โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชื้อแบคทีเรียจากการทำออรัลเซ็กส์ อาจทำให้เกิดโรคช่องคลอดอักเสบ BV

Khaosod

อัพเดต 27 ส.ค. 2563 เวลา 18.47 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2563 เวลา 18.47 น.

เชื้อแบคทีเรียจากการทำออรัลเซ็กส์ อาจทำให้เกิดโรคช่องคลอดอักเสบ BV

งานวิจัยในสหรัฐฯ พบหลักฐานบ่งชี้ว่า การมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก หรือ ออรัลเซ็กส์ อาจทำให้เกิดสภาวะที่เหมาะสมต่อการเกิดโรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (bacterial vaginosis หรือ BV) ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในสตรี

BV ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่เป็นอาการอักเสบในช่องคลอด ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของแบคทีเรียภายในช่องคลอด โดยอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง คัน และมีตกขาวผิดปกติ

โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกช่วงวัย แต่มักพบมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีอายุระหว่าง 15 - 49 ปี

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในสหรัฐฯ ได้ศึกษาว่าแบคทีเรียภายในช่องปากจะส่งผลอย่างไรต่อแบคทีเรียที่อาศัยและเติบโตอยู่ในช่องคลอด

ภาพจำลองให้เห็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรค BV ปกคลุมเซลล์

นักวิทยาศาสตร์พบอะไร

ผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLoS Biology พบหลักฐานว่า เชื้อแบคทีเรียชนิดที่มักพบในช่องปากคนเราซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคเหงือกและคราบหินปูน อาจทำให้เกิดสภาวะที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค BV

นักวิจัยได้ทำการทดลองเรื่องนี้ในตัวอย่างช่องคลอดของมนุษย์ และในหนูทดลองเพื่อสังเกตพฤติกรรมของเชื้อแบคทีเรีย และพบว่า เชื้อแบคทีเรียในช่องปากที่ชื่อ "ฟิวโซแบคทีเรีย นิวคลีเอตัม" (Fusobacterium nucleatum) ดูเหมือนจะช่วยทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรค BV

ดร.อแมนดา ลิวอิส และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า หลักฐานที่ค้นพบแสดงให้เห็นว่าออรัลเซ็กส์อาจทำให้เกิดโรค BV ได้ในบางกรณี

โรค BV สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกช่วงวัย แต่มักพบมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์

BV อันตรายเพียงใด

ตามปกติ BV ไม่ใช่โรคที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ก็ควรได้รับการรักษา เนื่องจากการเป็นโรคนี้ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะได้รับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

หากสตรีมีครรภ์เป็นโรคนี้ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการคลอดก่อนกําหนด

BV มีอาการอย่างไร

แม้ผู้หญิงที่เป็นโรค BV บางคนจะไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการนั้น โดยมากมักจะมีปัญหาตกขาวผิดปกติ ซึ่งอาจมีสีเทา หรือสีขาวที่มีลักษณะเป็นน้ำ และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์รุนแรงคล้ายกลิ่นคาวปลา

ดังนั้น ผู้ที่มีอาการเหล่านี้จึงควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง โดยแพทย์จะทำการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทั้งชนิดเม็ด เจล หรือครีม

BV มีสาเหตุจากอะไรบ้าง

ผู้หญิงที่ไม่เป็นโรค BV มักมีแบคทีเรีย "ชนิดดี" ที่เรียกว่า แลคโตบาซิลไล (lactobacilli) ซึ่งอยู่ในสกุล แลคโตบาซิลัส (lactobacillus) ที่ช่วยรักษาให้ช่องคลอดมีภาวะเป็นกรด และมีค่า pH ต่ำ

แต่บางครั้งค่าความสมดุลนี้อาจลดลงและทำให้แบคทีเรียชนิดอื่นที่อาศัยอยู่ภายในช่องคลอดเจริญเติบโตขึ้น แม้ปัจจุบันแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค BV ที่ชัดเจน แต่ชี้ถึงปัจจัยที่อาจก่อโรคไว้ดังนี้

  • การมีเพศสัมพันธ์ (แต่ผู้หญิงบางคนก็อาจเป็นโรค BV ได้โดยไม่ต้องมีเพศสัมพันธ์)
  • การเปลี่ยนคู่นอน
  • การคุมกำเนิดโดยวิธีใส่ห่วงอนามัย
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีส่วนผสมของน้ำหอมสวนล้างภายในช่องคลอด หรือบริเวณรอบ ๆ

ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญทราบอยู่แล้วว่าโรค BV อาจมีสาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ด้วย ซึ่งรวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงด้วยกัน

ศาสตราจารย์คลอเดีย เอสต์คอร์ต โฆษกสมาคมเพื่อสุขภาพทางเพศและเอชไอวีของอังกฤษ ระบุว่า งานวิจัยในลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจโรค BV ให้มากขึ้น

"เรารู้อยู่แล้วว่าโรค BV มีลักษณะที่ซับซ้อน เพราะมีปัจจัยก่อโรคหลายประการ"

เธอยังระบุด้วยว่า ออรัลเซ็กส์อาจแพร่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ ตลอดจนเชื้อแบคทีเรียชนิดที่อาจก่อโรคได้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...