โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สายดิน สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อความปลอดภัยในบ้าน

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 01 พ.ค. 2563 เวลา 04.30 น. • Motherhood.co.th Blog

สายดิน สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อความปลอดภัยในบ้าน

ในอดีต คนไทยเราได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการใช้ไฟฟ้าอยู่บ่อยครั้ง สาเหตุหลักมาจากการถูกไฟดูดเพราะมีไฟฟ้ารั่ว จากจุดนี้เอง "สายดิน" จึงกลายเป็นข้อบังคับที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ออกประกาศให้ผู้ยื่นขอใช้ไฟฟ้ารายใหม่ต้องทำการเดินสายไฟฟ้าให้มีระบบต่อลงดิน นับว่าข้อบังคับนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้านั่นเอง แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับหน้าที่และประโยชน์ของระบบสายดิน วันนี้ Motherhood เลยจะนำเอาเรื่องราวของสายดินมาฝากกันค่ะ

สายดินคืออะไร?

สายดิน (Earthing System) คือการให้ส่วนหนึ่งของระบบไฟฟ้าเชื่อมต่อกับพื้นโลก เพื่อเสริมความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า เช่น หากเกิดไฟรั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้า กระแสไฟส่วนที่รั่วนี้จะไหลลงดินผ่านทางสายดิน แทนที่จะไหลผ่านร่างกายของเรา ในกรณีที่ไปสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการรั่วนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยปกติแล้วสายไฟฟ้าจะมีสิ่งห่อหุ้มกันการลัดวงจร หรือที่เราเรียกมันว่า "ฉนวน" อยู่แล้ว แต่ตัวฉนวนเองก็สามารถเสื่อมลงได้ การป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วได้ดีอีกขั้นหนึ่งก็คือการติดตั้งระบบสายดิน นอกจากนี้ สายดินไม่เพียงแต่ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ถูกไฟฟ้าดูดเท่านั้น สายดินยังสามารถจัดการกับสัญญาณรบกวนได้อีกด้วย

สายดินจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อปลายสายด้านหนึ่งของสายดินต้องมีการต่อลงดินด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้า ส่วนปลายสายอีกด้านหนึ่งจะถูกต่อเข้ากับพื้นผิวของวัตถุหรือโครงของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการให้มีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์เท่ากับพื้นดิน

สายดินมักใช้ฉนวนหุ้มที่มีสีเขียวและสีเหลือง

องค์ประกอบของสายดิน

สายดินมีองค์ประกอบหลัก ๆ อยู่ 2 ส่วน ได้แก่ สายตัวนำไฟฟ้า (สายดินหรือสายต่อหลักดิน) และหลักดิน สายดินที่ใช้ในระบบไฟฟ้าทั่วไปภายในสายประกอบด้วยลวดทองแดงหุ้มฉนวนพีวีซี (PVC) ซึ่งตามมาตรฐานกำหนดให้ใช้สายที่มีฉนวนสีเขียวหรือสีเขียวสลับกับสีเหลือง ซึ่งเป็นสีเฉพาะของสายดิน

ในส่วนของหลักดิน คือแท่งโลหะที่ฝังลงในดินเพื่อเป็นตัวเชื่อมสายต่อหลักดินจากเมนสวิตช์เข้ากับดิน หลักดินที่ใช้โดยทั่วไปทำจากเหล็กหุ้มด้วยทองแดง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร (5/8 นิ้ว) ความยาว 2.40 เมตร หลักดินที่ดีเมื่อตอกลงดินแล้วต้องมีความต้านทานการต่อลงดินไม่เกิน 5 โอห์ม

ข้อดีของระบบสายดิน

ผู้ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสายดินมากเท่าใดนัก เพราะมองเป็นเรื่องไกลตัว และคิดการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ก็ยังเป็นไปได้ตามปกติอยู่ แต่เหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

  • เมื่อมีกระแสไฟรั่วมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ หรือสายไฟ สามารถเสื่อมและไฟรั่วได้ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากความผิดพลาดของอุปกรณ์เองหรือจากการเสื่อมตามอายุการใช้งาน แทนที่ไฟจะรั่วและดูดคนในบ้าน ถ้าติดตั้งระบบสายดินแล้ว ถึงแม้เราจะถอดรองเท้าในบ้านก็ตาม ไฟก็จะไม่ดูดหรือช็อตเรา
  • ไฟที่รั่วออกมาอาจทำให้เกิดสนามแม่เหล็กหรือคลื่นรบกวนทางไฟฟ้า ทำให้ภาพที่ออกจากทีวีมีคลื่นรบกวน หรือเครื่องเสียงอาจจะเกิดเสียงจี่จากคลื่นรบกวน การติดตั้งสายดินก็สามารถช่วยในกรณีนี้ได้
  • ทำให้ระบบ Surge Protection สมบูรณ์แบบ เนื่องจาก Surge เมื่อกระแสเข้ามาสูง ๆ เป็นไปไม่ได้ที่อุปกรณ์อย่างตัวต้านทานจะรับกระแสไหว ถ้า MOV ไม่ระเบิดก็อาจทำให้ไฟกระชากเข้าอุปกรณ์ได้ การมีระบบสายดินจะทำให้ไฟที่กระชากเข้ามาลงไปสู่ศักย์ที่ต่ำกว่า นั่นคือสายดิน และจะทำให้ระบบกันไฟกระชากนั้นสมบูรณ์
  • เป็นการถนอมอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากถ้าไฟรั่วและไม่มีสายดินเพื่อถ่ายเทศักย์ลงดิน เครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ๆ จะรับแรงกดดันของกระแสไฟฟ้าที่รั่วออกมา แม้เพียงเล็กน้อย แต่ก็อาจจะทำให้อายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นเสื่อมลงเร็วกว่าปกติ
  • ช่วยให้ RCD Breaker หรือเบรกเกอร์กันไฟดูด ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องรอให้ไฟรั่วไปดูดคน เพราะเมื่อเรามีสายดิน ไฟที่รั่วลงดินจะทำให้ RCD Breaker สามารถตรวจจับได้ และเบรกเกอร์จะตัดไฟ จนกว่าเราจะรู้จุดที่ไฟรั่วและทำการแก้ไข หากเราไม่ติดสายดิน เราจะต้องรอให้ไฟรั่วลงสู่ศักย์ที่ต่ำกว่า ซึ่งไฟอาจจะดูดคนได้
สายดินต้องทำจากเหล็กหุ้มทองแดงเท่านั้น

ติดตั้งสายดินแบบไหนได้บ้าง?

บ้านพักอาศัยจำเป็นต้องติดตั้งระบบสายดินให้ถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อให้ระบบสายดินมีความปลอดภัยและใช้งานได้จริง การต่อลงดินแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ การต่อลงดินที่เมนสวิตช์และการต่อลงดินของเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยต้องทำทั้งสองจุด จึงจะใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

  • การต่อลงดินที่เมนสวิตช์

บริเวณเมนสวิตช์จะต้องต่อสายนิวทรัล (N) ลงดิน สายนิวทรัลคือสายเส้นที่เมื่อเราใช้ไขควงวัดไฟวัดแล้ว หลอดที่อยู่ในไขควงจะไม่เรืองแสง สำหรับเมนสวิตช์ที่เป็นคอนซูมเมอร์ยูนิตจะมีขั้วสำหรับต่อสายนิวทรัล ซึ่งจะมีเครื่องหมายแสดงจุดต่อลงดินไว้ ในการต่อสายลงดินจะใช้สายไฟฟ้าที่มีขนาดไม่เล็กกว่า 10 ตารางมิลลิเมตร

  • การต่อลงดินของเครื่องใช้ไฟฟ้า

คือการใช้สายไฟต่อจากจุดต่อลงดินที่โครงของเครื่องใช้ไฟฟ้าเดินกลับไปต่อลงดินที่เมนสวิตช์ โดยใช้หลักดินแท่งเดียวกันกับของสายนิวทรัล ทั้งนี้สายดินจะเดินรวมไปด้วยกันกับสายวงจรที่จ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้า

เพื่อความปลอดภัยต้องติดสั้งสายดินให้ได้มาตรฐาน

แม้จะมีการติดตั้งระบบสายดินแล้ว การติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วหรืออุปกรณ์ป้องกันไฟดูดก็ยังมีความจำเป็น เพราะมันจะช่วยเสริมการป้องกันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หากเกิดกรณีสายดินขาด

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...