โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยอมเข้ากักตัวแล้ว 10 คนไทยป่วนสุวรรณภูมิ ใช้โรงแรมเป็นสถานที่กักโรค

Khaosod

อัพเดต 04 เม.ย. 2563 เวลา 04.59 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2563 เวลา 04.59 น.

10 คนไทยป่วนสุวรรณภูมิยอมเข้ากักตัวแล้ว คาดใช้โรงแรมในสุวรรณภูมิเป็นที่กักตัวหลังสถานที่กักกันโรคที่ อ.สัตหีบ จ.เพชรบุรี มีไม่เพียงพอ

กรณีมีกลุ่มคนไทยกว่าหลัก 100 คนเดินทางจากต่างประเทศกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ แล้วเกิดการประท้วงต่อเจ้าหน้าที่ หลังไม่พอใจมาตรการตรวจคัดกรองไวรัสโควิด-19 ซึ่งใช้เวลานานกว่าค่อนวัน และปฏิเสธที่จะเข้ารับการกักตัวยังสถานที่รองรับใน อ.สัตหีบ และโรงแรม อีก 2 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

เกาะติดข่าวโควิด กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account

เพิ่มเพื่อน

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 4 เม.ย. มีรายงานแจ้งว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากผู้โดยสารบางส่วนที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวราว 10 คน แสดงความจำนงที่จะเข้ารับการกักตัวตามมาตรการป้องกันโรคไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล ซึ่งภายในวันนี้กระทรวงกลาโหมรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังเตรียมประชุมหารือถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยจะพิจารณาการจัดตั้งสถานที่กักโรคเป็นโรงแรมในสนามบินสุวรรณภูมิหรือโรงแรมแห่งอื่นๆ เนื่องจากทราบมาว่าสถานที่กักกันโรคที่ อ.สัตหีบ จ.เพชรบุรี นั้นไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาถึงการอนุญาตปล่อยผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวให้กลับไปกักตัว 14 วันที่บ้านตัวเอง ว่าเจ้าหน้าที่ที่เข้าระงับเหตุนั้นมีอำนาจสั่งการตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่

รายงานต่อว่า สำหรับผู้โดยสารกลุ่มที่จะเดินทางผ่านเข้ามาในประเทศได้นั้น จะต้องผ่านด่านควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก่อน จึงจะมีตราประทับเอกสารเข้ามาถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งข้อมูลที่บันทึกระบุว่ากลุ่มผู้โดยสารกลุ่มนี้มีทั้งหมด 158 คน ไม่ใช่ 166 คน เนื่องจากก่อนหน้านี้มีความคลาดเคลื่อนเรื่องการนับยอดผู้โดยสารจากเที่ยวบินก่อนหน้า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ในกลุ่มนั้นมีผู้โดยสารไข้สูง 3 รายหลบหนีไป ยังไม่ยืนยันข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...