โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

LHแลนด์แบงก์เต็มมือ ชูบ้านแนวราบยืนหนึ่ง

ทันหุ้น

อัพเดต 04 มิ.ย. 2563 เวลา 01.15 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 01.15 น.

ทันหุ้น –สู้โควิด- LH ตุนที่ดินรองรับการเปิดโครงการใหม่ได้ถึง 4 ปี ชี้ลดภาษีที่ดิน 90% ช่วยลดต้นทุน เผยยอดขายไตรมาส 2/2563 แนวโน้มดี โครงการแนวราบยืนหนึ่ง เล็งเปิดเพิ่มอีก 12 โครงการ มูลค่า 2.1 หมื่นล้านบาท ในช่วงที่เหลือของปีนี้พร้อมอัดโปรโมชั่นปั๊มยอดขายเพิ่ม

นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH เปิดเผยว่าสำหรับมาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง90% มองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นมาตรการที่จะมาบรรเทาความเดือนร้อนของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนบริษัทปรับตัวลดลง ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินในมือสามารถรองรับการเปิดโครงการใหม่ได้ถึง4 ปี

ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยโครงการแนวราบยังมียอดขายในระดับที่ดี แต่ในส่วนของคอนโดมีเนียมอาจจะมียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ทั้งปีคาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะลดลงเกิน 10%เช่นเดียวกับซัพพลาย ทำให้คาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มกลับสู่สมดุลมากขึ้น และคาดว่าปีหน้าแนวโน้มตลาดก็น่าจะกลับมาดีขึ้น

*อัดโปรโมชั่นปั๊มยอดขาย

ขณะที่ยอดขายของบริษัทในช่วงไตรมาส 2/2563 ยังมีแนวโน้มที่ดี โดยทั้งปียังคงเป้ายอดขายปีนี้ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท และคงเป้ารายได้ที่ 3.33 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) กว่า 9 พันล้านบาท ทั้งนี้บริษัทยังเดินหน้าในการเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง โดยมีแผนจะเปิดโครงการแนวราบอีก 12 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2.1หมื่นล้านบาท ในช่วงไตรมาส 2/2563 นี้ 1 โครงการ, ไตรมาส 3/2563จำนวน9โครงการ และไตรมาส 4/2563 อีก2 โครงการ ไม่มีการการคอนโดมิเนียมใหม่

อย่างไรก็ดีบริษัทจะเดินหน้าในจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มช่องทางการขายโครงการผ่านระบบออนไลน์ด้วย เพื่อเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะในปัจจุบัน ส่วนแผนการขายโครงการอพาร์ทเม้นท์ในสหรัฐอเมริกาจำนวน 1 แห่ง จากปัจจุบันมีทั้งสิ้น 4 แห่ง ยังอยู่ในแผนของบริษัทตามนโยบายของบริษัทที่จะเข้าลงทุนและขายสินทรัพย์ออกไปเมื่อครบระยะเวลาลงทุนประมาณ 5-6 ปี ทำให้คาดว่าจะบันทึกกำไรพิเศษช่วงปลายปี

*เคาะเป้าซื้อ 10.60 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุถึง LH ว่าบริษัทยังคงเป้ารายได้และยอดจองสำหรับปีนี้ โดยในเดือน เมษายน LH เห็นการดำเนินงานของกลุ่ม Low-rise ดีขึ้น แต่ถูกกดดันจากกลุ่มคอนโด ทำให้ยอดโดยรวมคงที่ จากช่วงเดียวกันปีก่อน และยอดจองเริ่มกลับมาปกติในเดือน พฤษภาคม ทำให้บริษัทยังคงเป้าหมายในการเติบโต และเริ่มการขายโครงการใหม่ๆ ผ่านระบบออนไลน์

แนะนำให้ “ซื้อ” LH โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 10.60 บาท อิง SOTP เนื่องจาก 1.การดำเนินงานของ Low-rise ที่ดีขึ้น 2.มูลค่าของเงินลงทุนใน HMPRO ที่เพิ่มขึ้น 3.การขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT แต่มีความเสี่ยงเชิงลบจาก 1.ผลการดำเนินงานที่แย่กว่าคาด 2.ยอดขายคอนโดที่ลดลง และ 3.ปริมาณสต็อคที่เพิ่มขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...