โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อาเซียน ติดใจขนมปัง ญี่ปุ่นแห่ลงทุนโรงงาน...รับดีมานด์

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 04 ม.ค. 2562 เวลา 11.30 น.

คอลัมน์ MARKET MOVE

แม้ข้าวจะเป็นอาหารหลักของผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การบริโภคขนมปังได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ โดยข้อมูลของบริษัทวิจัยยูโรมอนิเตอร์ระบุว่า ระหว่างปี 2553-2558 ตลาดขนมปังในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี โดยมีประเทศไทย, เวียดนาม และอินโดนีเซียเป็นผู้นำเทรนด์ สอดคล้องกับตัวเลขมูลค่าตลาดเฉพาะพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีมูลค่าถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ นับว่าเติบโตสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดยุโรปที่หดตัว 1.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ตลาดยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากอัตราการบริโภคขนมปังของหลายประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ อาทิ อินโดนีเซียซึ่งบริโภคขนมปังเฉลี่ย 4.6 กิโลกรัมต่อคนต่อปี คิดเป็นเพียง 1 ใน 5 ของชาวญี่ปุ่นเทรนด์นี้สร้างความคึกคักให้กับวงการธุรกิจอาหาร โดยดึงดูดให้บรรดาแบรนด์ขนมปังและผู้ผลิตแป้งจากแดนปลาดิบ อาทิ “ยามาซากิ” (Yamazaki) และ “นิสชิน เซฟุน กรุ๊ป” (Nisshin Seifun Group) ดาหน้าเข้ามาลงทุน ขณะที่แบรนด์ท้องถิ่นอย่าง “ซาลิม กรุ๊ป” (Salim Group) กลุ่มธุรกิจใหญ่ของอินโดนีเซียเจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ส่าหรี โรตี” (Sari Roti) ต้องเร่งรับมือ

สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย รีวิว” รายงานถึงความเคลื่อนไหวคึกคักในตลาดขนมปังของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่ง “ยามาซากิ” กำลังปะทะกับ “ซาลิม กรุ๊ป” เพื่อชิงฐานผู้บริโภค ในขณะที่ “นิสชิน เซฟุน” ซื้อกิจการผู้ผลิตแป้งในไทย

ทั้งนี้ ยามาซากิได้จับมือมิตซูบิชิ และเชนร้านสะดวกซื้ออัลฟามาร์ต (Alfamart) ตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อรุกตลาดอินโดนีเซียตั้งแต่ปี 2557 ปัจจุบันมีช่องทางขายรวม 5,600 ร้านค้า มากกว่าปีแรกถึง 3 เท่า และสร้างยอดขาย 13.2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมี “โชคุปัง” ขนมปังแผ่นสูตรนุ่มพิเศษเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมสร้างยอดขายถึง 1 ใน 4 ของยอดขายรวม ด้วยความนุ่มที่ถูกใจชาวอินโดฯ และกลยุทธ์ราคาต่ำกว่าคู่แข่งในตลาดถึง 50% หรือประมาณ 1.2 หมื่นรูเปียห์ รวมถึงลอนช์สินค้าใหม่ต่อเนื่อง

ด้านซาลิม กรุ๊ป แม้ปัจจุบันจะครองตำแหน่งผู้นำตลาดขนมปังของอินโดนีเซียมาอย่างยาวนาน หลังจากตั้งบริษัทร่วมทุนกับ “พาสโก ชิกิชิมะ” (Pasco Shikishima) และได้เทคโนโลยีการผลิตขนมปัง ซึ่งนำมาผลิตขนมปังแบรนด์ “ส่าหรี โรตี” วางขายในร้านสะดวกซื้อและร้านค้าอื่น ๆ ในเครือรวมกว่า 1.5 หมื่นสาขา มีส่วนแบ่ง 90% ของตลาด ยังต้องเริ่มปรับตัวรับมือการรุกตลาดของยามาซากิ

เริ่มตั้งแต่ดึงทีมซัพพอร์ตด้านการผลิตจากญี่ปุ่นมาประจำในอินโดนีเซียแบบฟูลไทม์ เพื่อเพิ่มความเร็วในการบริหารและพัฒนาสินค้า รวมถึงลอนช์ขนมปังแบบนุ่มพิเศษของตนเองวางขายในราคา 1.8 หมื่นรูเปียห์ โดยผู้บริหารของทั้ง 2 บริษัทต่างมีความเห็นในทางเดียวกันว่า คุณภาพสินค้าจะเป็นกุญแจสำคัญของการแข่งขันในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนี้

“อัตราการบริโภคขนมปังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นตามระดับรายได้” ริวโซ ทาโดโคโระ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของยามาซากิให้ความเห็น

นอกจากอินโดนีเซียแล้ว บริษัทญี่ปุ่นเล็งรุกตลาดอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน อาทิ ฟิลิปปินส์ซึ่งมีวัฒนธรรมการกินขนมปังเข้มแข็งกว่าประเทศอื่น โดย “โซจิส” บริษัทเทรดดิ้งสัญชาติญี่ปุ่นจับมือกับ “เรียวยุ” (Ryoyu) ผู้ผลิตขนมปังจากภาคตะวันตกของญี่ปุ่น เพื่อรุกตลาดในปี 2562 นี้ ด้วยการตั้งโรงงานใกล้กรุงมะนิลา ผลิตขนมปังส่งให้ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน “นิสชิน เซฟุน” ซื้อกิจการผู้ผลิตแป้งในไทยเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว เพื่อเพิ่มกำลังผลิตในภูมิภาคนี้เป็น 2 เท่า หวังรับดีมานด์แป้งที่สูงขึ้น

ตามความนิยมขนมปัง เช่นเดียวกับบริษัทเทรดดิ้ง “มิตซุยแอนด์โค” ซึ่งซื้อหุ้นในบริษัทนำเข้าธัญพืชและผลิตแป้งในสิงคโปร์

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์* https://line.me/R/ti/p/@prachachat *

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...