"พาเลซ" แก้เกมตลาดนมหดตัว เพิ่มรสชาติใหม่ชิงมาร์เก็ตแชร์
โควิด-19 ทุบตลาดนมข้นหวาน 1.2 หมื่นล้าน หดตัว “พาเลซ” เดินหน้าสร้างแบรนด์-เพิ่มมาร์เก็ตแชร์ เร่งขยายช่องทางขาย ผนึกลาซาด้า-ช้อปปี้บุกออนไลน์ รับพฤติกรรมผู้บริโภคชอบสะดวกสบาย-ส่งสินค้าเจาะร้านค้าย่อย เผยแผนเตรียมลอนช์นมข้นหวานหลอดบีบรสชาติใหม่วางขายปลายปี พร้อมโฆษณาสื่อทีวี-โปรโมชั่นไม่ยั้ง
นายภาณุพงศ์ พงศ์ติยะชวางกูล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เดลี่ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมข้นหวาน ภายใต้แบรนด์ “พาเลซ” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อ ทำให้ภาพรวมตลาดนมข้นหวานที่มีมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโตลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้นหลัก ๆ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวและกำลังซื้อมีปัญหาจากภาวะการว่างงานและถูกเลิกจ้าง ประกอบกับกลุ่มผู้บริโภคตลาดนมข้นหวานยังคงเป็นกลุ่มเดิม ๆ และไม่มีการขยายตัว ขณะเดียวกัน ตลาดก็มีการแข่งขันที่สูงขึ้นโดยเฉพาะโปรโมชั่นราคาที่มีอย่างต่อเนื่อง
“ช่องทางขายยี่ปั๊วจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากร้านกาแฟ ร้านอาหาร และรถเข็น ที่เป็นรายได้หลักของช่องทางนี้ต้องปิดตัวลงตามคำสั่งของภาครัฐ ส่วนช่องทางโมเดิร์นเทรด ได้แก่ เซเว่นอีเลฟเว่น เทสโก้ โลตัส แฟมิลี่มาร์ท ฯลฯ ไม่กระทบมากนัก อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปจะยังคงเน้นแผนการตลาดเชิงรุก โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 20% ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ และการขยายช่องทางจำหน่าย”
นายภาณุพงศ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเพิ่มช่องทางจำหน่ายนั้น ที่ผ่านมาได้เพิ่มโอกาสขายผ่านร้านค้าออนไลน์ เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว ที่ผ่านมาได้นำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในแพลตฟอร์มลาซาด้าและช้อปปี้ ควบคู่กับการเพิ่มช่องทางจำหน่ายไปยังช่องทางที่เป็นค้าส่ง รวมทั้งการกระจายสินค้าไปขายในร้านค้าขนาดเล็กและร้านค้ารายย่อย เพื่อให้เข้าใกล้ลูกค้ามากขึ้น โดยบริษัทจะเข้าซัพพอร์ตคู่ค้าในแง่ของกิจกรรมส่งเสริมการขายเฉพาะโปรโมชั่นและแจกของพรีเมี่ยม
ทั้งนี้ บริษัทจะใช้งบฯการตลาดประมาณ 10% ของยอดขาย โดยหลัก ๆ จะเน้นไปที่เรื่องของการโฆษณาควบคู่กับการจัดแคมเปญชิงโชคผ่านรายการทีวี และทำสปอร์ต ป้ายไทอินรายการทีวี (กิ๊กดู๋ สงครามเพลง เงินล้าน) อย่างไรก็ตาม หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย บริษัทได้เตรียมแผนโดยเน้นจัดโรดโชว์ไปตามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ต่อเนื่องจากที่ได้ทยอยทำไปเมื่อปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีแผนเตรียมลอนช์ผลิตภัณฑ์นมหลอดบีบประมาณ 2 ตัว โดยจะวางขายในช่วงปลายปีนี้ พร้อมสื่อสารแบรนด์ผ่านกลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้งผ่านนักร้อง “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” พรีเซ็นเตอร์ โดยจะเน้นโปรโมตในช่องทางออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เป็นต้น
“มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตอีกจำนวนหนึ่ง จากปัจจุบันมีกำลังผลิตสินค้าครีมเทียมข้นหวานแบบกระป๋องจำนวน 5 พันลังต่อวัน ส่วนนมข้นหวานชนิดหลอดบีบขณะนี้จะเน้นการผลิตตามออร์เดอร์เท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์หลอดบีบมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และมีความต้องการสูงจากตลาดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่เติบโตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทมี 2 โรงงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน มีนบุรี แบ่งเป็นโรงงานผลิตสินค้านมข้นหวาน ส่วนอีกโรงงานจะผลิตฟู้ดเซอร์วิสภายใต้แบรนด์ซีส มีสินค้าหลากหลาย อาทิ น้ำผลไม้ น้ำเชื่อม ซอส อาหารกระป๋อง อาหารดอง วางจำหน่ายในแม็คโคร”
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายแบ่งเป็นในประเทศ 70% หลัก ๆ มาจากช่องทางเทรดิชั่นนอลเทรด ส่วนตลาดต่างประเทศ 30% ปัจจุบันได้ส่งออกสินค้าครีมเทียมข้นหวานรูปแบบกระป๋องเข้าไปจำหน่ายในประเทศเวียดนาม เมียนมา ลาว มาเลเซีย บรูไน และซาอุดีอาระเบีย ผ่านตัวแทนจำหน่าย และที่ผ่านมาได้เริ่มนำนมข้นหวานชนิดหลอดบีบเข้าไปทำตลาด เพื่อสอดรับกับตลาดนมข้นหวานในต่างประเทศที่มีอัตราการบริโภคเพิ่มขึ้น