โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ ‘แพรวา’ สาวซีวิคซิ่ง9ศพ

[invalid]

อัพเดต 27 ธ.ค. 2561 เวลา 00.42 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2561 เวลา 00.40 น. • tnnthailand.com
วันนี้ในอดีต 27 ธ.ค. 2553 ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ ‘แพรวา’ สาวซีวิคซิ่งชนรถตู้โดยสารเสียชีวิต 9 ศพ

วันนี้ในอดีต นับเป็นคดีสะเทือนขวัญ เมื่อช่วงค่ำคืนวันที่ 27 ธ.ค. 2553 จากกรณีที่น.ส.แพรวา (นามสมมุติ) เยาวชนอายุ 17 ปี ขับรถยนต์ฮอนด้าซีวิค ชนรถตู้โดยสาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนเป็นทำเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า ช่วงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดต่อกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

อุบัติเหตุครั้งนี้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ เนื่องจากภายหลังเกิดเหตุหญิงสาวผู้ก่อเหตุยืนพิงขอบกำแพงโทลล์เวย์กดโทรศัพท์แบล็คเบอรี่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยและยังไม่มีใบอนุญาตในการขับขี่รถยนต์ ขณะที่บางกลุ่มเรียกร้องให้ดำเนินกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างโปร่งใสและเป็นกลาง นอกจากนี้ยังมีการรุมประณามที่น.ส.แพรวา (นามสมมุติ) ขับรถโดยประมาทและอายุเพียง 17 ปี เท่านั้น

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2555 ว่าจำเลยมีความผิดฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย คำให้การในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปี โทษจำคุก ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี โดยคุมประพฤติจำเลย 3 ปี และให้รายงานตัวทุกๆ 3 เดือน พร้อมให้ทำงานบริการสังคมโดยการดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุเป็นเวลา 48 ชั่วโมง รวมทั้งห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ส่วนความผิดฐานใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากไม่สามารถนำสืบได้ว่าจำเลยใช้โทรศัพท์จริงหรือไม่

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2557 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนโทษจำคุก 2 ปี แต่ให้แก้ระยะเวลาการรอลงอาญาเป็น 4 ปี และให้คุมประพฤติจำเลยเป็นเวลา 3 ปี โดยให้บำเพ็ญประโยชน์ 48 ชั่วโมงต่อปี เป็นเวลา 3 ปี ส่วนโทษอื่นให้คงตามศาลชั้นต้นซึ่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าวถือเป็นที่สุด เมื่อ ศาลฎีกา มีคำสั่งปี 2558 ไม่รับฎีกาของเยาวชนสาว จำเลย ต่อสู้คดี เนื่องจากไม่มีสาระสำคัญจะเปลี่ยนแปลง คำพิพากษาเดิม

ขณะที่คดีแพ่งที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวยื่นฟ้องบิดา-มารดาของเยาวชน และตัวเยาวชนต่อศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 113 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนั้น ศาลแพ่งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2558 ให้จำเลยทั้งสามชดใช้เงินกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นเงินรวม 26,881,925 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 ธ.ค.53 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุรถพลิกคว่ำ ต่อมาเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2560 ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์สั่งลดเงินชดเชยค่าเสียหายญาติเหยื่อผู้เสียชีวิตเหลือ 19 ล้านเศษโดยระบุว่าเหตุคนขับรถตู้ใช้ความเร็วสูง มีส่วนกระทำผิดแม้ไม่ได้ก่อผลโดยตรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...