โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘NPS’ ก้าวสู่ ‘New Normal’ เดินหน้าธุรกิจ ‘โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่’

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 มิ.ย. 2563 เวลา 17.29 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 01.28 น. • The Bangkok Insight

"เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)" หรือ NPS  องค์กรธุรกิจชั้นนำด้านพลังงานของไทย มั่นใจสามารถฝ่าฟันอุปสรรค ในช่วงเวลาที่โลก กำลังเผชิญหน้ากับการระบาดของเชื้อไวรัส และปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจหลายประเภททั่วโลก และพร้อมที่จะเติบโตต่อไปอย่างมั่นคง

NPS เป็นบริษัทที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลสูงมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และเป็นองค์กรธุรกิจที่ให้ความสำคัญในการสร้างนวัตกรรมด้านพลังงาน ที่เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติที่หลากหลาย ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนโดยตรงแล้ว ยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมให้แก่ประเทศด้วย

ภายใต้จุดแข็งในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง การผลิตทั้งไฟฟ้า และการผลิตเอทานอล ซึ่งได้รับการพัฒนาให้สามารถใช้มันสำปะหลัง มันเส้น กากน้ำตาล และน้ำตาลทรายดิบเป็นวัตถุดิบได้ ทำให้ NPS สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิปี 2562  สูงกว่าปี 2561 ถึง 46%

NPS ยังมีโครงสร้างธุรกิจที่เข้มแข็ง และมีฐานลูกค้าที่มั่นคง จากสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาวให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก และมีแผนขยายงานอย่างต่อเนื่อง แนวทางที่จะทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และในระยะยาว

แม้ในปี 2563 ธุรกิจผลิตไฟฟ้า และไอน้ำ ของ NPS จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่บ้าง  แต่ธุรกิจเอทานอล กลับมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายแอลกอฮอล์เป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ

ประกอบกับการที่โรงไฟฟ้าชีวมวล ของบริษัท มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับสูตรราคาค่าไฟฟ้า ที่ขายให้ กฟผ. เป็นแบบFeed-in Tariff ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ทำให้ทั้ง 3 ธุรกิจหลักของ NPS ยังคงประสิทธิภาพที่ดี และรักษาระดับการเติบโตของผลประกอบการได้อย่างต่อเนื่อง จึงมีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับการผ่อนชำระหนี้ตามแผนงานที่วางไว้

นอกจากนี้ NPS ยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์ ที่จะพิจารณาให้สินเชื่อระยะยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของตลาดหุ้นกู้จากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่อาจมีต่อผู้ออกหุ้นกู้อีกด้วย

สำหรับการขยายธุรกิจระยะต่อไปนั้น  NPS มีแผนร่วมลงทุนกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) ในสัดส่วน 65 : 35  ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ขนาด 560 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนกว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่ง NPS ได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกฟผ. และสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เรียบร้อยแล้ว โดยทั้งสองสัญญามีระยะเวลา 25 ปี  โดยคาดว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้ จะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2568  และเปิดดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในปี 2570

NPS ยังมีแผนเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนทั้งแบบทั่วไปและแบบ Quick Win ภายในปีนี้  ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับซื้อโรงไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภท รวม 700 เมกะวัตต์

https://youtu.be/6BkgK6HMe-k

ทั้งนี้  NPS เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมพลังงาน ปัจจุบันมีโครงสร้างธุรกิจครอบคลุมใน 3 ด้านได้แก่ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ขนาด 726 เมกะวัตต์ ธุรกิจผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ขนาด 160,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และ ธุรกิจผลิตเอทานอล กำลังการผลิต 500,000 ลิตรต่อวัน โดยธุรกิจพลังงานทดแทนยังคงได้รับความสนใจทั้งจากนักลงทุน และจากผู้ประกอบการ เพราะเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่มีการเติบโตที่ดี

ด้วยศักยภาพของ NPS ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ของประเทศมีประสบการณ์กว่า 25 ปี โดยมี 3 ธุรกิจหลักที่จะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกันเป็นการกระจายความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพของรายได้

นักวิเคราะห์ต่างให้ความสนใจเป็นพิเศษและมองว่าเป็นธุรกิจที่มีอนาคต ส่วนจะประสบความสำเร็จ และมีผลประกอบการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการประกอบกันไปด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...