวัตถุดิบสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และเสริมสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ให้กับ COCOCO อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ยิ่งไปกว่านั้น การขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการเติบโตควบคู่ไปกับการขยายตลาดใหม่ ๆ และการสร้างความมั่นคงให้กับระบบการผลิตในระดับนานาชาติ โดยคาดว่าผลบวกจากการลงทุนนี้จะช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ทั้งในมิติเชิงปริมาณและคุณภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...