โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากอุ้มฆ่า 2 แม่ลูก ถึงคดีฉาว ผกก.โจ้ 27 ปียังเหมือนเดิม ปฏิรูป ตร.ยังไม่เกิด/อาชญา ข่าวสด

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 ก.ย 2564 เวลา 04.26 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2564 เวลา 04.26 น.

อาชญา ข่าวสด

 

จากอุ้มฆ่า 2 แม่ลูก

ถึงคดีฉาว ผกก.โจ้

27 ปียังเหมือนเดิม

ปฏิรูป ตร.ยังไม่เกิด

 

ยังเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง สำหรับคดี “ผู้กำกับโจ้” พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.เมืองนครสวรรค์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่า หลังใช้คลุมหัวผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด อ้างเพื่อรีดข้อมูลปราบยาเสพติดในพื้นที่ จ.นครสวรรค์

เพราะแม้เจ้าตัวโผล่มอบตัวยอมเข้าสู่กระบวนการ แต่สังคมก็ยังจับจ้องว่าบทสรุปของคดีจะเป็นอย่างไร จะมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในหมู่เจ้าหน้าที่หรือไม่

และแน่นอนเสียงเรียกร้องในเรื่องการปฏิรูปองค์กรตำรวจก็ดั่งกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้ง

พร้อมกับการย้อนถึงคดีประวัติศาสตร์เมื่อ 27 ปีก่อน ในการอุ้มฆ่าแม่-ลูกศรีธนะขัณฑ์ จากฝีมือแก๊งทมิฬสีกากี ที่หวังผลจะรีดของกลางจากคดีเพชรซาอุฯ บานปลายเป็นคดีฆาตกรรม ก่อนจัดฉากสร้างเรื่องเป็นอุบัติเหตุรถชน แต่ด้วยการทำงานอย่างเอาจริงเอาจังของตำรวจตงฉิน ประกอบกับสื่อมวลชนอย่าง “ข่าวสด” ในเครือมติชน ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด มีข้อมูลในคดีอย่างต่อเนื่อง ชี้ชัดถึงผู้บงการและกลุ่มฆาตกรท่ามกลางความสนใจของสังคมอย่างกว้างขวาง

สุดท้ายก็ไม่สามารถบิดเบือนปรับเปลี่ยนนายตำรวจใหญ่ผู้สั่งการดิ้นไม่หลุด รับกรรมกันไป

คดีผู้กำกับโจ้ ภายใต้การจับตามองของสังคม และสื่อมวลชน ก็คงไม่แตกต่างกันสักเท่าใด!??

 

จับตาบทสรุป ผกก.โจ้

หลังจากที่เป็นข่าวครึกโครมจากคลิปฉาวถุงคลุมหัว จนบิ๊ก ตร.ต้องสั่งไล่ล่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ หรือผู้กำกับโจ้ ก็โผล่เข้ามอบตัว อ้างว่าไม่ได้หลบหนี แค่ถอยไปตั้งหลัก โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. รุดสอบปากคำด้วยตัวเอง ก่อนเปิดแถลง ให้โอกาสผู้กำกับโจ้ได้โฟนอิน อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยผู้กำกับโจ้ยืนยันไม่ใช่การรีดเงิน 2 ล้านบาทตามข่าว แต่ทำเพื่อต้องการข้อมูลยาเสพติด ทำเพื่อประชาชนชาวนครสวรรค์ ส่วนที่ใช้ถุงคลุมถึง 6 ชั้นเพราะไม่อยากให้จำหน้าได้ หลังเกิดเหตุให้ไปลบวงจรปิด ให้แจ้งสาเหตุการตายเท็จ เป็นเพราะตกใจ และไร้ประสบการณ์ พร้อมบอกว่าอโหสิให้คนปล่อยคลิป

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ผู้กำกับโจ้ก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งคดีอาญา และการสอบวินัยร้ายแรง

ยืนยันว่าไม่มีความผิด!??

ขณะที่ผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตเหยื่อของผู้กำกับโจ้ ที่เคยมีเอกสารความเห็นแพทย์ลงสาเหตุการตายว่าเสพยาเกินขนาด คราวนี้ นพ.ณัฐพงษ์ ตุลาพันธุ์ แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ เปิดเผยว่า แพทย์เก็บหลักฐาน ชิ้นเนื้อ สารพิษในร่างกายของผู้เสียชีวิตลงความเห็นร่วมกันว่าเสียชีวิตจากการ “ขาดอากาศหายใจ”

เนื่องจากถูกคลุมด้วยถุง 6 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นมีผล โดยเฉพาะทำให้ถุงชั้นในสุดแนบติดกับใบหน้า ทำให้เกิดการขาดอากาศ ประกอบกับขณะที่ผู้เสียชีวิตพยายามจะดิ้นรน ก็ถูกคนอื่นจับกด โดยกดคอพับลง ทำให้หายใจยาก หลังจากนั้นก็ถูกกดลงกับพื้น ทำให้หายใจยากขึ้นเนื่องจากช่องอกไม่สามารถขยายได้เต็มที่

เมื่อถุงจะฉีกยังมีการขันชะเนาะให้แน่นขึ้นอีก ซึ่งตั้งแต่ถูกคลุมจนกระทั่งนำถุงออก เป็นเวลากว่า 6 นาที แม้ผลการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดจะพบสารเสพติดในระดับที่เป็นพิษได้ก็จริง แต่การกระทำเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องมีสารพิษในตัวก็เสียชีวิตได้แล้ว จึงสรุปสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการขาดอากาศหายใจจากการถูกถุงพลาสติกคลุมศีรษะ

จับตาดูว่าผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร

 

ย้อนอุ้มฆ่าแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์

ขณะที่คดีประวัติศาสตร์อุ้มฆ่าแม่-ลูกศรีธนะขัณฑ์ ที่ถูกยกขึ้นมาเทียบเคียงกับกรณีผู้กำกับโจ้นั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2537 เมื่อนางดาราวดี ศรีธนะขัณฑ์ ที่ขับออกมาพร้อมลูกชาย ด.ช.เสรี ศรีธนะขัณฑ์ ที่มีจุดมุ่งหมายไปพบนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง

แต่แค่ออกจากหมู่บ้านก็ต้องพบกับด่านตรวจตำรวจ ที่นำโดย พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ พร้อมลูกน้อง ที่ตั้งด่านเถื่อนอยู่หน้าหมู่บ้าน เมื่อทั้งคู่จอดรถ กลุ่มทมิฬก็กรูเข้าไปในรถ พร้อมจับทั้งสองสวมกุญแจมือ จับไปนั่งเบาะหลัง แล้ว 1 ในกลุ่มคนร้ายขับรถเบนซ์ออกจากจุดเกิดเหตุ ขณะที่ด่านตำรวจที่ตั้งไว้ก็สลายตัวในทันที

เมื่อถึงรังสิต ก็ใช้ผ้าดำผูกตาทั้งคู่ แล้วพาตัวไปกักขังไว้ที่ห้องหมายเลข 9 และ 10 ของ “กวีวิลล่า” อ.เมือง จ.สระแก้ว ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม จนกระทั่งถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2537 ทั้งคู่ก็ถูกคำสั่งจากกลุ่มผู้คุม ให้ออกเดินทาง โดย ด.ช.เสรีถูกเรียกขึ้นจากสระว่ายน้ำให้มารับประทานอาหาร เหมือนกับว่าจะพาไปส่งบ้าน

แต่แล้วช่วงเวลา 03.00 น.ของวันที่ 2 สิงหาคม ก็มีการแจ้งเหตุรถชนที่หลักกิโลเมตรที่ 117-118 ใกล้ปากทางเข้าหมู่บ้านริมบึง ถนนสายมิตรภาพ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อตำรวจทางหลวงหินกองเข้าตรวจสอบก็พบรถเบนซ์หรู รุ่น 230 อี สีขาว ทะเบียน 8 ฉ 3237 จอดอยู่ริมทาง หน้ารถด้านขวาถูกชนจนกระโปรงหน้าบุบ บังโคลนขวาบุบ ยางล้อหน้าแบนติดพื้น

ภายในรถพบศพนางดาราวดีและ ด.ช.เสรี เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง มากกว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะมีพิรุธหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสีเมจิกที่เขียนทะเบียนรถจากเลข 3 ให้เป็นเลข 8 เกียร์รถที่เป็นแบบกระปุกอยู่ในตำแหน่งเกียร์ว่าง ประตูไม่ได้ล็อก ทั้งคู่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย รวมทั้งศพของ ด.ช.เสรีสวมกางเกงทับกางเกงว่ายน้ำที่มีคราบเปียก ผิดวิสัยผู้เดินทาง

อย่างไรก็ตาม สถาบันนิติเวช กรมตำรวจ แถลงสรุปผลชันสูตรว่าทั้งสองรายเสียชีวิตจากเลือดออกใต้เยื่อสมองชั้นนอก สมองบวมกดศูนย์หายใจจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก สันนิษฐานบาดแผลเกิดจากใบหน้ากระทบกระเทือนกับพวงมาลัยรถอย่างแรง

พยายามระบุว่าเกิดจากอุบัติเหตุให้ได้ แม้จะค้านกับหลักฐานที่พบ จนถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีเจตนาซ่อนเร้นอำพราง!??

 

สื่อเกาะติด-ทลายองค์กรทมิฬ

แม้จะมีความพยายามสร้างเรื่องว่าการเสียชีวิตของ 2 แม่-ลูกเกิดจากอุบัติเหตุรถชน แต่ด้วยพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งการติดตามของสื่อมวลชน โดย “ข่าวสด” ที่พาดหัวไม้วันแรกที่เกิดเหตุทันทีว่า “สีกากีอุ้มฆ่าลูก-เมียสันติเพชรซาอุ” ก็ทำให้ไม่สามารถเบี่ยงเบนประเด็นจากผิดเป็นชอบไปได้

ในที่สุดความจริงก็คลี่คลาย เมื่อการสืบสวนพบแล้วว่าการอุ้ม 2 แม่-ลูกไปนั้น มีจุดประสงค์อยู่ที่นายสันติผู้เป็นพ่อและสามี และเป็นบุคคลสำคัญในคดีเพชรซาอุฯ ที่รับซื้อเพชรมาจากนายเกรียงไกร เตชะโม่ง

และถูกมองว่ายังมีเพชรของกลางอีกจำนวนหนึ่ง ที่ยังไม่กลับมาสู่มือของเจ้าหน้าที่และส่งคืนให้ราชวงศ์ซาอุฯ โดยเฉพาะเพชรระย้าทับทรวง เพชรประจำราชวงศ์ของเจ้าชายไฟซาล

ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงภายในกรมตำรวจ ที่มีบิ๊กตำรวจอยากจะสร้างชื่อ สร้างผลงาน จึงมอบหมายให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งภายหลังก็เปิดเผยแล้วว่า คือ พล.ต.ท.โสภณ สะวิคามิน อดีต ผบช.ภาค 7 ให้เร่งหาของกลางโดยเฉพาะเพชรระย้าทับทรวง และหากสามารถให้นายสันติซัดทอดถึง 2 พล.ต.อ.คู่อริได้ ย่อมยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว

จากนั้นจึงมีการสั่งการให้ พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ ลูกน้องคนสนิทดำเนินการ ซึ่งก่อนนี้วางแผนจะอุ้มเสี่ยสันติเอง แต่พบว่ามีบอดี้การ์ดมาก เข้าไม่ถึงตัว จึงเบนเข็มมายังที่ลูก-เมีย จึงจับตัวได้และนำตัวไปไว้ที่กวีวิลล่า

ตรงนี้ที่ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ เข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อเสี่ยสันติพยายามติดต่อไปยัง พล.ต.ท.ชลอ เพื่อขอให้เจรจากับทีมอุ้มให้ปล่อยตัว ซึ่ง พล.ต.ท.ชลอรับปาก โดยบอกว่าต้องจ่ายเงินแลกกับอิสรภาพลูกเมีย ซึ่งเสี่ยสันติจ่ายเงินไปเกือบ 4 ล้านบาท แต่ก็เงียบไป

จึงตัดสินใจเข้าขอความเป็นธรรมจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.มหาดไทย จนเรื่องเริ่มอื้อฉาวจนควบคุมไม่อยู่จึงตัดสินใจสั่งตาย 2 แม่ลูกหวังยุติเรื่องทั้งหมด

แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งได้ เมื่อรัฐบาลสั่ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รอง อ.ตร. และ พล.ต.ต.วรรณรัชต์ คชรักษ์ ผบก.ป.ลุยคลี่คลายคดี และสามารถจับกุม พ.ต.ท.พันศักดิ์ มืออุ้มมาสอบสวนและให้การซัดทอดถึง พล.ต.ท.ชลอที่สั่งตายโดยระบุ “รบกับผีดีกว่ารบกับคน”

ตามด้วยการจับกุมแก๊งทมิฬที่ลงมือ 4 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.พันศักดิ์ นายนิคม มนต์ศิริ จ.ส.ต.สมคิด มนต์ศิริ นายสำราญ แจ่มจำรัส และนายสมพงษ์ ดอนมอญ ที่พา 2 แม่-ลูกนั่งปิกอัพสีเขียว พร้อมขับเบนซ์หรูจากกวีวิลล่า ระบุจะพาไปส่งบ้าน

แต่เมื่อถึงบ้านเขานกแก้ว ต.ท่ามะปราง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ก็เลี้ยวรถเข้าไปในทุ่งนา พร้อมสังหารทั้งคู่ด้วยแป๊บเหล็ก ก่อนเอาไปอำพรางใส่รถเบนซ์ ขับมายังจุดเกิดเหตุดันรถออกจากซอย กะให้รถบรรทุกพุ่งชน ซึ่งต้องทำถึง 2 ครั้งถึงสำเร็จ

เมื่อหลักฐานชัดเจน แถม “ข่าวสด” เกาะติด เปิดเผยข้อมูลทางคดีอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่อำนาจนอกระบบจะเข้ามาบงการเลยเป็นศูนย์

บทสรุปจึงจับกุมได้ตั้งแต่ผู้บงการจนถึงผู้ลงมือ แถมเป็นถึงระดับนายพลตำรวจใหญ่ ไม่แปลกที่จะเกิดการตั้งคำถามถึงการใช้อำนาจขององค์กรตำรวจ และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียกร้องการปฏิรูป

แต่วันนี้ผ่านมาแล้ว 27 ปี ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...