โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชลประทาน เตรียมรับมือฝนรอบใหม่ เร่งกำหนดจุดเสี่ยง

อีจัน

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 17.13 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 10.13 น. • อีจัน

วันนี้ (14 ก.ค. 2568) นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ว่า สถานการณ์อุทกภัยจากฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออกในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 จังหวัดได้แก่ จังหวัดตราด บริเวณ อ.เขาสมิง โครงการชลประทานตราด สํานักชลประทานที่ 9 ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลือ พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ส่วนจังหวัดนครพนม มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 6 อําเภอ ได้แก่ อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม อ.เรณูนคร อ.นาแก อ.วังยาง และ อ.โพนสวรรค์ โครงการชลประทานนครพนม สํานักงานชลประทานที่ 7 ได้ดําเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ บริเวณประตูระบายน้ำบ้านหนองบัว อ.นาหว้า จํานวน 6 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำน้ำอูน อ.ศรีสงคราม จํานวน 4 เครื่อง และบริเวณสะพานมิตรภาพลําน้ำอูน อ.ศรีสงคราม จํานวน 10 เครื่อง พร้อมแจ้งเตือนสถานการณน้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องไว้ค่อยช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันที

ด้านจังหวัดสกลนคร มีพื้นที่ประสบอุทกภัยบริเวณ อ.โพนนาแก้ว โครงการส่งและบํารุงรักษาน้ำก่ำ สํานักงานชลประทานที่ 7 ได้ดําเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ บริเวณประตูระบายน้ำบ้านหนองบึง เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำในลําน้ำก่ำ พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำสะสมทั้งสิ้นประมาณ 44,275 ล้าน ลบ.ม. (58% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 32,227 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 13,567 ล้าน ลบ.ม. (55% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 11,304 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในเกณฑ์ดี

ขณะที่ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 14 – 19 ก.ค. 2568 ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกกระจายตัวเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนบางพื้นที่ จึงยังคงต้องระวังฝนตกสะสมและน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนภาคใต้ยังมีฝนบางแห่ง คลื่นลมเบาลง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม ยังมีกำลังปานกลาง

“ได้กำชับไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งพิจารณาปรับการระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อท้ายเขื่อน เพื่อรองรับปริมาณฝนที่จะเพิ่มขึ้น ตามข้อสั่งการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.) ที่สำคัญให้ปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2568 อย่างเคร่งครัด รวมทั้งมั่นตรวจสอบอาคารชลศาสตร์และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกำหนดพื้นที่เสี่ยง”

พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเครื่องมือประจำจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้องสั่งการของ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...