โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนคดี 1 ปีที่รอคอย "ชัยภูมิ ป่าเเส" โดนวิสามัญคาด่านรินหลวง

อีจัน

อัพเดต 07 มิ.ย. 2561 เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2561 เวลา 11.46 น. • อีจัน
นายชัยภูมิ ป่าเเส ถูกวิสามัญคาด่าน บ&#3…

นายชัยภูมิ ป่าเเส ถูกวิสามัญคาด่าน บ้านรินหลวง โดยทหารประจำด่านอ้างว่า พบยาบ้า ในรถยนต์ที่ นายชัยภูมิ โดยสารมาจำนวนมาก จึงจับกุม นายชัยภูมิ และคนขับรถ แต่!! นายชัยภูมิ ขัดขืน วิ่งหนี และพยายามป่าระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ จึงทำการวิสามัญฆาตกรรม
แต่พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ช่างน่าสงสัยเกินกว่าครอบครัวจะปักใจเชื่อได้
จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสู้คดี เพื่อหาความจริงว่า…
ทำไมเจ้าหน้าที่จึงวิสามัญ นายชัยภูมิ
และ นายชัยภูมิ ก่อเหตุตามที่ ทหารอ้าง จริงหรือไม่?
เพราะเหตุใด เจ้าหน้าที่ประจำด่าน หรือผู้เกี่ยวข้อง จึงไม่นำภาพกล้องวงจรปิดบริเวณด่าน ออกมายืนยันเหตุการณ์

นายชัยภูมิ คือใคร ?
นายชัยภูมิ ป่าเเส หรือ จะอุ๊ เป็นคนในหมู่บ้านกองผักปิ้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
หลายๆ คนอาจจะรู้จักเขาในนาม "นักกิจกรรมเยาวชนชาติพันธุ์ลาหู่"
นายชัยภูมิ มีความสามารถหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านดนตรี สารคดี เเละภาพยนตร์
เขาใช้ชีวิตบนเส้นทางกิจกรรมจนกระทั่งอายุ 17 ปี เขาเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม ออกค่ายเยาวชน
โดยการนำเอาวัฒนธรรมลาหู่ออกมาเผยเเพร่ จนเป็นที่ยอมรับ
ทำให้คนในหมู่บ้านกองผักปิ้งได้รับสัญชาติหลายคน
เเต่ นายชัยภูมิ ยังเป็นหนึ่งในคนที่ยังไม่ได้รับสัญชาติ ทั้งๆ ที่ชัยภูมิเองก็เป็นคนไทย ..
ใครต่อใครก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชัยภูมิเป็นเด็กหนุ่มที่มีความประพฤติดี
ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมมาโดยตลอด

วันสุดท้ายของชัยภูมิ ..
วันที่ 17 มี.ค. 60 ชัยภูมิต้องออกเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเช่นเคย
เเต่ครั้งนี้เขามี นายพงศนัย แสงตะหล้า ไปด้วย
ก่อนออกนอกหมู่บ้านทุกๆ ครั้ง ต้องไปที่อำเภอเพื่อเซ็นใบรองรับว่าจะออกนอกพื้นที่
พอทำธุระเสร็จ ชัยภูมิก็ออกเดินทางโดยมี นายพงศนัย เป็นคนขับ
เต่ในระหว่างทางที่ไปนั้น มีด่านตรวจถาวรบ้านรินหลวง ขณะที่ชะลอจอดรถนั้น
ก็มีทหารเดินเข้ามาไล่เขาเเละเพื่อนลงจากรถ จากคำให้การของเจ้าหน้าที่ ระบุว่า
ได้จับกุมตัว นายพงศนัย ไว้ พร้อมอ้างว่า นายชัยภูมิพยายามต่อสู้กับเจ้าหน้าที่

ก่อนวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าอ้อย เจ้าหน้าที่ตามเข้าไปพบว่า เขากำลังจะเอื้อมมือปาระเบิดเข้ามาทางเจ้าหน้าที่ ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น ปัง !
เสียงปืนนัดนั้นปลิดชีวิตเด็กหนุ่ม ..
ชัยภูมิถูกวิสามัญ ยิงเข้าที่กลางหลัง 1 นัด

เเละเมื่อตรวจสอบรถที่ชัยภูมิเเละเพื่อนขับไป เจ้าหน้าที่อ้างว่า พบยาบ้า 2,800 เม็ด ในช่องกรองอากาศ
หลังชัยภูมิถูกวิสามัญฆาตกรรม เขาก็ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามี
ความผิดฐานครอบครองและจำหน่ายยาเสพติด

ยาเสพติดในรถนั้นเจอจริง หรือ มีใครเอามาใส่ไว้ ?

ในวันนั้น นายนายไมตรี จำเริญสุขสกุล ประธานกลุ่มรักษ์ลาหู่ ได้รับแจ้งว่า นายชัยภูมิ ถูกยิงบาดเจ็บ
เเละพาไปที่โรงพยาบาลเเล้ว
แต่เมื่อ นายไมตรี ไปถึงทางโรงพยาบาลกลับเเจ้งว่า ตัว นายชัยภูมิ ไม่ได้อยู่ที่นี่
และในเวลาต่อมามีชาวบ้านมาแจ้งว่า พบศพ นายชัยภูมิ อยู่หลังป้อมด่านตรวจ
จนวันที่ 18 มี.ค.60 เเพทย์ได้เเจ้งผลการชันสูตรเบื้องต้นว่า นายชัยภูมิ ถูกยิงเข้าที่ต้นเเขนด้านซ้าย

กรณีการถูกวิสามัญฆาตกรรม นายชัยภูมิ กลายเป็นที่สนใจของสังคมเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะนักสิทธิมนุษยชน เพราะมีเงื่อนงำหลายอย่างในทางคดี
อย่างเช่น กล้องวงจรปิดที่ป้อมบริเวณตั้งด่าน กลับไม่นำมาถูกใช้เป็นหลักฐาน

จึงเกิดเป็นคำถาม 2 คำถามคือ

**1.นายชัยภูมิ เป็นคนขนยาเสพติดมาจริงหรือไม่?

  1. หาก นายชัยภูมิ มียาเสพติดจริง จำเป็นหรือไม่ที่ต้องวิสามัญฆาตกรรม?
    เเม้ร่างไร้วิญญาณของชัยภูมิ จะถูกกลบอยู่ในพื้นดินเเล้ว
    เเต่ทุกคนก็ยังไม่หายสงสัย ว่าทำไมต้อง "วิสามัญ"
    หลายคนได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับ นายชัยภูมิ วอนขอให้หน่วยงานเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยเร็ว**
    ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่จะสามารถบอกได้ว่าวันนั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ?

คดีนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลายปากหลายเสียงออกมาวิเคราะห์ เหตุการณ์ กันไปต่างๆ นาๆ
จนวันที่ 6 มิ.ย. 61 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้อ่านคำสั่งในคดีชันสูตรพลิกศพของนายชัยภูมิ
ศาลมีคำสั่งชี้ข้อเท็จจริงว่า นายชัยภูมิ เสียชีวิตเพราะถูก พลทหารสุรศักดิ์ รัตนวรรณ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง
พร้อมระบุสถานที่การเสียชีวิตที่ด่านบ้านรินหลวง ซึ่งคำสั่งในคดีชันสูตรพลิกศพ
จะถูกส่งเข้าไปประกอบกับสำนวนในคดีวิสามัญฆาตกรรมเพื่อให้ศาลได้พิจารณา

ส่วนประเด็นโต้แย้งที่ฝ่ายอัยการผู้ร้องอ้างว่า พลทหารสุรศักดิ์ จำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัว
เพราะ นายชัยภูมิ จะใช้อาวุธมีดและระเบิดทำร้ายเจ้าหน้าหน้าที่
และ ผู้คัดค้านยืนยันว่าไม่มีการต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่
ศาลจึงไม่วินิจฉัยในประเด็นนี้ แต่ทีมทนายความ ยังคงพยายามให้ข้อเท็จจริงสู่ศาลมากที่สุด
พร้อมเรียกร้องให้ทหารยอมนำภาพจากกลองวงจรปิดในขณะเกิดเหตุเข้าสู่สำนวนคดี

เพราะเป็นประเด็นสำคัญ เเละคำสั่งศาลในวันนี้ ไม่ตัดสิทธิ์ครอบครัวผู้เสียชีวิตในการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง
โดยไม่จำเป็นต้องรอผลจากคดีอาญา ส่วนจะฟ้องเมื่อไหร่ และเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเท่าไร่ ญาติผู้เสียชีวิตและทีมทนายความจะหารือกันอีกครั้ง

ติดตามกันต่อว่าคดีนี้จะเดินไปตามเส้นทางไหน ?
จะคลี่ปมปริศนานี้ได้ไหม ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...