โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ศาลสั่งจำคุก 33 ปี 4 เดือน มือฆ่าหั่นศพครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ยกฟ้อง ‘พรชนก’

Khaosod

อัพเดต 16 มี.ค. 2561 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2561 เวลา 08.11 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 มี.ค ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ชั้น 2 ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีดำเลขที่ 4571/60 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ กับนายสมชาย แก้วบางยาง อายุ 51 ปี จำเลยที่ 1 และนางเพ็ญศรี หรือ พรชนก ทานากะ หรือ ไชยะปะ อายุ 51 ปี จำเลยที่ 2 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง

สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องการหายตัวไปของนายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.57 ทำให้นายเท็ตสึโอะ ชิมาโตะ บุตรชาย เดินทางมาตามหาและแจ้งความไว้ที่สน.ห้วยขวาง กระทั่งนางพรชนก ไชยะปะ เพื่อนสาวคนสนิท ยอมรับสารภาพว่าตนและนายสมชาย สามี นำร่างของนายโยชิโนริมาชำแหละในบ้านพักที่หมู่บ้านออร์คิด แบ่งชิ้นส่วนบรรจุใส่กระสอบปุ๋ย จำนวน 4 กระสอบ ก่อนจะนำใส่รถแท็กซี่มาทิ้งบริเวณใต้สะพานคลองย่านอ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพื่ออำพรางคดี โดยศาลอาญารัชดา พิพากษาประหารชีวิต นายสมชาย แก้วบางยาง ส่วนนางพรชนก จำคุก 48 ปี ร่วมซ่อนเร้นศพ ไปเมื่อวันที่ 14 ม.ค.59 ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันจากคดีที่เกิดขึ้นยังทราบอีกว่ายังมี นายญี่ปุ่นคนแรกที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับนางพรชนกคือ นายคาซึโตชิ ทานากะ ที่เคยคบหากับนางพรชนกจนมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน จนในปี 2546 นายคาซึโตชิ ได้ประสบอุบัติเหตุตกบันไดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปความเห็นคดีดังกล่าวว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งจากการเสียชีวิตของนายคาซึโตชิ นางพรชนกได้รับเงินประกันชีวิตกว่า 3 ล้านบาท จนนางเค็กโกะ มัตตา ทราบข่าวการตายของนายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น จึงสงสัยว่าบิดาของตนเองอาจจะถูกฆาตกรรม ไม่ได้เสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุตกบันได ตามที่นางพรชนกที่อยู่ในที่เกิดเหตุกล่าวอ้าง วันที่ 23 ต.ค.2557 จึงได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อขอให้ตำรวจรื้อฟื้นคดี

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายสมชายรับสารภาพในชั้นสอบสวน ว่าก่อเหตุฆ่านายทานากะ เนื่องจากเกิดความหึงหวง เพราะเคยมีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับจำเลยที่ 2 มาก่อน ส่วนข้อต่อสู้ที่ระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพนั้นตอนสอบสวนมีทนายนั่งฟังด้วยและไม่ปรากฏว่ามีการเกลี้ยกล่อมแต่อย่างใด

ส่วนเรื่องที่พยานทางฝั่งจำเลย ให้การในชั้นศาลว่า ในวันเกิดเหตุที่นายทานากะเสียชีวิตว่าจ้างให้นายสมชายขับแท็กซี่ไปส่งของที่ต่างจังหวัด เนื่องจากรถของตนเองประสบอุบัติเหตุนั้น ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าในวันดังกล่าวมีเหตุจริง รวมถึงคำให้การดังกล่าวไม่มีในชั้นสอบสวน ทั้งนี้จึงพิเคราะห์ตามหลักฐานดังกล่าวมีความแน่นหนามั่นคง เพียงพอที่จะเชื่อได้ว่านายสมชายฆ่านายคาซึโตชิ ทานากะ จริง เพราะความหึงหวง ประกอบกับ โจทย์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานให้เชื่อมโยงได้ว่านายสมชายวางแผนฆ่านายคาซึโตชิ ทานากะ เพื่อครอบครองธุรกิจและวางแผนเอาเงินประกัน จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย ศาลจึงพิพากษาตัดสินนายสมชาย ในข้อหาฆ่าผู้อื่น ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อคดีลดลง 1 ใน 3 คงเหลือ จำคุก 33 ปี 4 เดือน โดยให้นับต่อจากคดีแดงเลขที่ 90/2559

ส่วนนางพรชนก จำเลยที่ 2 โจทย์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องและโจทย์ไม่มีหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 รู้ว่านายคาซึโตชิ ทานากะ มีเงินประกันมาก่อน ถึงแม้จะมีข้อพิรุธเรื่องการสั่งไม่ให้คนอื่นบอกว่านายสมชาย อยู่ในที่เกิดเหตุแต่จากการสืบพยานก็เป็นหลังจากนายคาซึโตชิ ทานากะ เสียชีวิตแล้ว จึงไม่มีข้อพิสูจน์ถึงแรงจูงใจในการฆ่าได้ ประกอบกับจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย ศาลยกฟ้องนางพรชนก ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง

ด้านนางจินตนา ณะสุโห อายุ 63 ปี มารดานางเค็กโกะ เปิดเผยว่า หลังฟังคำพิพากษาแล้วส่วนหนึ่งรู้สึกพอใจ แต่อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกเสียใจ ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างไรต้องรอพูดคุยปรึกษากับบุตรสาวก่อนเพราะตอนนี้บุตรสาวเดินทางไปต่างประเทศ

ส่วนนายจรินทร์ ภิคุปต์ ทนายความจำเลย เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับจำเลยทั้ง 2 จึงไม่ทราบว่าทางนายสมชาย จะยื่นอุทธรณ์ ในเรื่องของคำพิพากษาหรือไม่โดยหลังจากนี้จะเข้าพูดคุยอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...