โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ชูวิทย์" เผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง "สันธนะ" ขอให้มีอันเป็นไปหากพูดไม่จริง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2565 เวลา 11.23 น.

"ชูวิทย์" เผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง "สันธนะ" ขอให้มีอันเป็นไปหากพูดไม่จริง พร้อมเปิดเส้นทางการเงิน "ตู้ห่าว" โผล่หลักฐานใหม่ "สิ่งปลูกสร้างกลางป่า จ.เชียงราย"

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2565 ที่ โรงแรม เดอะ เดวิส กรุงเทพฯ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง แถลงเปิดโปงเส้นทางการเงินของกลุ่มทุนจีนสีเทา หลังจากช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้นำหลักฐานเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของนาย "ตู้ห่าว" นายทุนจีนสีเทา ยื่นต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.

ก่อนเริ่มการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้เดินเข้ามาภายในล็อบบี้แถลงข่าว โดยมีการถือถ้วยใส่พริกและเกลือมาด้วย พร้อมกับนำถุงสังฆทานมาตั้งบนโต๊ะ โดนบอกว่าจะเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง เพราะมีคนไม่จงรักภักดีกับประเทศชาติ หากินเอาสื่อเป็นเครื่องมือ ตีตนเรียกราคา โดยตนขอให้นายสันธนะ "ไอ้สันขวาน" ไปใส่กระโปรง และขอให้ชิบหายวายวอด ซึ่งถ้าตนพูดไม่จริง และหวังผลประโยชน์จากสิ่งที่พูด ก็ขอให้ตนพินาศไป แต่ถ้าพูดความจริง ก็ขอให้มันมีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน โดยบอกอีกว่า หากมันมีอันเป็นไปจริง ไม่ต้องกังวล เพราะวันนี้ตนเตรียมสังฆทานมาแผ่ส่วนกุศลให้แล้ว

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังเปิดเผยถึงหลักฐานที่นำไปมอบให้กับ รอง ผบ.ตร. ระบุว่า ตนมีพยานปากเอกคนสำคัญ เป็นคนไทยที่เคยทำงานกับนายตู้ห่าว แต่เกิดขัดผลประโยชน์ เนื่องจากนายตู้ห่าวไม่ยอมให้เงินค่าจ้าง และไล่เขาออก พยานคนไทยรายนี้จึงติดต่อตนเพื่อขอเป็นพยานในคดี แต่ตนไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของบุคคลดังกล่าวได้ และดูแลเรื่องความปลอดภัยก่อนจะส่งพยานรายนี้ให้ตำรวจ

ทั้งนี้ นายชูวิทย์ ยังเปิดเผยข้อมูลนอมินีคนสำคัญของนายตู้ห่าว คือ นางพัชรินทร์ อิทธิวัฒนา (ภรรยาอีกคนของนายตู้ห่าว) โดยมีหลักฐานเส้นทางการเงินของนางพัชรินทร์ ที่มีเส้นเงินถึงนายตู้ห่าว โดยตนได้ให้ฝ่ายเทคนิคส่วนตัวทำการดึงข้อมูลในระบบคลาวด์ โดยตนได้จ้างเจ้าหน้าที่ระบบไอทีมาดำเนินการ ทำให้ตนมีหลักฐาน แม้ว่าขบวนการนี้จะมีการทำลายพยานหลักฐานไปบ้างแล้ว รวมทั้งมีการเปิดภาพสัญญาการซื้อขายระหว่างนายตู้ห่าว กับนางสาวพัชรินทร์ ว่าเป็นสัญญาซื้อขายและคุ้มครองที่ดินดีวาลักส์ รีสอร์ท แอนด์ สปา มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท เมื่อเดือนมีนาคมปี 2563 โดยให้นางพัชรินทร์ เป็นคนออกเช็คจ่ายแทนนายตู้ห่าว เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย อีกทั้งยังมีสำเนาเช็ค ที่นางพัชรินทร์เป็นคนเซ็นจ่ายจำนวน 5-6 ใบ และยังมีรายละเอียดการซื้อขายที่ดินหลายไร่ในปี 2561 โดยเมื่อนำไปเทียบกับเอกสารการเดินบัญชีธนาคารของนางพัชรินทร์ พบว่ามีข้อมูลการจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร และเช็คจำนวนเงินตรงกับรายละเอียดในเอกสารรายรับรายจ่ายของบริษัทนายตู้ห่าว

นอกจากนี้ ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่ไม่ยอมเข้าไปตรวจสอบภายในเครื่องบินของนายตู้ห่าว แต่กลับติดประกาศเป็นกระดาษ 3 ใบ โดยไม่ยอมเข้าไปตรวจสอบหรือยึดตั้งแต่แรก แม้จะมาบอกทีหลังก็ตามว่ายึดแล้ว แต่มันเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในเรื่องยาเสพติด และ ป.ป.ส. มีอำนาจในการตรวจค้น

ส่วนการทำงานของหน่วยงานที่เข้าไปตรวจยึดเครื่องบินเป็นหน่วยงานแรก ถือว่าเป็นการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือเป็นการรู้เห็นกับผู้ต้องหาหรือไม่นั้น นายชูวิทย์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว และยกข้อมูลภาพถ่ายของสถานที่แห่งหนึ่ง ที่ก่อสร้างอยู่กลางป่า ระบุว่า "ใครไปปลูกอะไรไว้ที่กลางป่าที่ จ.เชียงราย แต่ไม่ใช่การสร้างบ้านหรู หรือบ้านพักวิลล่า เเต่สิ่งนี้เป็นการใช้เงินจากหน่วยงานต่างประเทศ ซึ่งก็คือ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ โดยจริงๆต้องมีไว้เพื่อสนับสนุนหน่วยงานยาเสพติดของไทย แต่กลับเอาเงินสนับสนุนเหล่านี้ไปสร้างอะไรกลางป่าสงวน"

สำหรับการแฉภาคต่อไป ตนจะมุ่งตรงไปที่การขอวีซ่าของกลุ่มทุนจีนสีเทา โดยจะมุ่งไปที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ด้วยว่าเหตุใดจึงขอวีซ่าได้ แต่กลับไม่มีวีซ่าจริงๆ และสาเหตุอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทำไมจึงมีการสร้างโรงเรียนสอนภาษาจีน มีการก่อตั้งสำนักกฎหมายทนายจีน มีการจัดตั้งสมาคมและมูลนิธิเถื่อน มีบริการรถนำขบวนเมื่อลงจากเครื่องบิน ซื้อหมู่บ้านยกหมู่บ้านด้วยเงินสด 100 ล้านบาท โดยการนำเงินเข้าไทยของกลุ่มทุนจีนเทา มีการใช้วิธีการเช่านอมินี โดยมาเช่าคนไทยเป็นเงินจำนวน 4 หมื่นบาทต่อคนต่อปี ทั้งนี้ ตนยังฝากให้ติดตามกรณีถัดไป ซึ่งจะเป็นประเด็นใหญ่และสำคัญ เรียกว่า "อุ้มท้องซื้อพ่อ" ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับความมั่นคง

หลังการแถลงข่าวแล้วเสร็จ นายชูวิทย์ ได้นำถ้วยพริก เกลือ และถุงสังฆทาน ออกมาเผาสาปแช่งคู่กรณี คือนายสันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ด้านหน้าโรงแรม โดยสาปแช่งว่าหากไม่ประสงค์ดีต่อแผ่นดินและกระทำการทุจริตขอให้มีความชิบหาย ก่อนจะโชว์ถุงสังฆทาน และบอกว่าเดี๋ยวจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...