โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรลันด์ โฟล์เกอร์ "ตลาดอีวีน่าสนใจ...แต่ไม่รู้เมื่อไหร่"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2563 เวลา 08.06 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2563 เวลา 07.47 น.

กระแสข่าวที่ค่ายดาวสามแฉกเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศพับแผนยุติการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ทั้ง ๆ ที่เป็นบริษัทแรก ๆ ที่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รวมถึงสาธารณชนได้เห็นการใส่เม็ดเงินลงทุนกว่า 1 พันล้านยูโร กับโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งเบนซ์ร่วมมือกับพันธมิตรธนบุรีประกอบรถยนต์ ยังเป็นคำถามคาใจว่าไฉนจึงเป็นเช่นนั้น ต่อไปนี้คือ คำตอบจากปาก “โรลันด์ โฟล์เกอร์” ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

Q : เบื้องหลังการยุติแผนทำตลาด EQC ในไทย

มีคนถามผมเยอะเลยว่า EQC จะมาหรือไม่มา สามารถคอนเฟิร์มตามนี้ได้เลยว่า เราไม่ทำตลาดรถ EQC ในไทย ด้วยเหตุผลหลักก็คือสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด อยากจะบอกว่าเป็นการยากลำบากมากในการตัดสินใจ ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้พิจารณาหลาย ๆ อย่าง สุดท้ายเราก็ได้คำตอบว่า สถานการณ์ตอนนี้ดีที่สุดก็คือปลั๊ก-อิน ไฮบริด ครั้งแรกที่เราตัดสินใจว่าเอารถยนต์อีวีเข้ามาทำตลาดเมืองไทยตามโควตาที่ได้จากบีโอไอ แม้จะดูน้อยแต่เราก็ยินดีที่จะทำ แต่พอมาเจอการแพร่ระบาดของโควิด ดูแล้วไม่ไหวจริง ๆ และไม่รู้ด้วยว่าสถานการณ์ของโรคนี้จะไปจบเมื่อไหร่ ดังนั้นสิ่งที่ตามมาคือ ตลาดจะพร้อมเมื่อไหร่ เรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐานพร้อมมั้ย เราจึงต้องหยุดโครงการนี้ไว้ก่อน แล้วเริ่มผลักดันโครงการชาร์จทูเชนจ์ เป็นการปูทาง

เพราะสุดท้ายแล้ว รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด คุณสามารถใช้รถไฟฟ้าได้ในระยะทางที่ยาวขึ้นจากเทคโนโลยีของเรา และยังสามารถใช้เครื่องยนต์ที่เป็นน้ำมันในภาวะที่ไม่สามารถชาร์จไฟได้

Q : เบนซ์ยังอยากทำตลาดรถยนต์อีวีอีกมั้ย

แน่นอน เพียงแต่เราคงต้องรอดูความพร้อม ไม่เช่นนั้นเราจะลงทุนจำนวนมหาศาลมากกว่าพันล้านยูโรในโรงงานแบตเตอรี่ทำไม คุณคิดว่าเราไม่อยากเอารถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาขายเหรอ เรามุ่งมั่นเทคโนโลยีของเรามาก การลงทุนในประเทศไทยไม่ได้มองที่ค่าแรงถูก

แต่โรงงานประกอบแบตเตอรี่ที่สมุทรปราการ ถือเป็นฐานผลิตที่ 4 ของโลก ซึ่งเรามีที่เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และจีน ขั้นตอนต่าง ๆ ได้มาตรฐานการผลิตสูงมาก ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบมากถึง 37 ขั้นตอน ซึ่งตอนนี้ถ้าถามตัวผมเองว่าอยากขายรถอีวีมั้ย ผมหวังอยากให้เกิดขึ้นได้ปีนี้ปีหน้าด้วยซ้ำไป แต่ทุกอย่างต้องเป็นสเต็ปบายสเต็ป เราคงต้องอัพเดตสถานการณ์กันบ่อย ๆ ตลาดอีวีน่าสนใจ แต่ก็ต้องดูว่ามีความพร้อมแค่ไหนและเมื่อไหร่

ดังนั้นจึงทำให้เราคิดแคมเปญ “Charge to Change” อย่างเป็นทางการ ชวนผู้ใช้รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทุกยี่ห้อร่วมกันชาร์จเพื่อเปลี่ยนโลก ลดปัญหา PM 2.5 สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

พร้อมสร้างสุขภาวะที่ดีขึ้นให้คนไทย แบ่งออกเป็น 3 เฟส ได้แก่ เฟสที่ 1 กระตุ้นให้ผู้ใช้รถยนต์เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เมอร์เซเดส-เบนซ์พบว่า ผู้ใช้รถยนต์ EQ Power มักจะไม่ชาร์จพลังงานไฟฟ้า ด้วยสาเหตุสำคัญ 3 ประการคือ ไม่ทราบว่ารถยนต์ของตัวเองชาร์จได้ ไม่ทราบว่าจะชาร์จได้ที่ไหนบ้าง และไม่สนใจที่จะชาร์จเพราะเติมน้ำมันแล้วขับด้วยน้ำมันสะดวกกว่า เราจึงมุ่งสร้างความตระหนักรู้ ทั้งผ่านวิดีโอออนไลน์และการร่วมมือกับบุคคลชั้นนำในวงการต่าง ๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่จะกระตุ้นให้ผู้ใช้รถยนต์รับรู้ว่า เพียงแค่ขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ไฟฟ้าในทุกวัน คุณก็สามารถมีส่วนช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ได้ทันทีในทุกการขับขี่ และไม่จำเป็นต้องเป็นรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เท่านั้น แต่ผู้ใช้รถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริดจากแบรนด์ใดก็สามารถมีส่วนช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาดขึ้นได้เช่นกัน

เฟสที่ 2 การสร้างเครือข่ายการชาร์จ โดยร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหลายวงการเพื่อขยายเครือข่ายการชาร์จ โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จ เพื่อทำให้ประสบการณ์ในการชาร์จพลังงานไฟฟ้าเป็นประสบการณ์ที่ทั้งสะดวกและเข้าถึงง่ายที่สุด

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์จะเริ่มต้นด้วยการมอบ wallbox สำหรับการชาร์จไฟฟ้าจำนวน 100 ชุด ให้กับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องและเฟสที่ 3 สู่การสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า มุ่งหวังให้โครงการนี้มีส่วนผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่ของการขับขี่ด้วยพลังงานสะอาด ลดปัญหามลพิษทางอากาศ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และสร้างสุขภาวะที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Q : ช่วงแพร่ระบาดไวรัสโควิด เบนซ์ช่วยอะไรรัฐบาลไทยบ้าง

ถ้าจะให้บอกเป็นตัวเลขคงบอกไม่ได้ แต่โครงการซีเอสอาร์ของเรามีมาตลอด เช่น การเข้าไปสนับสนุนโรงเรียนเยาววิทย์ จ.พังงา ช่วยยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชน เพราะ “การศึกษา” ถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของการเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคม

ด้านการศึกษาที่บริษัทดำเนินมาต่อเนื่องกว่า 15 ปี หรือโครงการ ShineForTomorrow ที่เชิญชวนลูกค้าผู้ใช้เมอร์เซเดส-เบนซ์ โพสต์ภาพถ่ายกับรถยนต์ พร้อมเปิดไฟหน้ารถ และเขียนข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม ทุก ๆ โพสต์ บริษัทจะร่วมสมทบเงินบริจาค 500 บาทได้เงินกว่า 2 ล้านบาท เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยัง 4 โรงพยาบาล ที่เป็นศูนย์กลางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด และล่าสุดโครงการ Charge to Change ซึ่งกำลังผลักดันอย่างจริงจัง

Q : ไม่เข้าร่วมมอเตอร์โชว์จะเสียโอกาสมั้ย

การไม่เข้าร่วมมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ เนื่องจากเรามองเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ ไม่ได้มองแค่การขาย ไม่เกี่ยวกับเรื่องเซฟบัดเจตอะไรทั้งสิ้น เป็นนโยบายบริษัทแม่ เจนีวา มอเตอร์โชว์ เบนซ์ก็ไม่เข้า แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน เราจัดกิจกรรมที่โชว์รูมของดีลเลอร์เราทั่วประเทศ เราสนับสนุนดีลเลอร์ที่ไม่ได้ไปร่วมงานมอเตอร์โชว์ทั้งครีเอตงานการออกแบบซอฟต์แวร์-ฮาร์ดแวร์ ทุกอย่างเราดูแลหมดสื่อโฆษณาเซลส์สามารถส่งต่อให้ลูกค้าเพื่อเข้าใจตัวโปรดักต์เรามากขึ้น นอกจากนี้เรายังมีรถใหม่ ๆที่จะทยอยคลอดในช่วงก่อนมอเตอร์โชว์นี้ด้วย

Q : ผลประกอบการที่ผ่านมา

ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา เราขายได้ 2,200 คัน โตขึ้นราว 30% โดยเฉพาะแบรนด์ AMG โตถึง 54% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้วส่วนรถยนต์กลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด ตอนนี้มีสัดส่วนของยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 31% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีที่แล้ว ส่วนสถานการณ์ตลาดครึ่งปีหลังคงยังไม่มีใครตอบได้นะ เพราะทุกคนยังไม่แน่ใจว่าโควิดจะมาระลอก 2 หรือเปล่า คือเรามองจากเหตุการณ์รอบ ๆ โลกมีการระบาดระลอก 2 เพราะฉะนั้น ในเซาท์อีสต์เอเชียไม่มีใครตอบได้ว่าจะดีขึ้น หรือไม่ดีขึ้น และเบนซ์ยังเชื่อว่ากว่าที่จะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้คงไม่ได้เกิดขึ้นภายในปีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...