โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

2503 สงครามลับ สงครามลาว (74)/บทความพิเศษ พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 12 เม.ย. 2565 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2565 เวลา 03.41 น.

บทความพิเศษ

พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

 

2503 สงครามลับ

สงครามลาว (74)

 

บันทึกของซีไอเอ : ฐานยิงคิงคอง

เจมส์ อี.ปาร์เกอร์ จูเนียร์ บันทึกสถานการณ์ที่ฐานยิงคิงคองซึ่งเป็นที่หมายรองของฝ่ายเวียดนามเหนือว่า พลประจำปืนต้องลดปากกระบอกปืนใหญ่ลงมาในแนวราบขนานพื้นเพื่อใช้เทคนิคยิงเล็งตรงไปยังข้าศึกที่บุกเข้ามาประชิดที่ตั้งขณะที่กระสุนปืนใหญ่ใกล้จะหมดจากฐานยิง

นักบินประจำเครื่อง คอนติเนนตัล ทวิน ออดเตอร์ ได้รับคำสั่งให้นำกระสุนไปส่งให้ฐานยิงสนับสนุนคิงคองด่วน แต่ขณะที่เขากำลังจะหย่อนลังกระสุนลงสู่ฐานยิง ปตอ.เวียดนามเหนือหลายกระบอกก็ยิงสวนขึ้นมา เครื่องบินเข้ามาอยู่ในระยะยิงของ ปตอ.กระบอกหนึ่งซึ่งทำการยิงอย่างรวดเร็วเสียจนกระทั่งใบไม้และอุปกรณ์ที่ใช้พรางกระเด็นออก เครื่องบินอยู่ท่ามกลางวิถีกระสุน เสี่ยงต่ออันตราย นักบินจึงล้มเลิกภารกิจแล้วบินลงไปทางทิศใต้

กองพล 316 เวียดนามเหนือซึ่งได้รับภารกิจให้เข้าตีฐานยิงสนับสนุนคิงคองร่วมกับรถถัง T-34 3 คัน รวมทั้งรถสายพานลำเลียงพลซึ่งบรรทุกทหารราบเคลื่อนที่มาจากแก่งไก่ วิ่งผ่านพื้นที่ซึ่งเคยมีทหารรัฐบาลลาว กรม GM 21 วางกำลังอยู่แล้วตรงไปทางทิศตะวันตก แต่ระหว่างที่เคลื่อนที่อยู่บนที่ราบทุ่งไหหิน รถถัง 2 ใน 3 คันเกิดติดขัด จึงเหลือรถถังเพียงคันเดียวในการสนับสนุนทหารราบ แต่แล้วก็ถูกยิงที่ป้อมปืนด้วยอาวุธต่อสู้รถถังจนปืนใหญ่ประจำรถใช้การไม่ได้ จึงหันหลังกลับไปช่วยเหลือรถถังสองคันที่ติดขัดอยู่

ผู้นำอากาศยานหน้าไทยนามรอสสินีอยู่ร่วมกับทหารไทยบนอีกยอดเขาทางขวาของพื้นที่ตอนเหนือฐานยิงสนับสนุนคิงคอง รายงานว่ากำลังเวียดนามเหนือจำนวนมากกำลังเคลื่อนที่ขึ้นเนินเขามาทางด้านตะวันออก กดดันให้เขาต้องละทิ้งที่มั่นแล้วถอนตัวเข้ามาอยู่ในฐานยิงสนับสนุนคิงคอง

 

บันทึกซีไอเอ : ฐานยิงไลอ้อนและมัสแตง

เจมส์ อี.ปาร์เกอร์ จูเนียร์ บันทึกว่า การสู้รบที่ฐานยิงสนับสนุนไลอ้อนและมัสแตงที่หมายหลักในการเข้าตีของเวียดนามเหนือก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับเช่นเดียวกัน กระสุนปืนใหญ่ของเวียดนามเหนือตกลงมาในฐานหนักกว่าที่อื่นๆ แต่แล้วปืนใหญ่เหล่านี้ก็หยุดยิงเพื่อให้ทหารราบเคลื่อนตัวกระชับวงล้อมที่มั่นทหารไทยให้ประชิดเข้าไปอีก

จากการดักฟังทางวิทยุ ผู้บังคับกองร้อยเวียดนามเหนือคนหนึ่งรายงานว่าสามารถยึดที่หมายขั้นต้นซึ่งอยู่ระหว่างฐานยิงสนับสนุนไลอ้อนกับมัสแตงได้เป็นผลสำเร็จ

แต่ในความเป็นจริงเขาหยุดการเข้าตีแล้วหลบอยู่ในแนวป่าเพื่อความปลอดภัย เมื่อถูกตรวจพบจึงได้รับคำสั่งให้ออกมาเข้าตีที่หมายด้วยการใช้บังกาโลว์ตอร์ปิโด อนาคตต่อไปของนายทหารคนนี้คงไม่ก้าวหน้านัก

ตอนสายวันนั้น กองพันลาวเทิงจากกรม GM 21 ซึ่งยังไม่รับทราบว่าฐานยิงสนับสนุนไลอ้อนและมัสแตงกำลังถูกโจมตีอย่างหนัก จึงพยายามเคลื่อนกำลังจากที่มั่นเคลื่อนที่ในทุ่งไหหินลงมาที่ฐานยิงสนับสนุนมัสแตง

ทำให้ฝ่ายเวียดนามเหนือเข้าใจผิดว่าเป็นกำลังเพิ่มเติมที่จะมาเข้าตีจากทางด้านหลัง จึงสั่งระงับการเข้าตีต่อที่หมายฐานยิงไลอ้อนและมัสแตงไว้ชั่วคราว เพื่อหันมาต่อสู้กับหน่วยทหารลาวเทิงเหล่านี้

 

บันทึกซีไอเอ

: ฐานยิงสติงเรย์ มิก 21

และกำลังเสริมจากไทย

ตอนเที่ยงวัน ขณะที่การสู้รบที่ฐานยิงสนับสนุนไลอ้อน มัสแตง แพนเธอร์ และคิงคอง เป็นไปอย่างหนัก ฐานยิงสนับสนุนสติงเรย์ซึ่งซีไอเอและ ฉก.วีพี ใช้เป็นที่บัญชาการก็ถูกยิงโจมตีและถูกเข้าตีทางพื้นดิน เหลือเพียงฐานยิงสนับสนุนคอบร้าที่ยังไม่ถูกโจมตีจึงยังคงสามารถยิงสนับสนุนฐานยิงไลอ้อนและมัสแตงได้เต็มที่

เวลา 15.00 น. เครื่องบินขับไล่ F-4 แฟนธอม นักบินนามเรียกขานฟอลคอน 66 ลาดตระเวนคุ้มกันหน่วยเฝ้าถนนซีไอเออยู่ในพื้นที่ใกล้ซำเหนือ ถูกยิงตกในทุ่งไหหินโดยเครื่องบินขับไล่ มิก-21 ของกองทัพอากาศเวียดนามเหนือด้วยอาวุธจรวด เอเอ-2 อะตอล

เครื่องบิน เอฟ-4 อีกสองลำเข้าปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย พบมิก-21 สองลำบริเวณพรมแดนลาว-เวียดนามเหนือจึงเข้าไล่ติดตาม เอฟ-4 ลำหนึ่งเกิดน้ำมันเชื้อเพลิงหมดจึงบินกลับฐานบินแล้วตกลงระหว่างทาง (สามารถช่วยเหลือนักบินได้ในวันต่อมา) ส่วนเอฟ-4 อีกลำหนึ่งที่นักบินนามเรียกขานฟอลคอน 75 บินกลับทะเลจีนใต้ แต่สูญหายและไม่สามารถติดต่อได้

บ่ายวันเดียวกันนี้ ที-28 ซึ่งมีนักบินเป็นชาวม้งลำหนึ่งถูกยิงตก และอีกชั่วโมงครึ่งต่อมา ที-28 อีกเครื่องหนึ่งก็ถูกยิงตกใกล้ฐานยิงสนับสนุนมัสแตงและไลอ้อน

สรุปแล้วมีการสูญเสียวันนี้คือ เอฟ-4 แฟนธอม 3 ลำ และที-28 2 ลำ การค้นหาและกู้ภัยดำเนินไปอย่างกว้างขวางทั่วพื้นที่ ทำให้การสนับสนุนทางอากาศต่อที่มั่นของทหารไทยในทุ่งไหหินต้องลดน้อยลง นอกเหนือไปจากอุปสรรคของสภาพอากาศ

เย็นวันนี้ กองพันทหารเสือพรานไทย 3 กองพันที่อยู่ระหว่างการฝึกในประเทศไทยถูกเคลื่อนย้ายด้วย ซี-130 อย่างเร่งด่วนมายังล่องแจ้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าวางกำลังเพิ่มเติมบนพื้นที่สูงทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของทุ่งหิน

หมายเหตุ : “วีรกรรมนิรนาม เสือพราน” ของเฉลิมชัย ธรรมเวทิน ปรากฏรายชื่อผู้นำอากาศยานหน้าลำดับที่ 69 “Somchai Ascharyachayabhantha” นามเรียกขาน “Rossini”

ปรับแผน

บันทึกของพันเอกเหงียน ชวน กล่าวถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในตอนค่ำของวันที่ 18 ธันวาคม จากการพิจารณาข้อจำกัดสภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้ทหารไทยขาดการสนับสนุนทางอากาศยุทธวิธี บวกกับรายงานข่าวกรองจากฮานอยว่ากำลังมีการเพิ่มเติมกำลัง 3 กองพันทหารไทยที่กำลังสดชื่นเข้าสู่สนามรบ

ผู้บังคับการกรม 165 พันเอกเหงียน ชวน ได้เสนอแนะนายพลอัน ให้ยังคงเดินหน้าปฏิบัติตามแผนในการปิดล้อมฐานยิงสนับสนุนไลอ้อนและมัสแตงต่อไป และควรออกคำสั่งให้กรม 165 ของเขาเข้ากวาดล้างกองพันบีซี 609 ของทหารไทยที่ตั้งฐานที่มั่น 3 แห่งบนยอดภูเทิง อันเป็นจุดสูงสุดเพื่อป้องกันฐานยิงไลอ้อนให้สำเร็จในวันรุ่งขึ้น

เขาเสนอให้ล้มเลิกแผนเดิมที่จะใช้เวลาในการปิดล้อม 4 วัน แต่ให้เข้าตีและเอาชนะยอดเขานี้ให้ได้ในวันรุ่งขึ้นคือ 19 ธันวาคม

ข้อเสนอนี้ได้รับอนุมัติจากนายพลอัน ผู้บัญชาการ CAMPAIGN Z

หน่วยทหารเวียดนามเหนือทุกหน่วยที่รับผิดชอบในการเข้าโจมตีฐานยิงสนับสนุนคิงคองก็ได้รับคำสั่งให้ระงับแผนเดิมที่ต้องใช้เวลาปิดล้อม 4 วัน เป็นให้รวมกำลังเข้าตีแตกหักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นเดียวกัน

การวางแผนปิดล้อมเป็นเวลา 4 วันก่อนเข้าตีแตกหักก็เพื่อบั่นทอนกำลังและความได้เปรียบของฝ่ายตั้งรับเพื่อให้ง่ายต่อฝ่ายเข้าตี แต่การลดระยะเวลาในการปิดล้อมจาก 4 วัน เป็นเข้าตีแตกหักทันทีจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อฝ่ายเวียดนามเหนืออย่างคาดไม่ถึง เพราะกำลังทหารไทยที่ตั้งรับยังคงมีความสดชื่นเข้มแข็งจึงสามารถต้านทานการเข้าตีได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถสร้างความสูญเสียแก่ฝ่ายเวียดนามเหนืออย่างหนัก

ดังจะปรากฏในรายงานของฝ่ายเวียดนามเหนือเองในเวลาต่อมา

 

ภูเทิงสู้ตาย

บันทึกของ “ผาอิน”…

“สถานการณ์ในคืน 18 ธันวาคม เงียบสงัดอย่างผิดปกติ ซึ่งฝ่ายเราก็คาดว่าข้าศึกคงจะทำการเพิ่มเติมหรือปรับกำลังเพื่อเตรียมปฏิบัติการต่อไปในวันรุ่งขึ้น ปรากฏว่าการคาดการณ์ของเราเป็นความจริง ข้าศึกได้เริ่มหนุนเนื่องกำลังเข้าหาฝ่ายเราอย่างหนาแน่นตั้งแต่เช้าตรู่และได้ระดมยิงอาวุธหนักเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะทางด้านภูเทิง กระแสคลื่นมนุษย์ของข้าศึกหนุนเนื่องเข้าพัน ทสพ.609 ทุกทิศทาง ระลอกแล้วระลอกเล่า พัน ทสพ.609 ยังคงสู้ต่อไปอย่างเข้มแข็งสมศักดิ์ศรีของทหารเสือพราน”

การที่ฝ่ายเวียดนามเหนือเร่งรัดการเข้าตีต่อที่หมายภูเทิงเช่นนี้ เป็นผลจากการยกเลิกการปิดล้อมตามแผนเดิม 4 วัน เป็นการเข้าตีแตกหักโดยทันที

“‘อินทนิล’ (ร.ท.ชูเกียรติ สินค้าเจริญ นายทหารยุทธการ พัน ทสพ. 609) รายงานจำนวนซากศพของข้าศึกนับร้อยที่ทับถมกันอยู่หน้าแนว และรายงานการบาดเจ็บของฝ่ายเราว่า ‘ถ้วนหน้า’ ทำให้เลือดในกายของพวกเราที่ได้ยินเดือดพล่าน ข้าศึกหนุนเนื่องเข้าหากองร้อยที่ 3 บนยอดภูเทิงจนกระทั่งขาดการติดต่อ อินทนิลเงียบเสียงไปแล้วเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. และ ‘ชูพันธ์’ (ร.ท.โรม ชัยมงคล) ผบ.หมวดอาวุธหนัก และเป็น FAG ใช้นามเรียกขานว่า ‘VOLTAGE’ ได้พูดวิทยุขอให้ฐานยิงสติงเรย์ยิงแตกอากาศเหนือฐานให้เมื่อเวลา 17.00 น. ว่า ‘แตกอากาศเหนือฐานด่วนที่สุด เป็นทางเดียวเท่านั้นที่เราจะอยู่รอด’ นั่นเป็นสัญลักษณ์ว่า พัน ทสพ.609 ถึงวาระที่จะต้องสู้ตายคาฐานแล้ว ความพินาศของพัน ทสพ.609 เป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ซึ่งจะสถิตแนบแน่นอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดกาล”

“ข้าศึกต้องเอาชีวิตมาสังเวยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของทหารเสือพรานหน่วยนี้หลายร้อยศพ และจำต้องหยุดชะงักอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง ฝ่ายเราสูญเสียกำลังพลไป 134 นาย เหลือรอดมาได้ประมาณ 30 นายเท่านั้น”

“ภูสิน” บันทึกเหตุการณ์เดียวกันนี้ว่า

“สถานการณ์ฝ่ายเราไม่ดีขึ้นดังหวัง ร.209 และ ร.141 ของข้าศึกเข้าตีบีซี 609 อย่างรุนแรงต่อไป ฝ่ายเราใช้ปืนใหญ่จากทุกที่ตั้งยิงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และกระสุนปืนใหญ่นั้นก็ร่อยหรอลงไปทุกขณะ ในตอนบ่ายได้รับข่าวจากบีซี 609 บนยอดภูเทิงว่าได้ส่งกำลังออกไปลาดตระเวนได้ปะทะกับข้าศึกที่เชิงภูเทิงห่างจากที่ตั้ง บก.บีซี 609 ประมาณ 2 ก.ม. ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป เมื่อฝ่ายเรากลับถึงที่ตั้งได้ขอให้ไลอ้อนยิงตามเส้นทางที่คาดว่าข้าศึกจะเคลื่อนที่ไป แต่ไม่ทราบผลหรอกครับ เพราะเป็นการยิงที่ไม่มีการตรวจการณ์ แต่คาดว่าข้าศึกก็คงไปรายงานหน่วยเหนือของเขา (ถ้าไม่ถูกกระสุนปืนใหญ่ของไลอ้อนบาดเจ็บล้มตายเสียก่อน) เพราะฝ่ายข้าศึกเพิ่มเติมกำลังกดดันบีซี 609 มากขึ้นทุกทีๆ และบีซี 609 ก็ส่งเป้าหมายและคำขอยิงให้ไลอ้อนทำการยิงให้อยู่ตลอดเวลา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...