ทายาทสวนส้มโอเวียงแก่น วัย 25 ปี พัฒนาผลผลิตคุณภาพเป๊ะ ฟันรายได้เกือบล้าน
ส้มโอเวียงแก่น เป็นส้มโอที่มีคุณภาพ นิยมปลูกกันในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ด้วยลักษณะสภาพภูมิประเทศที่อยู่สูง ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี และด้วยมีสภาพดินที่เกิดจากการทับถมของตะกอนแม่น้ำโขงและแม่น้ำงาว มาเป็นระยะยาวนาน จึงทำให้ดินมีแร่ธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก
เมื่อเกษตรกรมีการนำส้มโอมาปลูกในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จึงทำให้ผลผลิตส้มโอมีคุณภาพสูง เป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอเวียงแก่น และจังหวัดเชียงรายมาโดยตลอด โดยเฉพาะส้มโอที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น ทั้ง 3 สายพันธุ์ จะมีลักษณะเฉพาะตัว ดังนี้
- พันธุ์ทองดี เปลือกบาง เนื้อหรือกุ้งจะมีสีชมพูอ่อน เนื้อนิ่มฉ่ำน้ำ หากทิ้งไว้ยิ่งนานก็จะยิ่งมีรสชาติหวาน
- พันธุ์ขาวใหญ่ เนื้อหรือกุ้งแน่น มีน้ำมากแต่ไม่แฉะ รสชาติหวานอมเปรี้ยว เมล็ดน้อย สามารถแกะออกจากเปลือกง่าย
- พันธุ์เซลเลอร์ เป็นส้มโอลูกผสมที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เนื้อในสีแดง แต่ไม่เข้มเท่ากับพันธุ์ทับทิมสยาม เป็นส้มโอที่รสชาติหวานและมีกลิ่นหอมเฉพาะ เป็นที่ชื่นชอบของคนในต่างประเทศอย่างมาก
คุณจุฬาลักษณ์ เรียงยาย หรือ คุณมิลค์ ทายาทเจ้าของสวนส้มโอวิชัย อยู่ที่บ้านทุ่งคำ ตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 25 ปี เรียนจบภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาต่อยอดพัฒนาสวนส้มโอของพ่อ ทั้งในด้านของคุณภาพและการตลาด ตั้งเป้าภายในปี 2567 พื้นที่ปลูกส้มโอจำนวน 15 ไร่ จะต้องสร้างรายได้ให้ถึงหลักล้าน
คุณมิลค์ เล่าให้ฟังว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ก่อนที่พ่อกับแม่จะมาทำสวนส้มโอ ท่านเคยปลูกข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังมาก่อน แต่ได้ผลตอบแทนกลับมาไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกส้มโอตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งสนับสนุนต้นพันธุ์ส้มโอให้มาทดลองปลูก พอปลูกแล้วได้ผลผลิตดีกว่าการปลูกข้าว ปลูกข้าวโพด และมันสำปะหลัง จึงเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนพื้นที่นา มาปลูกส้มโอจำนวน 15 ไร่ โดยเลือกปลูกส้มโอสายพันธุ์ทองดีเป็นหลัก จำนวน 12 ไร่ และพื้นที่ที่เหลืออีก 3 ไร่ เป็นปลูกเป็นสายพันธุ์ ขาวใหญ่ เซลเลอร์ และทับทิมสยาม
ซึ่งสาเหตุที่เลือกปลูกสายพันธุ์ทองดีเป็นหลัก เนื่องจากเมื่อ 30 ปีที่แล้ว “ทองดี” เป็นสายพันธุ์ที่ตลาดนิยมซื้อ นิยมกินมากที่สุดและเป็นสายพันธุ์ที่ต้านทานโรคและแมลงได้ดี ปลูกและดูแลง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ
โดยจุดเด่นส้มโอของที่สวนที่ปลูกอยู่ทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ทองดี ขาวใหญ่ เซลเลอร์ และทับทิมสยาม ที่นอกเหนือจากจุดเด่นเรื่องของรสชาติแล้ว ความพิเศษอยู่ที่ผิวของส้มโอ ที่สวนส้มโอวิชัยสามารถทำมาตรฐานผิวส้มโอให้สวยเนียน ไม่มีที่ติได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผลผลิตทั้งหมด เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การดูแลเอาใจใส่ และการฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงให้ถูกช่วง ถูกจังหวะ
**เทคนิคการปลูกส้มโอ
ผิวสวย มาตรฐานส่งออก**
ส้มโอสามารถปลูกได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียว ดินทราย ดินปนทราย ที่ระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขังแฉะ แต่คุณภาพผลผลิตแตกต่างกันไป พื้นที่ปลูกที่ทำให้ส้มโอเจริญงอกงามดี ผลดก และมีคุณภาพดีควรปลูกในพื้นที่ดินโปร่งร่วนซุย มีอินทรียวัตถุอยู่มาก
คุณมิลค์ บอกว่า โดยมากพื้นที่ปลูกส้มโอของสวนเป็นดินเหนียว เพราะเคยเป็นพื้นที่นามาก่อน จะมีการเตรียมดินก่อนปลูกโดยการไถพรวน แล้วโรยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ให้ทั่วแปลง เสร็จแล้วทำการวางระบบน้ำสปริงเกลอร์ แล้วเปิดรดน้ำเพื่อสะสมอาหารในดิน ให้จุลินทรีย์เจริญเติบโต หรือเรียกว่าเป็นการหมักดินก่อนปลูกสักประมาณ 1 เดือน
หลังจากหมักดินทิ้งไว้ครบ 1 เดือนแล้ว ทำการขุดหลุมปลูก รองก้นหลุมด้วยปูนขาว ปลูกในระยะห่างระหว่างต้น 6×6 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 45 ต้น
การดูแลรดน้ำ
ในระยะที่ปลูกส้มโอใหม่ๆ ต้องหมั่นให้น้ำสม่ำเสมอจนกว่าจะตั้งตัวได้ เมื่อส้มโอเจริญเติบโตดีแล้วให้น้ำเป็นครั้งคราวเมื่อจำเป็น อย่างของที่สวนในช่วงเริ่มต้นปลูกเดือนแรกจะให้น้ำประมาณ 15-30 นาที วันเว้นวัน จากนั้นเมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนที่ 2 ต้นเริ่มใหญ่มากขึ้นจะปรับการให้น้ำ จากวันเว้นวันเป็น 5 วันครั้ง และพอต้นเจริญเติบโตไปอีกก็ปรับการให้น้ำอีกเป็นอาทิตย์ละครั้ง
“ส้มโอถือเป็นพืชทนแล้ง ต้นยิ่งโตยิ่งไม่ต้องรดน้ำมาก แต่อย่าให้ขาด โดยเฉพาะช่วงติดดอกออกผลเป็นต้นไป เราไม่ควรทิ้งน้ำเลย ถ้าทิ้งน้ำปล่อยให้ดินแห้ง จะส่งผลทำให้ผลผลิตแคระแกร็น เพราะพืชต้องการน้ำในการเจริญเติบโต เพราะฉะนั้นในช่วงที่กำลังติดผล เราให้น้ำอาทิตย์ละครั้ง นาน 2 ชั่วโมง”
การบำรุงใส่ปุ๋ย
เริ่มใส่ปุ๋ยตั้งแต่เดือนแรกที่ปลูก โดยที่สวนจะใส่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 สลับกับปุ๋ยปรับปรุงดิน ใส่ทุกเดือน เดือนละครั้ง ไปจนอายุต้นครบ 3 ปี หรือยังไม่ให้ผล ปริมาณการใส่ช่วง 1-3 เดือนแรก ใส่ในอัตรา 2 ขีดต่อต้น แต่หลังจาก 4 เดือนขึ้นไปจะเพิ่มอัตราการใส่ตามอายุและขนาดของต้น
เมื่อส้มโอให้ผลแล้วเมื่ออายุ 4 ปีขึ้นไป ส้มโอเริ่มติดดอกออกผลมากขึ้น ในช่วงแรกควรไว้ผลไม่เกิน 20 ผลต่อต้น ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ผสมกับปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 และปุ๋ยอินทรีย์ เดือนละ 1/2 กิโลกรัมต่อต้น วิธีการใส่ปุ๋ยโรยบนพื้นดินภายในบริเวณทรงพุ่ม แต่ระวังอย่าใส่ปุ๋ยให้ชิดกับโคนต้น เพราะปุ๋ยจะทำให้เปลือกรอบโคนต้นส้มโอเน่าและอาจทำให้ส้มโอตายได้
การกำจัดวัชพืช
ในสวนส้มโอทุกแห่งมักจะมีปัญหาจากวัชพืชที่ขึ้นรบกวน ถ้ามีจำนวนมากก็จะกลายเป็นแหล่งสะสมโรคและแมลง จำเป็นต้องคอยควบคุมอย่าให้มีวัชพืชมาก แต่การกำจัดหญ้าหรือวัชพืชอื่นให้หมดไปเลยก็ไม่ดี ควรให้มีเหลืออยู่บ้างช่วยยึดดินไม่ให้หน้าดินพังทลาย รวมทั้งช่วยป้องกันการระเหยของน้ำได้อีกด้วย
“ที่สวนเราจะให้ความสำคัญเรื่องของความสะอาดมาก จะไม่ปล่อยให้วัชพืชขึ้นรกเด็ดขาด จะมีการจัดการตัดหญ้าทุกเดือน แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าฝนวัชพืชจะขึ้นเร็วหน่อย ก็จะตัดเดือนละ 2 ครั้ง หรือแม้กระทั่งตอนตัดแต่งกิ่ง จะไม่ปล่อยให้ใบหล่นลงมาทับถมที่โคนต้นเยอะ เพราะจะเป็นแหล่งสะสมโรคและแมลง สวนของเราจะดูแลให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอ”
การป้องกันกำจัดศัตรูพืช
ส้มโอเป็นพืชที่มีโรคแมลงรบกวนมาก ชาวสวนจึงต้องให้ความสนใจในการป้องกันกำจัดโรคแมลงให้ดีที่สุด โดยแมลงศัตรูพืชที่พบเจอหลักๆ คือ เพลี้ยไฟ ไรแดง ในช่วงติดดอก และส้มโอกำลังติดผลอ่อน ที่สวนจะใช้วิธีป้องกันและกำจัดด้วยการฉีดพ่นสารกำจัดเพลี้ยไฟ ทุก 2 อาทิตย์ หรือเข้าทำลายตามช่วงฤดู หากเป็นในช่วงฤดูร้อนเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย จะระบาดหนัก ส่วนหน้าฝนจะเป็นช่วงระบาดของเพลี้ยนาสาร เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญของการปลูกส้มโอให้ได้คุณภาพ ผิวสวย อยู่ที่ขั้นตอนการป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้ถูกช่วง และตรงกับโรคแมลงที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆ ด้วย
ปริมาณผลผลิต ผลผลิตเริ่มเก็บได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม ต้นอายุ 20 ปีขึ้นไป ให้ผลผลิตอยู่ที่ 100-150 ลูกต่อต้น น้ำหนักเฉลี่ยต่อผลอยู่ที่ 1.5-3 กิโลกรัม และในส่วนของต้นอายุ 10 ปี ผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 100 ลูกต่อต้น
**ขายส่งล้ง ทำตลาดออนไลน์
อนาคตติดต่อส่งออกเอง**
สำหรับการตลาด คุณมิลค์ บอกว่า ที่ผ่านมาพ่อกับแม่เก็บผลผลิตส่งล้งใกล้บ้าน ในอำเภอเวียงแก่นเป็นหลัก จนมาถึงปัจจุบันตนเองได้มีการขยายช่องทางการขายให้มากขึ้น โดยการผลิตส้มโอเกรดพรีเมี่ยมส่งขายตลาดออนไลน์เพื่อสร้างมูลค่า และเปิดรับพ่อค้าแม่ค้าให้เข้ามาซื้อถึงสวน รวมไปถึงในอนาคตมองไปถึงการติดต่อส่งออกผลผลิตไปยังต่างประเทศเอง เพื่อลดปัญหาโดนล้งกดราคา
ด้านราคาขาย 1. พันธุ์ทองดีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 18 นิ้วขึ้นไปเป็นเบอร์ 1 ปีนี้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 11-15 บาท และถ้าต่ำลงมา 12-18 นิ้ว เป็นเบอร์ 2 ราคากิโลกรัมละ 7 บาท 2. พันธุ์ขาวใหญ่ เบอร์ 1 ปีนี้ราคากิโลกรัมละ 25 บาท เบอร์ 2 กิโลกรัมละ 15 บาท 3. พันธุ์เซลเลอร์ ราคาเท่าๆ กับทองดี เบอร์ 1 ปีนี้ราคากิโลกรัมละ 11-15 บาท เบอร์ 2 ราคากิโลกรัมละ 7 บาท และ 4. พันธุ์ทับทิมสยาม ปีนี้ราคากิโลกรัมละ 12-15 บาท ซึ่งในแต่ละปีราคาจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงไม่เหมือนกัน
โดยปีนี้คาดการณ์รายได้อยู่ที่ประมาณ 700,000-800,000 บาท เป็นรายได้ที่พออยู่ได้ แต่ส่วนตัวยังไม่พอใจ เพราะคิดว่าเราสามารถสร้างมูลค่าจากตรงนี้ได้มากกว่านี้ จึงตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี 2567 จะต้องทำรายได้ให้แตะหลักล้าน คุณมิลค์ กล่าวทิ้งท้าย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 093-730-8684 หรือช่องทางเฟซบุ๊ก : สวนส้มโอวิชัย
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันอังคารที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2566
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทายาทสวนส้มโอเวียงแก่น วัย 25 ปี พัฒนาผลผลิตคุณภาพเป๊ะ ฟันรายได้เกือบล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com