โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หายสงสัย... ประกันสังคม & กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ต่างกันอย่างไร?

ทันข่าว Today

อัพเดต 15 มิ.ย. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว Channel

Highlight

พอเงินเดือนออกทีไร ยอดเต็มที่เห็น เจอหักภาษี ณ ทีจ่าย หักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมไปถึงหักประกันสังคม สุดท้ายมาดูยอดสุทธิ … อาจจะน้ำตาซึม (เบาๆ)
ทำให้สงสัยว่า ทำไมหักหลายอย่างจัง จำเป็นไหม มันต่างกันไหม คำถามในใจในฐานะมนุษย์เงินเดือนแบบเราๆ

ประกันสังคม & กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ…เค้ามีไว้ทำไม?
ความเหมือนของประกันสังคม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ความตั้งใจ ก็คือ
• สิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน หรือเป็นหลักประกันให้กับมนุษย์เงินเดือนแบบเราๆ และครอบครัวหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
• สามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

ประกันสังคม คืออะไร?
ประกันสังคม คือ เป็นสวัสดิการที่ทางรัฐมอบให้แก่พนักงาน เป็นการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตให้กับมนุษย์เงินเดือนแบบเราๆ หรือ กลุ่มคนทำงานอิสระ โดยเราจะจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม

โดยลูกจ้างและนายจ้างต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย โดยจะทำการหักเงินจากฐานเงินเดือน 5% สูงสุดไม่เกิน 750 บาท/เดือน (ในบทความนี้จะเน้นไปที่พนักงานประจำเป็นหลัก)

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคมหลัก ๆ จะประกอบไปด้วย
• ผู้ประกันตน (มนุษย์เงินเดือน)
• นายจ้าง
• รัฐบาล

ในกรณี เจ็บป่วย การคลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน และให้ผู้ประกันตนได้รับการรักษาพยาบาลและมีได้รับการทดแทนรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยพนักงานออฟฟิศ มนุษย์เงินเดือน หรือลูกจ้างทั่วไปจัดเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund : PVD) คืออะไร?
เป็นกองทุนที่มีความตั้งใจช่วยออมเงิน แบบอัตโนมัติรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้มนุษย์เงินเดือนแบบเราๆ มีเงินสำรองไว้ใช้

  • เมื่อยามเกษียณอายุ
  • ออกจากงาน
  • ทุพพลภาพ และมีเงินก้อนให้ครอบครัวเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด

5 ข้อดีๆ ของการออมในกองทุน PVD

นายจ้างช่วยสมทบเงินออมให้เรา เหมือนมีคนช่วยออม
เงินที่เราถูกหักเข้ากองทุนทุกเดือนแบบอัตโนมัติอาจจะ 3%, 5%, 7%,10% หรือสูงสุดที่ 15% เรียกว่า “เงินสะสม” ซึ่งเราสะสมเข้าไปเท่าไหร่ บริษัทก็จะจ่าย “เงินสมทบ” ให้เราอีกส่วนหนึ่ง ให้เพื่อเป็นสวัสดิการให้พนักงาน ซึ่งอัตราการสมทบของบริษัท อาจจะกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์แน่นอน
หรือสมทบเป็นเปอร์เซ็นต์ตามอายุงาน หรือตามตำแหน่งงาน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท

เมื่อออกจากงาน / เกษียณอายุ มีเงินก้อน ไม่ได้ไปตัวเปล่า
เมื่อเราพ้นจากสภาพการเป็นสมาชิกกองทุน คือ
ลาออกจากงาน
หรือเกษียณ

ตอนนี้แหละ ทั้ง “เงินสะสม” รวมถึง “เงินสมทบ” จากบริษัทแถมยังรวม “ดอกผล”
ที่งอกเงยขึ้นมาจากเงินสะสมและเงินสมทบ ที่ทางบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นำไปบริหารให้.…จะกลายเป็นเงินก้นถุงให้เราใช้เมื่อยามจำเป็น

กรณีเสียชีวิต มีเงินก้อนเหมือน “มรดก”ทิ้งไว้ให้คนข้างหลัง
ถ้าเกิดว่าเราเสียชีวิต ผลประโยชน์จากกองทุนทั้งหมดก็จะตกอยู่กับคนข้างหลังเสมือนเป็นมรดกทิ้งไว้ให้

มีมืออาชีพบริหารให้
เงินสะสมและเงินสมทบ จะมี บลจ. มาช่วยบริหารให้งอกเงย เช่น นำไปลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หุ้นกู้ หรือเงินฝาก
ซึ่งเวลาเราเลือกนโยบายการลงทุน เราก็เลือกตามระดับความเสี่ยงที่เรารับได้

ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถนำไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้อีกตะหาก

ประกันสังคม & กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ต่างกันอย่างไร?
จากที่เล่ามาข้างต้น ถ้าจะสรุปว่า ประกันสังคม & กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ

รูปแบบกองทุน

  • ประกันสังคม – รัฐบาลจัดตั้งผ่าน กองทุนประกันสังคม ทั้ง พนักงาน นายจ้าง และรัฐ ส่งเงินสมทบตามสัดส่วนที่กำหนด
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) – ไม่บังคับ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท (บางบริษัทมี บางบริษัทไม่มี) – จัดตั้งตามนโยบายบริษัท บริหารกองทุนผ่าน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)

สิทธิประโยชน์

  • ประกันสังคม – พวกเรามนุษย์เงินเดือน ที่เค้าเรียกว่าผู้ประกันตนตามมาตรา 33 นี้ จะได้รับการคุ้มครอง 7 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ ทุพพลภาพ เสียชีวิต คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และกรณีว่างงาน เรียกว่า ได้ใช้สิทธิบางอย่างระหว่างทำงานได้เลย
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) – เมื่อออกจากงาน หรือ เกษียณ เราจะได้เงินก้อนที่เราสะสมไว้ บวกกับที่นายจ้างช่วยเราออมและดอกผลจาก บลจ. ที่บริหารกองทุน เป็นเงินก้นถุง ให้เราใช้ยามจำเป็น

ทั้งประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นหลักประกันความมั่นคงและสวัสดิการของมนุษย์เงินเดือน ข้อดีมากมายๆ … เพราะงั้นเงินที่ถูกตัดไปทุกๆ เดือนนั้น ก็เพื่อ อนาคตวันข้างหน้าเรา…นั้นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...