โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"โตชิบา" โอนทีวีให้ "สกายเวิร์ด" จุดเริ่มต้น...ไพรซ์วอร์รอบใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 11.56 น.

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดกระแสฮือฮาในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยอีกครั้ง

เมื่อแฟนเพจ “โตชิบา ไทยแลนด์” ได้เผยแพร่ประกาศลงวันที่ 28 มี.ค. 2562 เรื่องหยุดเป็นผู้แทนจำหน่ายและให้บริการต่าง ๆ อาทิ ตรวจเช็ก ซ่อมแซมและจำหน่ายอะไหล่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทีวี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งว่า บริษัท สกายเวิร์ด (ไทยแลนด์) จำกัด ที่เป็นผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแทน จะรับหน้าที่ดูแลการจัดจำหน่าย รวมถึงบริการหลังการขายต่อไปแทน

เพียงไม่กี่นาทีต่อมา โพสต์ดังนี้กลายเป็นกระแสโด่งดังในโลกโซเชียลหลังชาวเน็ต รวมถึงออนไลน์และออฟไลน์นำประกาศนี้ไปเผยแพร่ ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเข้าไปสอบถามรายละเอียดและแสดงความกังวลต่อสถานะของแบรนด์โตชิบาในประเทศไทย

แม้แอดมินของเพจจะพยายามตอบข้อสงสัยและยืนยันว่า บริษัทยังคงทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอื่น ๆ อยู่ แต่ดูเหมือนจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ส่งผลให้ต้องลบโพสต์นี้หลังประกาศเพียงไม่กี่ชั่วโมง

การประกาศหยุดเป็นผู้แทนจำหน่ายและให้บริการหลังการขายสำหรับสินค้าโทรทัศน์ของ “โตชิบา ไทยแลนด์” นี้ นับเป็นควันหลงล่าสุดของแผนปรับโครงสร้างที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่ง “โตชิบา คอร์ป” บริษัทแม่ในญี่ปุ่น หันโฟกัสตลาดลูกค้าองค์กรด้วยธุรกิจอย่างโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานและโซลูชั่นไอที จึงทยอยขายธุรกิจอื่น ๆ ออกไปให้กับผู้ประกอบการ-กองทุนต่าง ๆ ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เซ็นเซอร์รับภาพ ชิปหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ ซึ่งธุรกิจสินค้าภาพและเสียงเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีจุดที่ต้องจับตามองหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการที่ “สกายเวิร์ด” ผู้ผลิตทีวีและเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีน อายุ 30 ปี ซึ่งมีฐานผลิตในเสิ่นเจิ้น กว่างโจว มองโกเลีย และส่งทีวีแบรนด์สกายเวิร์ด และคูคา (Coocaa) ขายในหลายตลาดทั่วโลกรวมถึงไทย มีชื่อเป็นผู้แทนจำหน่ายและให้บริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ

ทั้งที่ปัจจุบันธุรกิจ “สินค้าภาพและเสียง” ของโตชิบา อยู่ในมือ “ไฮเซนส์” (Hisense) ผู้ผลิตทีวีรายใหญ่ของแดนมังกร หลังให้ “ไฮเซนส์ อิเล็กทริก” (Hisense Electric) บริษัทย่อยในเครือซื้อหุ้น 95% ของ “โตชิบา วิชวล โซลูชั่น คอร์ป” (Toshiba Visual Solutions Corp.) บริษัทวิจัย พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายสินค้าภาพและเสียงของโตชิบาไปในมูลค่าประมาณ 114 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปลายปี 2560

ดีลนี้ทำให้ไฮเซนส์ได้โรงงานในญี่ปุ่น 2 แห่ง หน่วยงานขายและบริการหลังการขาย โนว์ฮาว-เทคโนโลยีและสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสิทธิใช้แบรนด์โตชิบาทำตลาดทีวีในหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะเวลานานถึง 40 ปี

ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเป็นผลจากดีลระหว่างสกายเวิร์ดและโตชิบา เมื่อปลายปี 2558 ที่โตชิบาได้ขาย “พีที โตชิบา คอนซูเมอร์ โปรดักตส์ อินโดนีเซีย” (PT Toshiba Consumer Products Indonesia) ฐานผลิตทีวีและเครื่องซักผ้า 2 ถังของโตชิบา ในประเทศอินโดนีเซีย พร้อมสิทธิใช้แบรนด์โตชิบา

ในภูมิภาคเอเชีย ยกเว้นประเทศจีนให้กับสกายเวิร์ด โดยไม่เปิดเผยระยะเวลาของสัญญา โดยที่ผ่านมาโตชิบาได้ให้สิทธิใช้ชื่อแบรนด์ในสินค้าทีวีกับหลายบริษัททั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น คอมปาล (Compal), เซมพ์ (Semp), ทีซีแอล (TCL), เอลาลาบี (Elaraby) และเวสเทล (Vestel) เป็นต้น

“การแข่งขันดุเดือดในตลาดทีวีทำให้ที่ผ่านมาหลายแบรนด์ปรับโมเดลธุรกิจหันมาหารายได้จากค่าไลเซนส์การใช้ชื่อแบรนด์แทน เช่น พานาโซนิค ที่ให้สิทธิบริษัทฟูไน (Funai) ใช้ชื่อแบรนด์ซันโย ทำตลาดทีวีในสหรัฐ ส่วนชาร์ปให้สิทธิใช้ชื่อแบรนด์ในตลาดทีวีสหรัฐกับไฮเซนส์”

อีกหนึ่งจุดคือความเปลี่ยนแปลงด้านทิศทางการทำตลาดของทีวีแบรนด์โตชิบา หลังจากเปลี่ยนเจ้าของเป็นกลุ่มทุนจากจีน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องศักยภาพการผลิตจำนวนมาก ช่วยให้ได้ต้นทุนสินค้าต่ำกว่าคู่แข่งแบรนด์เกาหลี-ญี่ปุ่น โดยแหล่งข่าวอีกรายให้ความเห็นว่า มีโอกาสที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านราคาและกลยุทธ์การตลาด

แต่ช่วง 1-2 เดือนนี้อาจยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนนัก เนื่องจากดีลเลอร์ยังมีสินค้าเก่าค้างสต๊อกอยู่ และต้องใช้เวลาระบายให้หมดก่อน

อีกทั้งตลาดทีวีมีการแข่งขันเรื่องราคามาโดยตลอด จึงอาจจะทำให้เห็นความแตกต่างของราคาได้ยากนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามราคาที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...