นายกฯ จับมือจีน และ 8 พันธมิตรชั้นนำจีน พร้อมร่วมมือ-ยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
The Bangkok Insight
อัพเดต 19 ต.ค. 2566 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2566 เวลา 03.13 น. • The Bangkok Insightนายกฯ จับมือจีน และ 8 พันธมิตรชั้นนำจีน พร้อมร่วมมือ-ยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน ระหว่างกัน
วันนี้ (19 ตุลาคม 2566) เวลา 09.55 น. (เวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่งซึ่งเร็วกว่าไทย 1 ชม.) ณ โรงแรมเคอร์รี่ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถ้อยแถลงในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ 8 พันธมิตรชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน
โดยนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นโอกาสให้ไทยและจีนกระชับความสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านความเชื่อมโยง การค้าและการลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนสองประเทศให้แน่นแฟ้น ไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและจีนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ เปรียบเหมือนคำกล่าวที่ว่า “จงไท่อี้เจียชิน” หรือ “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”
รัฐบาลไทยมุ่งอำนวยความสะดวกการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวจีน ได้มีมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ช่วยส่งเสริมการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนของสองประเทศ
และเน้นย้ำว่า ไทยมีความปลอดภัยและยินดีต้อนรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว พร้อมดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว มุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
โดยพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงฯ ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ 8 พันธมิตรชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบด้วย หัวเว่ย (Huawei) ซีทริป (Ctrip) เหม่ยถวน (Meituan) อาลีเพย์ (Alipay) สปริงแอร์ไลน์ (Spring Airline) สำนักงานข่าวซินหัว (Xinhua Net) อ้ายฉีอี้ (iQIYI) และเจโก้ทริป (JekoTrip) ในวันนี้ เห็นถึงความสำคัญของพันธมิตรในการทำงานร่วมกัน ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว โดยมุ่งเน้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย
นายกรัฐมนตรีหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะบรรลุวัตถุประสงค์ของทุกฝ่าย เกิดประโยชน์สูงสุด ยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้ทางการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม