ส่องหุ้น SET50 ฟรีโฟลตต่ำ DELTA ติดแคชบาลานซ์ไม่เลิกฮอต ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดิ้นคุม
ความร้อนแรงของหุ้น “DELTA” หรือ บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ถึงขนาดมาตรการกำกับการซื้อขายด้วยบัญชีเงินสด (cash balance) ยังฉุดไม่อยู่ รวมถึงหุ้นที่ร้อนแรงอย่างไม่ปกติอีกหลาย ๆ ตัวในปี 2563
ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในฐานะผู้กำกับดูแลเริ่มคิดทบทวนกฎกติกาใหม่ เนื่องจากพบว่าการกระจายหุ้นแก่ผู้ลงทุนรายย่อย (free float) ยังมีช่องให้เกิดการเก็งกำไรอย่างถูกกฎหมาย
โดยข้อมูลของ ตลท.พบว่า DELTA เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในกลุ่มดัชนี SET50 ที่มีฟรีโฟลตน้อยที่สุดอยู่ที่ 22.35% (ดูตาราง) จากเกณฑ์การเข้าคำนวณใน SET50 ที่กำหนดให้ บจ.ต้องมีฟรีโฟลตมากกว่า 20% ขึ้นไป
“ภากร ปีตธวัชชัย” กรรมการและผู้จัดการ ตลท. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ตลท.กำหนดให้ บจ.ต้องมีฟรีโฟลตไม่ต่ำกว่า 15% ของทุนชำระแล้วใกล้เคียงกับตลาดหุ้นต่างประเทศที่อยู่ที่เฉลี่ย 10-15% โดย บจ.ที่มีฟรีโฟลตต่ำกว่าที่เกณฑ์จะต้องเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงทุนรับทราบ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้บจ.นั้นเร่งปรับสัดส่วนฟรีโฟลตขึ้นมาให้เป็นไปตามเกณฑ์
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าในปัจจุบัน ตลท.ใช้เกณฑ์กำกับดูแลหุ้นที่ฟรีโฟลตต่ำแบบเดียวกันกับหุ้นปกติ ไม่ได้เลือกปฏิบัติได้แก่ การกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลทั่วไปหรือข้อมูลพัฒนาการสำคัญของบริษัทแก่นักลงทุน, การใช้ cash balance เป็นต้น
“นอกจากมาตรการดูแลเบื้องต้นแล้ว ตลท. ยังติดตามข้อมูลการซื้อขายรายบุคคลที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมซื้อขายหุ้นอย่างผิดกฎหมาย หรือที่พูดง่าย ๆ ว่าเป็นการปั่นหุ้น หรือการใช้ข้อมูลภายในซื้อขาย เป็นต้น จากสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันที่การซื้อขายหุ้นบางรายส่งผลให้ภาวะตลาดหุ้นโดยรวมเกิดความผันผวน
ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงอยู่ระหว่างพิจารณาใช้ข้อมูลที่มีอยู่เพื่อออกมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติม โดยเน้นไปที่การจัดการหุ้นที่มีสัดส่วนฟรีโฟลตต่ำโดยเฉพาะเพื่อป้องกันผลกระทบต่อดัชนี โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของชุดมาตรการดังกล่าวเร็ว ๆ นี้”
สำหรับกรณีหุ้น DELTA ที่ร้อนแรงมากนั้น นายภากรกล่าวว่า ที่ผ่านมาในกรณีลักษณะนี้ ตลท.มีการนำเครื่องมือการกำกับดูแลการซื้อขายต่าง ๆ รวมถึงเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาตรวจสอบข้อมูลอย่างรวดเร็วและละเอียดถี่ถ้วนมากที่สุด ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้แจ้งเป็นการทั่วไปแก่ผู้ลงทุนระหว่างที่ดำเนินการ แต่ ตลท. จะมีการแจ้งผลที่ได้ประสานงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“ข้อมูลฟรีโฟลตเฉลี่ยที่รายงานออกมาของตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นต่างประเทศไม่ได้ต่างกันมากนักแต่ในอนาคต ตลท.จะคำนึงถึงข้อกำหนดฟรีโฟลตในแง่ที่เป็นสภาพคล่องที่แท้จริงของ บจ.ไม่ใช่เพียงฟรีโฟลตที่มีไว้ตามเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งเราอยู่ในช่วงของการศึกษาอยู่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนให้แก่นักลงทุน”
“วิจิตร อารยะพิศิษฐ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีมาตรการดูแลหุ้นที่มีฟรีโฟลตต่ำเป็นประเด็นสำคัญอย่างมากเนื่องจากที่ผ่านมาหุ้นฟรีโฟลตต่ำ อาทิ DELTA, BAY (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา) หรือ AEONTS (บมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์)) ฯลฯ มีผลต่อตลาดหุ้นทำให้ผันผวนเหวี่ยงขึ้นลงผิดปกติ
โดยเฉพาะหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET50 และ SET100 ที่การปรับขึ้นลงของราคาหุ้นจะส่งผลต่อเนื่องมายังการซื้อขายบนตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) รวมถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาหุ้นรายตัว (block trade) เป็นต้น
“การดูแลของ ตลท. น่าจะช่วยให้ภาวะตลาดหุ้นเคลื่อนไหวสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้นในระยะถัดไป แต่ระยะสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงลงทุนหุ้นฟรีโฟลตต่ำที่มีการเหวี่ยงของราคาแรง ๆ ไปก่อน นอกจากผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงได้และอยากเข้าเก็งกำไร”
“ธีรนาถ รุจิเมธาภาส” กรรมการอำนวยการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ กล่าวว่า ในมุมมองนักลงทุนสถาบันการที่ ตลท. มีแนวคิดเข้ามาดูแลหุ้นฟรีโฟลตต่ำ จะช่วยควบคุมการซื้อขายของหุ้นที่ราคาปรับขึ้นร้อนแรงกว่าปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงได้
โดยเฉพาะกองทุนเชิงรับ (passive fund) และกองทุนดัชนี (index fund) ที่ต้องปรับเพิ่มหรือลดน้ำหนักตามมูลค่าตลาด (market cap) ต่อดัชนี SET50 หรือ SET100 เป็นต้น
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับ เช่น ดัชนีฟุตซี่ (FTSE) ก็นำปัจจัยด้านสภาพคล่องของ บจ. มาพิจารณาหุ้นที่จะเข้าคำนวณในดัชนีเช่นกัน นอกเหนือจาก market cap
“การที่ต้องลงทุนตามตลาดอาจส่งผลให้ผลตอบแทนของกองทุนปรับตัวลง (underperform) รวมถึงหากขายลดความเสี่ยงออกไปในยามที่ราคาหุ้นบางตัวร้อนแรง ก็จะส่งผลต่อราคาหน่วยลงทุน (NAV) ดังนั้น การที่ตลาดหลักทรัพย์ฯเข้ามาดูแลถือเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มนักลงทุนสถาบันอย่างกองทุนด้วย”
ทั้งหมดนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไป