เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่ง Sideways หลังภาพรวมตลาดทั่วโลกตลาดตอบรับเชิงบวกต่อการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนไปพอสมควร ขณะที่แรงหนุนวันนี้จะมาจากกลุ่มพลังงานต้น-กลางน้ำ หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรง 4% หลังมีแนวโน้มสหรัฐฯ-อิหร่านจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ได้ โดยดัชนีอยู่ในช่วงทดสอบแนวต้ายย่อย 1,145 จุด หากทะลุผ่านจะเปิด Upside เข้าหาแนวหลัก 1,160 จุด ด้านตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน พ.ค. ออกมาต่ำกว่าคาด โดย Core +0.1% m-m, +2.8% y-y ผ่อนคลายความกังวลและทำให้ตลาดคาดหวังมากขึ้นต่อการปรับลดดอกเบี้ยของ FED ในเดือน ก.ย. ขึ้นมาที่ 70% ส่วนคืนนี้ติดตามตัวเลข PPI ต่อในคืนนี้
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความไม่แน่นอนการเมืองในประเทศยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งประเด็นการปรับครม.ที่อาจมีความชัดเจนขึ้นในสัปดาห์หน้า รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนลบ.ว่าจะมีการจัดสรรอย่างไร ซึ่งปัจจุบันยังค่อนข้างล่าช้า ทำให้โมเมนตัมเศรษฐกิจที่แผ่วใน 2Q25 และอาจต่อเนื่องใน 3Q25 ยังเป็นปัจจัยจำกัด Upside ของดัชนี เราจึงยังเน้นกลยุทธ์ Bottom Up เลือกลงทุนในหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว
กลยุทธ์ : ยังเน้นเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไร 2Q25-2025 แข็งแกร่งและมีความแน่นอนของกำไรสูง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
หุ้นเด่นเดือน มิ.ย. : CPALL, MTC, OSP, SJWD, STECON
FSSIA Portfolio : BA, CPALL, KBANK, MTC, NSL, OSP, PR9, STECON
หุ้นเด่นวันนี้ : PTTEP
• แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA consensus 128.26 บาท
• ระยะสั้นคาดได้อานิสงส์บวกจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งแรง 4% เมื่อคืนที่ผ่านมาโดย WTI แตะระดับ US$68 ต่อบาร์เรล หลังสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านเพิ่มขึ้นหลังมีแนวโน้มไม่บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์
• Consensus ประเมินกำไรปี 2025 ของ PTTEP เฉลี่ยที่ 5.8 หมื่นลบ. แม้จะชะลอตัวจากปีก่อนๆจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลง แต่คาดชดเชยได้บางส่วนจากปริมาณการขายที่ขยับขึ้นจากแหล่งเอราวัณ ส่วนด้าน Dividend Yield ยังสูงกว่า 7%
• แนวรับ 98-97.25 บาท แนวต้าน 104//106 บาท
บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ ผันผวนกรอบแคบ จับตามาตรการภาษีของ Trump และความกังวลในตะวันออกกลาง โดยตลาดหุ้นไทย ยังแกว่งในกรอบแคบ โดยมีปัจจัยจากบรรยกาศเจรจาทางการค้าของทีมงานของสหรัฐ-จีนที่ออกมาดี มีการสลับกลุ่มมาเก็งกำไร ICT ท่องเที่ยว ในขณะที่แรงซื้อในกลุ่ม China Play ยังคงแข็งแรง มีโอกาสที่จะเกิดโมเมนตัมต่อเนื่องของการพื้นตัวกลับของ SET index แต่วันนี้ อาจต้องตามดูการตอบสนองต่อข่าวตะวันออกกลาง และ unilateral tariff rates ของสหรัฐฯ
• ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าเขาตั้งใจจะส่งจดหมายถึงคู่ค้าภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อกำหนดอัตราภาษีฝ่ายเดียว (unilateral tariff rates) ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม …… ข่าวนี้ อาจตีความได้ทั้งว่า สหรัฐฯพยายามเลี่ยงการใช้มาตรการภาษีเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย และอีกมุมนึงคือ สหรัฐฯ กำลังกดดันคู่ค้า เรามองเป็นลบเล็กน้อย เพราะนักลงทุนอาจกังวลว่า จีนกับสหรัฐฯ จะจบด้วยดีตามที่ทีมงานให้ข่าวมาหรือไม่
• ราคาน้ำมันดิบ Brent กลับมาสูงอีกครั้ง เช้านี้ $69.86 เหรียญ สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง หลังจากอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ล้มเหลว ….. ข่าวนี้บวกต่อ PTTEP แต่จะไปลบกับหุ้นปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีผลเพียงช่วงสั้นๆ (1-2 วัน)
• คิง เพาเวอร์ ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร แต่งตั้ง “นิตินัย ศิริสมรรถการ” นั่ง CEO เสริมแกร่งทีมบริหาร หวังองค์กรโตต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนทันโลกดิจิทัล ตลาดตีความเชิงบวกต่อ AOT และจากการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุดทางผู้บริหาร AOT เปิดเผยว่าทางติง เพาเวอร์ได้ชำระค่าผลประโยชน์ตรงเวลา โดยเป็นการเริ่มจ่ายเดือนแรกหลังสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามคงต้องรอการชำระในเดือนถัดๆไป
• แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก Agoda (อโกด้า) ได้จัดอันดับให้จังหวัด "ระยอง" ของประเทศไทย ขึ้นแท่นอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ (Slow Travel) ในเอเชีย ประจำปี 2568 สะท้อนแนวโน้มการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป จากการรีบเร่งสู่การใช้เวลาอย่างคุ้มค่าในแต่ละสถานที่ ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับต้น ๆ ของแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง
• กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดตัว "GDCC Open Data" คลาวด์ภาครัฐยุคใหม่ หรือ คลาวด์กลางรูปแบบใหม่ โดยความร่วมมือจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) , Alibaba, AWS, CloudHM, Huawei, INET, NIPA, Microsoft และ Oracle Data โดยรัฐบาลสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและบริการสาธารณะต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยเพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการจากรัฐได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ และเปลี่ยนผ่านการบริหารงานภาครัฐเป็นระบบงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) ประเด็นนี้น่าจะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่ม ICT และ IT SI เช่น GULF, ADVANC, TRUE, SIS, BBIK, SAMART
• การเมืองไทยทั้งการปรับครม. และความคืบหน้าคดีนายทักษิณ กรณีรักษาตัวรพ.ตำรวจ ชั้น 14 ศาลฎีกาฯ ได้อนุมัติตามคำขอนายทักษิณที่ขอขยายเวลาเพิ่มสำหรับการส่งคำชี้แจง เป็น 23 มิ.ย. ซึ่งการนัดไต่สวนใน 13 มิ.ย.นี้ นายทักษิณจะส่งทนายไปแทน เนื่องจากไม่ได้มีหมายเรียกตัว
• Event วันนี้ : ธปท.จะนำเสนอมาตรการที่จะใช้กับลีสซิ่งและเช่าซื้อรถ และ PPI สหรัฐฯ
Technical : BCH, KAMART
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมิน SET มีโอกาสทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,120 – 1,130 แนวต้าน 1,150 อยู่ระหว่างรอการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ก่อนถึงเส้นตายในวันที่ 9 ก.ค. และยังรอประเมินปัจจัยการเมืองในประเทศ ดังนั้นจึงแนะนำซื้อเก็งกำไรรายตัว เช่น PTT,PTTEP ตามราคาน้ำมันดิบวานนี้ +4% จากข่าวอิหร่านอาจโจมตีฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง/ กลุ่มปลอดภัย เช่น ADVANC,BDMS,BCH ที่มีความผันผวนต่ำ
PTTEP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 120.00 บาท) ได้รับ sentiment บวกในช่วงสั้นๆ จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น 4% เมื่อคืน เป็นผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังมีข่าวสหรัฐฯ เตรียมอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตในอิรัก ระหว่างรอการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 6 ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในวันที่ 15 มิ.ย.ซึ่งไม่แน่จะว่าสำเร็จได้หรือไม่เพราะติดเรื่องการยุติเสริมสมรรถนะยูเรเนียม โดยการขมขู่กันไป-มาระหว่างอิสราเอล-อิหร่านเกิดขึ้นก่อนหน้าที่อิสราเอลมีแผนจะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านก็มีโอกาสตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้อิรักผลิตน้ำมัน 3.9 ล้านบารเรลต่อวัน สูงสุดอันดับ 2 ของโอเปก
PR9* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 29.89 บาท) กำไรสุทธิ 1Q68 ออกมาอยู่ที่ 200 ลบ.(+26%YoY, -3%QoQ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล แต่ยัง YoY บวกได้เด่นโดตามรายได้(+16%YoY) ได้แรงหนุนจากรายได้ผู้ป่วยต่างประเทศ(+88%YoY)โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มชาติตะวันออกกลาง สอดคล้องกับกลยุทธของ PR9* ที่ทำการตลาดไปหาผู้ป่วยต่างชาติมากขึ้น ด้านPR9*เอง ปี68 นี้ ตั้งเป้ารายได้เติบโต +10%YoY โดยบริษัทยังคงเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนคนไข้ต่างประเทศขึ้นราว 20% จากฐานคนไข้รวม ทั้งนี้ตลาดคาด กำไรสุทธิ ปี68 และ ปี69 ของ PR9* จะขยายตัวมาอยู่ที่ 823 ลบ.(+15%YoY) และ 905 ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews
Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก [https://www.tiktok.com/@thunhoon_/
](https://www.tiktok.com/@thunhoon_/)