ออสฯ เตรียมใช้ AI ศึกษาผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลก หวังพบสุดยอดวิธีรักษา ‘ผู้ป่วยวิกฤต’
ซิดนีย์, 13 พ.ค. (ซินหัว) -- การศึกษาระดับโลกเกี่ยวกับหน่วยดูแลผู้ป่วยหนักหรือไอซียู (ICU) เผยว่ามีการเตรียมนำปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) มาใช้เพื่อเผยให้เห็นว่ามาตรฐานใดที่ใช้ได้ดีที่สุดสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลกในการรักษาผู้ป่วยอาการวิกฤต
การศึกษาซึ่งเปิดเผยเมื่อวันพุธ (13 พ.ค.) ที่นำโดยออสเตรเลียครั้งนี้ มุ่งตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยโรคโควิด-19 จากห้องไอซียู 300 แห่งทั่วโลก ด้วยหวังว่าจะสามารถเผยให้เห็นถึงวิธีการรักษาต่างๆ ที่มีประสิทธิผลมากที่สุด
จอห์น เฟรเซอร์ (John Fraser) ศาสตราจารย์-นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนสแลนด์ (UoQ) และหัวหน้าแผนกไอซียูของโรงพยาบาลเซนต์แอนดรูวส์ (St Andrews) ในนครบริสเบน ระบุว่าการศึกษาร่วมด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤตที่เป็นโรคโควิด-19 (COVID-19 Critical Care Consortium Study) นับเป็นการศึกษาในด้านนี้ เป็นครั้งแรกของโลก
"บรรดาแพทย์และพยาบาลในแนวหน้าต่างต้องการข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนในการแนะแนวทางการรักษา โดยเฉพาะเมื่อต้องรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน แต่ขณะนี้บรรดาผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ยังไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้เลย" เฟรเซอร์ระบุ
การศึกษาครั้งนี้มุ่งวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยหลายหมื่นรายจาก 6 ทวีปทั่วโลก เพื่อสร้างต้นแบบสำหรับการพยากรณ์ (predictive models) และข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ในการแนะแนวทางการรักษาผู้ป่วยหนัก แก่เหล่าผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ในหน่วยผู้ป่วยหนัก
ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยจะใช้เครื่องมือเอไอล้ำยุคซึ่งได้รับการพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยฯ และบริษัทไอบีเอ็ม (IBM) ในการทำความเข้าใจข้อมูลดังกล่าว
บรรดาผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์จะสามารถใช้เครื่องมือใหม่นี้ในการบันทึก แบ่งปัน และเปรียบเทียบปัจจัยต่างๆ ในการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดสัญญาณชีพ การใช้เครื่องช่วยหายใจ ระยะเวลารักษาในห้องไอซียู และอัตราการรอดชีวิต
"เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เราจะสามารถเสริมสร้างแนวทางการดูแลผู้ป่วยหนัก พัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ในหมู่แพทย์และพยาบาล ทั้งยังแนะแนวทางการรักษาโรคในอนาคตได้อีกด้วย" เฟรเซอร์กล่าว
"ที่สำคัญที่สุด การศึกษาครั้งนี้จะเผยกลไกที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจที่จำเป็นสำหรับบรรดาผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ ในการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดอย่างรวดเร็ว และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยหนัก"
(แฟ้มภาพซินหัว : หญิงสูงอายุกำลังเลือกซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตวูลเวิร์ธส ในกรุงแคนเบอร์รา เมืองหลวงของออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2020)