โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นางงาม : ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สาวผิวดำ “มงลง” 5 เวทีการประกวดหลักของโลก

Khaosod

อัพเดต 17 ธ.ค. 2562 เวลา 01.33 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 01.33 น.
Getty Images/ Reuters ผู้ชนะเลิศคนปัจจุบันของ 5 เวทีการประกวดนางงามชั้นนำของโลกประจำปีนี้

นางงาม : ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สาวผิวดำ “มงลง” 5 เวทีการประกวดหลักของโลก – BBCไทย

การคว้ามงกุฎบนเวทีการประกวดมิสเวิลด์ ประจำปี 2019 ของ น.ส.โทนี-แอนน์ ซิงห์ สาวงามจากจาเมกา ไม่เพียงจะทำให้เธอเป็นผู้ชนะคนที่ 69 ของเวทีนี้ แต่ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ผู้หญิงผิวดำได้ครองมงกุฎการประกวดนางงามชั้นนำของโลกพร้อมกัน 5 เวทีในปีเดียวกัน

ปี 2019 ยังเป็นปีที่พิเศษสำหรับคณะผู้จัดการประกวดนางงามที่มักเผชิญข้อครหาเรื่องการเหยียดสีผิว และทัศนคติแบบเหมารวมต่อเพศหญิง

น.ส.ซิงห์ นักศึกษาวัย 23 ปี กลายเป็นชาวจาเมกาคนที่ 4 ที่คว้ามงกุฎจากเวทีมิสเวิลด์ไปครอง เอาชนะสาวงามจากอีก 111 ประเทศที่เข้าร่วมการประกวดครั้งนี้

น.ส.ซิงห์ สำเร็จการศึกษาด้านจิตวิทยาและสตรีศึกษา เธอมีแผนจะศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ เพื่อทำงานเป็นหมอ โดยหลังจากชนะการประกวด เธอได้ทวีตข้อความว่า “ถึงเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นที่เขตเซนต์โทมัส ในจาเมกา และเด็กหญิงทั่วโลก จงเชื่อมั่นในตัวเอง จงรับรู้เอาไว้ว่าพวกหนูมีคุณค่า และสามารถทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้…พวกหนูมีเป้าหมายในชีวิต”

ในรอบตอบคำถามการประกวดมิสเวิลด์ น.ส.ซิงห์ กล่าวว่า เธอคือตัวแทน “สิ่งพิเศษนั่นคือ ผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนโลกไปสู่ความเปลี่ยนแปลง”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น.ส.โซซีบินี ทุนซี สาวงามจากแอฟริกาใต้เพิ่งจะคว้ามงกุฎนางงามจักรวาล (มิสยูนิเวิร์ส) ไปครอง โดยอวดทรงผมที่เป็นธรรมชาติของตัวเอง และวิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผยต่อมาตรฐานความงามในแวดวงการประกวดนางงามโลก

เธอกล่าวหลังคว้าชัยชนะว่า “ดิฉันเติบโตขึ้นมาในโลกที่ผู้หญิงที่มีรูปลักษณ์แบบฉัน คือมีสีผิวและทรงผมแบบนี้ ไม่เคยถูกมองว่าเป็นคนสวย…ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะเลิกมีความคิดเช่นนั้น”

เธอได้รับคำชื่นชมจากพิธีกรชื่อดัง โอปราห์ วินฟรีย์ ซึ่งทวีตข้อความว่า “ขอแสดงความยินดีกับมิสแอฟริกาใต้ นางงามจักรวาลคนใหม่ @zozitunzi! ดิฉันเห็นด้วยกับคุณ… ความเป็นผู้นำคือสิ่งทรงพลังที่สุดที่เราควรสอนเด็กสาวในปัจจุบัน”

 

ก่อนหน้าการคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลของเธอครั้งนี้ การประกวดนางงามในสหรัฐฯ อีก 3 เวทีที่เผชิญข้อกล่าวหาเรื่องอคติและความลำเอียงมายาวนาน ต่างได้มอบมงกุฎให้นางงามผิวดำในปีนี้

น.ส.เนีย แฟรงคลิน ได้เป็นมิสอเมริกา เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ตามด้วย น.ส.เคลีห์ แกร์รีส วัย 18 ปีที่คว้ามงกุฎมิสทีนยูเอสเอ ขณะที่ น.ส.เชสลี คริสต์ ชนะการประกวดเวทีมิสยูเอสเอ

ช่วงก่อนทศวรรษที่ 1940 เวทีการประกวดมิสอเมริกามีกฎที่ห้ามผู้หญิงที่ไม่ใช่ “คนผิวขาว” เข้าร่วมการประกวด แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎนี้ในเวลาต่อมา แต่ก็ยังไม่มีสตรีผิวดำเข้าร่วมการประกวดจนกระทั่งปี 1970

ชัยชนะของสาวงามจากจาเมกาบนเวทีการประกวดมิสเวิลด์ในปีนี้ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลมีเดีย

นางคริสเทน คลาร์ก นักกฎหมายด้านสิทธิพลเมืองชาวอเมริกัน ชี้ว่า ผู้หญิงไม่ได้รับเลือกให้ได้มงกุฎจากความงามเพียงอย่างเดียว แต่จากแผนการที่มีความหมายที่พวกเธอจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมด้วย

เธอโพสต์ทางทวิตเตอร์ว่า “มิสเวิลด์วางแผนจะเป็นหมอ มิสยูเอสเอทำงานเพื่อผู้ต้องขัง มิสยูนิเวิร์สต่อสู้กับปัญหาความรุนแรงทางเพศ มิสอเมริกาทำงานที่สนับสนุนด้านศิลปะ ส่วนมิสทีนยูเอสเอทำองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อช่วยผู้พิการ และทุกคนล้วนเป็นผู้หญิงผิวดำ”

https://twitter.com/KristenClarkeJD

หนึ่งในภาพที่เรียกความสนใจของผู้คนในโลกออนไลน์ก็คือปฏิกิริยาของนางงามจากไนจีเรียตอนที่รู้ว่า น.ส.ซิงห์ คือผู้ชนะในการประกวดเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.

น.ส.เนียคาชี ดักลาส ซึ่งได้ตำแหน่งรองอันดับ 4 กระโดดโลดเต้นและกรีดร้องด้วยความดีใจตอนที่พิธีกรประกาศชื่อผู้ชนะ

 

ปัจจุบันกองประกวดนางงามหลายรายการได้เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์การประกวด โดยให้ความสำคัญกับความสามารถของผู้ประกวดมากกว่าแค่รูปโฉมภายนอกเพียงอย่างเดียว

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปีก่อน Miss America Organization องค์กรผู้จัดการประกวดเวทีมิสอเมริกาได้ประกาศยกเลิกการประกวดรอบชุดว่ายน้ำ

ในรอบตอบคำถามการประกวดมิสเวิลด์ที่จัดขึ้นในกรุงลอนดอนครั้งนี้ น.ส.ซิงห์ ตอบว่า เธอคือตัวแทน “สิ่งพิเศษนั่นคือ ผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนโลกไปสู่การเปลี่ยนแปลง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...