โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“แอสเสท เวิรด์” จัดทัพธุรกิจโรงแรม เจาะกลุ่ม MICE “จ่ายหนัก” ลงทุนมิกซ์ยูส “พัทยา- เอเชียทีค”

Positioningmag

อัพเดต 30 ก.ค. 2562 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2562 เวลา 13.30 น.

หลังจัดพอร์ตโฟลิโอกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 1 ใน5 ธุรกิจหลักของTCC Group ของเจ้าสัวเจริญสิริฒนภักดีคัดทรัพย์สินPrime Property และPrime Location ย่านซีบีดีเข้ามาอยู่แอสเสทเวิรด์คอร์ปอเรชั่นหรือAWC พร้อมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สำหรับพอร์ตการลงทุนอสังหาฯของ AWC มี 2 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ  ธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) ซึ่งเป็นพันธมิตรเชนโรงแรมระดับโลก 6 แห่ง ได้แก่ แมริออท ฮิลตัน อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป มีเลีย บันยันทรี และโอกุระ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail and Commercial Building) พื้นที่รวม 6 แสนตร.ม. แบ่งเป็น อสังหาฯเพื่อประกอบกิจการค้าปลีก (Retail and Wholesale) 10 โครงการ และกลุ่มอาคารสำนักงาน 4 โครงการ

ชูห้องพักโรงแรมมากสุดเจาะกลุ่ม MICE

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปัจจุบัน AWC เป็นเจ้าของโรงแรมรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในโรงแรมระดับ Midscale ขึ้นไปจากจำนวนห้องพักทั้งหมดกว่า 8,506 ห้อง รวม 27 แห่ง โดยเปิดดำเนินการ 14 แห่ง และอีก 13 แห่งได้ตกลงเข้าซื้อตามสัญญาซื้อขายหุ้นปี 2562  ซึ่งจะทยอยเปิดบริการในช่วง 3-5 ปีนี้  ด้วยงบลงทุนรวม 40,000 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจโรงแรมแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1. โรงแรมกลุ่ม MICE สร้างรายได้มากที่สุด ปี 2561 อยู่ที่ 52% ในกลุ่มนี้ คือ  แมริออท มาร์คีส์ ควีนปาร์ค, แอทธินี โฮเทล, โอกุระ และแมริออท สุรวงศ์ [caption id="attachment_1240914" align="alignnone" width="700"]

แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์[/caption] 2.โรงแรมในเมือง (City Hotel) ในกรุงเทพฯ  สัดส่วนรายได้ 16.5%  เช่น เลอเมอริเดียน กรุงเทพฯ ,ฮิลตัล สุขุมวิท, ดับเบิ้ลทรี ฮิลตัล สุขุมวิท, ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส สาทร 3.รีสอร์ทระดับ Luxury นอกกรุงเทพฯ สัดส่วนรายได้ 11% เช่น บันยันทรี สมุย และ วนาเบลล์ รีสอร์ท สมุย 4.โรงแรมอื่น ๆ (Leisure) นอกกรุงเทพฯ สัดส่วน 20.5% เช่น แมริออท หัวหิน,แมริออท ภูเก็ต, เชอราตัน สมุย, เลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ [caption id="attachment_1240915" align="alignnone" width="700"]

Okura Prestige[/caption] กลุ่มธุรกิจโรงแรมทั้ง 27 แห่งในพอร์ตของ AWC  กลุ่มหลักยังเป็นโรงแรมกลุ่ม MICE เนื่องจากเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE ไทยเติบโต 47.6%  กลยุทธ์การทำตลาดของ AWC จะใช้จุดแข็งเครือข่ายห้องพักสำหรับกลุ่ม MICE ที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทยรวมกว่า 4,000 ห้อง และเครือข่ายเชนบริหารโรงแรมจาก 6 พันธมิตร ดึงกลุ่ม MICE เข้ามาใช้บริการ ประเทศไทยมีศักยภาพดึงการประชุมนานาชาติเข้ามาจัดงาน จากความพร้อมสถานที่จัดประชุมและโรงแรมที่พัก โดยตลาดกลุ่ม MICE จะมีการต้องห้องพักล่วงหน้า มีการใช้ห้องประชุม รวมทั้งบริการ F&B และระยะเวลาพักนาน ถือเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูง สร้างรายได้และกำไรที่ดีให้กับโรงแรม [caption id="attachment_1240916" align="alignnone" width="700"]

Banyan Tree Samui[/caption]

นักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่ง 50 ล้านคนหนุนโรงแรมโต

สำหรับโรงแรมและรีสอร์ทอื่นๆ ในพอร์ตของ AWC จะเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับกลางถึงไฮเอนด์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง สเตฟาน ฟานเดน อาวาเล หัวหน้าคณะกลุ่มโรงแรมบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในปี 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยกว่า 38 ล้านคน อุตสาหกรรมโรงแรมและร้านอาหาร สร้างรายได้9.15 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 5.6% ของ GDP ของประเทศไทย ประเมินกันว่า ปี 2030 ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มเป็น 50 ล้านคน ถือเป็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยรวมทั้ง AWC โรงแรมส่วนใหญ่ในเครือ AWC ทำรายได้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของธุรกิจโรงแรม ดัชนี RevPAR  ไตรมาสแรกปีนี้ อัตราค่าห้องพักต่อวัน (ADR) ของโรงแรมที่เปิดดำเนินการทั้ง 14 แห่ง อยู่ที่ 5,279 บาท มีอัตราการเข้าพัก 83% ลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มหลัก คือ จีน 18% ญี่ปุ่น 11%  สหรัฐ 10% [caption id="attachment_1240917" align="alignnone" width="700"]

Asiatique[/caption]

ลงทุนมิกซ์ยูส “พัทยา-เอเชียทีค”

แผนการลงทุนในกลุ่มธุรกิจโรงแรมนอกจากงบประมาณที่เตรียมไว้แล้ว 40,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุน 13 โรงแรมถึงปี 2568 แล้ว แต่ละปี AWC ได้จัดสรรเงินลงทุนอีกราว 10,000 ล้านบาทต่อปี ในช่วง 3-5 ปีนี้ เพื่อลงทุนเพิ่มเติม ทั้งการเลือกทรัพย์สินจากกลุ่ม TCC มาพัฒนาต่อ และการลงทุนโครงการใหม่ๆ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ สำหรับบิ๊กโปรเจกต์ 2 โครงการที่อยู่ในแผนการลงทุนแล้ว ซึ่งจะใช้เงินลงทุนโครงการละ 10,000 ล้านบาท คือ โครงการมิกซ์ยูสที่พัทยา เฟสแรกพื้นที่ 20 ไร่ ซึ่งจะมีโรงแรม 2 แห่ง  และมี 2 แบรนด์เข้ามาบริหาร ขนาด 1,298 ห้อง และ 500 ห้อง  ในโครงการจะสร้าง Attraction เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในโครงการด้วย อีกโปรเจกต์ คือ  เอเชียทีค เริ่มที่สร้างโรงแรมขนาด 800 ห้อง และยังมีที่ดินโดยรอบเพื่อขยายโครงการในเฟสต่อไป ซึ่งจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ เอเชียทีค เป็น Iconic ของริมแม่น้ำเจ้าพระยา ข่าวเกี่ยวเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...