โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดที่มาเหตุผล เมื่อ 'หลวงสรศักดิ์' ขึ้นครองราชย์ ผู้คนจึงเรียกขานว่า "พระเจ้าเสือ"

Khaosod

อัพเดต 20 ต.ค. 2566 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2566 เวลา 04.06 น.

เปิดที่มาเหตุผล เมื่อ 'หลวงสรศักดิ์' ขึ้นครองราชย์ ผู้คนจึงเรียกขานว่า "พระเจ้าเสือ" บุคคลสำคัญหน้าประวัติศาสตร์ รับบทโดย “ก็อต จิรายุ” จากละคร พรหมลิขิต

วันนี้ (20 ต.ค. 66) กลับมาพร้อมกับความเข้มข้นเรียกเสียงฮือฮาในโลกโซเชียล สำหรับละครฟอร์มยักษ์ “พรหมลิขิต” ภาคต่อของละครที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง อย่างเรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส’ ซึ่งดัดแปลงจากบทประพันธ์ของ รอมแพง

ในรอบนี้ก็ยังคงยกทัพตัวละครจาก ‘บุพเพสันนิวาส’ มาให้แฟนๆได้ฟินกันยกจอ ซึ่งอีกหนึ่งตัวละครที่ยังคงมีบทบาทที่โดดเด่น นั่นก็คือ “หลวงสรศักดิ์” หรือ “พระเจ้าเสือ” บุคคลสำคัญที่มีอยู่จริงในหน้าประวัติศาสตร์ แห่งกรุงศรีอยุธยา

ทั้งยังเป็นบุคคลสำคัญที่ต่อมา จะได้ขึ้นเป็นถึงพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 29 แห่งอาณาจักรอยุธยาในนาม “สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่8”

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

รับบทโดยหนุ่ม “ก็อต จิรายุ” หนุ่มหน้าไทย คมเข้ม คนเดิมที่มาพร้อมกับการแสดงที่โดดเด่นชั้นครู ตีบทแตกกระจาย ทั้งสีหน้า แววตา อินเนอร์ รวมไปถึงภาษากาย เรียกได้ว่าเหมาะสม จับใจคนดูจริงๆ

สำหรับ “หลวงสรศักดิ์” หรือ “พระเจ้าเสือ” นั้น สันนิษฐานว่า “หลวงสรศักดิ์” น่าจะเป็นพระราชโอรสใน 'สมเด็จพระนารายณ์มหาราช' กับ สนมลับพระองค์หนึ่ง โดยคาดว่าเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าเชียงใหม่

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

แต่ภายหลัง 'สมเด็จพระนารายณ์' พระราชทานให้ 'พระเพทราชา' ทรงเลี้ยงดู กระทั่งพระเพทราชาได้ขึ้นครองแผ่นดินต่อจากสมเด็จพระนารายณ์

หลวงสรศักดิ์ ก็ได้ช่วยพระเพทราชาในการว่าราชการต่างๆ เมื่อพระเพทราชาสวรรคตก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็น สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 29 แห่งอาณาจักรอยุธยา และเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

โดย 'พระเจ้าเสือ' มีชื่อเดิมว่า 'เดื่อ' เนื่องจากประสูติใต้ต้นมะเดื่อ

สำหรับที่มาเหตุผลที่ผู้คนในสมัยอยุธยามักเรียกขานพระองค์ว่า "พระเจ้าเสือ" เพราะทรงมีพระอุปนิสัยเด็ดขาด ชอบการล่าสัตว์ ผู้คนจึงเปรียบว่าทรงร้ายดังเสือ ตามพระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่า

"ประการหนึ่ง ถ้าเสด็จไปประพาสมัจฉาชาติฉนากฉลามในชลมารคทางทะเลเกาะสีชัง เขาสามมุขแลประเทศที่ใด ย่อมเสวยน้ำจัณฑ์พลาง ถ้าหมู่พระสนมนิกรนางในแลมหาดเล็ก ชาวที่ทำให้เรือพระที่นั่งโคลงไหวไป มิได้มีพระวิจารณะ ปราศจากพระกรุณาญาณ ลุอำนาจแก่พระโทโส ดำรัสสั่งให้เอาผู้นั้นเกี่ยวเบ็ดทิ้งลงไปกลางทะเล ให้ปลาฉนากฉลามกินเป็นอาหาร"

ทั้งนี้ พระองค์ยังทรงมีพระปรีชาด้านมวยไทย ทรงเป็นผู้คิดท่าแม่ไม้มวยไทย ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ปรากฏชัดเจน ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันที่ขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าเสือเป็น "วันมวยไทย"

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

นอกจากนิสัยดุร้ายแล้ว ยังมีตำนานที่เผยว่า 'มักมากในกามคุณ' ตามพระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่า

"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพอพระทัยเสวยน้ำจัณฑ์ แล้วเสพสังวาสด้วยดรุณีอิตถีสตรีเด็กอายุ 11-12 ปี ถ้าสตรีใดเสือกดิ้นโครงไป ให้ขัดเคือง จะลงพระราชอาชญาถองยอดอกตายกับที่ ถ้าสตรีใด ไม่ดิ้นเสือกโครงนิ่งอยู่ ชอบพระอัชฌาสัย พระราชทานบำเหน็จรางวัล"

“ประการหนึ่ง ปราศจากพระเบญจางคิกศีล มักพอพระทัยทำอนาจารเสพสังวาสกับภรรยาขุนนาง แต่นั้นมาพระนามปรากฏเรียกว่า พระเจ้าเสือ”

อ่านเพิ่มเติม : เปิดประวัติ 'พระเจ้าเสือ' กับพระอุปนิสัยดุร้าย จับคนโยนให้ฉลามกิน ชอบเสวยน้ำจัณฑ์

ที่มา : ศิลปะวัฒนธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...