ญาติ ไม่รู้ปม 'พ่อ-แม่เลี้ยง' ฆ่าโบกปูนลูก 2 ขวบ เผยทะเลาะ-ทำร้ายร่างกายกันประจำ
ญาติ ไม่รู้ปม ‘พ่อ-แม่เลี้ยง’ ฆ่าโบกปูนลูก 2 ขวบ เผยทะเลาะมีปากเสียง-ทำร้ายร่างกายกันประจำ แม่ยายพบปูนหนาเกือบ 5 ซม.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและอาสาสมัครกู้ภัยเตรียมเข้าตรวจสอบและชุดจุดฝังร่างเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ภายในบ้านพักหลังหนึ่ง พื้นที่หมู่ 15 บ้านคลองใหม่พัฒนา ต.บ่อถ้ำ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร หลังจาก “นายเอ็ม” ผู้เป็นพ่อให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าลูกสาวของตนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนจะนำศพมาฝังยังจังหวัดกำแพงเพชร ในช่วงวันที่ 9-11 สิงหาคม 2566 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีอยู่ระหว่างควบคุมตัวนายเอ็มผู้เป็นพ่อมาทำแผนในช่วง 17.00 น. วันนี้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง คุมตัวพ่อ-แม่เลี้ยง ชี้จุดฆ่าโบกปูนลูก 2 ขวบ ที่กำแพงเพชร อ้างพลั้งมือจนเสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่จุดฝังศพที่บริเวณครัวหลังบ้าน พบว่าได้มีการโบกปูนฝังไว้ มีความหนาประมาณ 5 เซนติเมตร ต้องใช้ค้อนทุบปูน และขุดลงไปประมาณ 60-70 เซนติเมตร มีการเอาดินปนขยะมาทับและมีทรายทับไว้ จากนั้นเจอสภาพศพคืออยู่ในถุงดำ 3 ชั้น ลักษณะนั่งหลังพิง สภาพศพเน่าเปื่อยเริ่มหลุด ดูจากสภาพศพคาดว่าตายมาแล้ว 4 เดือน โดยระหว่างตำรวจกำลังทำการหาหลักฐานอยู่พบว่ามีชาวบ้านมารอดูกันหลายร้อยคน และต่างส่งเสียงสาปแช่งพ่อและแม่เด็กระหว่างนำตัวเข้า-ออกจากพื้นที่ตลอดเวลา โดยทั้ง 2 ผัวเมียรับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุ
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 กล่าวว่า หลังจากทราบการประสานเกี่ยวกับอาชญากรรมเกี่ยวกับเด็ก จากโรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพฯ และนักสังคมสังเคราะห์ เมื่อวาน ซึ่งจากที่ กัน จอมพลัง ได้ไปช่วยเด็กเมื่อวันที่ 10 กันยายน ว่าพ่อทำร้ายลูกได้รับบาดเจ็บ และมีเด็กอีกคนที่หายตัวไป และได้ขอป้ายทะเบียนรถยนต์คนก่อเหตุ จนสามารถสกัดจับได้พร้อมนำเอาตัวมาสอบปากคำ
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์กล่าวต่อว่า ซึ่งก็พบว่าเป็นพ่อแม่เด็กในช่วงแรกทั้งคู่ไม่ยอมบอกข้อมูล แต่ช่วงหลังจากนั้น บอกว่าเอาลูกสาววัย 2 ขวบ ไปฝากไว้กับปู่ จึงมีการนำปู่มาสอบปากคำ และทราบว่าทั้งคู่ให้การไม่ตรง และ นายเอ็มยอมสารภาพกับพ่อของตัวเองซึ่งก็คือปู่ของเด็กว่า ได้ฆ่าเด็กและเอามาฝังไว้ที่บ้านในจังหวัดกำแพงเพชร
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์กล่าวต่อว่า โดยระหว่างการทำแผนชี้จุด และขุดเอาศพออกมา พบว่าทั้งคู่อยู่ในอาการร้องไห้ และจากการตรวจสภาพจิตใจและอาการจิตเวชไม่พบว่ามีประวัติ จึงจะต้องตรวจสอบต่อว่ากรณีลูกที่ถูกทำร้ายก่อนหน้านี้ที่ถูกทำร้ายเพื่อนำไปทำอะไร และมีกรณีอื่นๆ ก่อนหน้านี้อีกหรือไม่จะตรวจสอบอีกที ซึ่งเบื้องต้นมีเพียง 2 สามีภรรยาที่ร่วมกันก่อเหตุ และจะสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
นายสมยศ ภู่ขำ อายุ 58 ปี รองหัวหน้ากู้ภัยสว่างกำแพงเพชร จุดสลกบาตร เล่าว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามายังที่เกิดเหตุได้ตรวจสอบความหนาแน่นของปูนที่ฝังศพเด็กไว้ พบว่าหนาประมาณ 5 เซนติเมตร ต้องใช้ค้อนทุบปูน และขุดลงไปประมาณ 60-70 เซนติเมตร มีการเอาดินปนขยะมาทับและมีทรายทับไว้ จากนั้นเจอสภาพศพคืออยู่ในถุงดำ 3 ชั้น ลักษณะนั่งหลังพิง สภาพศพเน่าเปื่อยเริ่มหลุด ดูจากสภาพศพคาดว่าตายมาแล้ว 4 เดือน จากคำพูดของนายเอ็มและนางจุ๋มบอกว่า ฆ่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งระหว่างที่ขุดศพ นายเอ็มและนางจุ๋มร้องไห้ ก้มหน้าตลอดเวลา และบอกว่าช่วยกันทำ 2 คน
นายสายยันต์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.15 บ้านคลองใหม่พัฒนา ญาติของเมียผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนเองในฐานะญาติของฝ่ายหญิงซึ่งเป็นหลานผู้ก่อเหตุ เพิ่งจะทราบจากตำรวจว่า นายเอ็มได้ฆ่าลูกสาววัย 2 ขวบ ชื่อน้องโมเดล เลยมาดูที่เกิดเหตุ และเตรียมรอเจ้าหน้าที่นำตัวมาชี้จุดโบกปูนฝังศพ ที่ผ่านมาตนไม่รู้ว่าครอบครัวนี้มีความรุนแรงอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนานๆ จะกลับมาบ้านที 2-3 เดือนครั้ง มาทีหนึ่งก็เปิดเพลงเสียงดัง ซึ่งก็ไม่ค่อยมีใครสนใจ โดยทราบว่านายเอ็ม ได้ฆ่าลูกจากที่อื่นมาอำพรางที่นี่ ส่วนนายเอ็มเป็นคนจังหวัดอื่น โดยทราบว่าทั่งคู่ทะเลาะกันบ่อยเพิ่งเห็นรอยช้ำที่หน้าของเมียนายเอ็มที่เป็นหลานของตน
นายสังวร อายุ 60 ปี ญาติที่รับเลี้ยงลูกคนเล็ก อายุ 6 เดือน ของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า หลังคลอดลูกชายคนเล็ก น้องโจโจ้ ได้ 2 วัน นายเอ็มและภรรยาก็ได้ทิ้งลูกไว้ให้ตนเองเลี้ยงไม่สนใจอะไรเลย ติดต่อมาบ้างแต่ไม่ได้ส่งเสียใดๆ ตอนนี้เลี้ยงได้ 6 เดือนแล้ว ส่วนสาเหตุหรือแรงจูงใจที่ทำร้ายลูกจนเสียชีวิตและนำมาฝังนั้น ตนไม่ทราบสาเหตุเลย ซึ่งลูกๆ ของนายเอ็มและภรรยา ตนก็ได้เลี้ยงจนโตเดินได้คุยได้สักพักก็มารับไปอยู่ด้วย ซึ่งช่วงหลังเมียนายเอ็มที่เป็นหลานได้โทรมาร้องไห้กับภรรยาตน ว่าทะเลาะกันบ่อยครั้ง พอรู้ข่าวก็ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าจะโหดร้ายขนาดนี้
นายจำปี อายุ 59 ปี ญาติฝ่ายภรรยาของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ปกติครอบครัวนี้จะมาพักที่บ้านหลังดังกล่าวนานๆ ครั้ง โดยจะมาอยู่ครั้งละ 3-4 วัน ซึ่งปกติก็จะทักทายกันเป็นจำ โดยความผิดสังเกตเกิดขึ้นเมื่อครั้งล่าสุดที่เดินทางมาบ้าน ตนสังเกตเห็นเด็กที่นั่งมาหน้ารถมีร่องรอยฟกช้ำตามตัว ก็สงสัยว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งเด็กๆ ทั้งหมดตนเองได้คลุกคลีเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก
นายจำปีกล่าวต่อว่า โดยครั้งที่กลับมาอยู่นานสุดประมาณ 1 เดือน มักจะมีปากเสียงกัน อาจเป็นเพราะมีปัญหาตกงานทั้งคู่ ซึ่งบางครั้งทะเลาะกันก็ใช้เชือกมัดมือภรรยาและมัดห้อยแล้วใช้ไม้แขวนเสื้อตีภรรยาร้องโหยหวนโอดครวญตลอดทั้งคืน ส่วนลูกคนเล็กได้ให้ญาติฝั่งภรรยาเลี้ยงไว้ ก่อนจะนำตัวเด็ก 2 ขวบและ 4 ขวบ ไปเลี้ยงดูเองที่กรุงเทพฯ โดยหลังจากที่นำไปเลี้ยงแล้วตนก็พยายามติดต่อพูดคุย ถามทุกข์สุข พร้อมขอดูรูปเด็กอยู่เสมอ ซึ่งแม่เด็กมักจะเอารูปเก่าๆ มาให้ดู เมื่อตนขอวิดีโอคอลคุยกับเด็กแม่เด็กก็ปฏิเสธกลัวว่าสามีจะรู้และทำร้ายตน