โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 เคล็ดลับ เริ่มต้นลงทุนตั้งแต่วัยหนุ่มสาว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.ย 2566 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2566 เวลา 08.36 น.

เปิด 5 เคล็ดลับ สำรวจดูความพร้อมก่อนลงทุนควรพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง ก่อนจะลงทุนตั้งแต่วัยหนุ่มสาว

ต้องบอกว่าการเรียนรู้เรื่องของการออมเงินถือว่าเป็นการสร้างวินัยอย่างหนึ่งในชีวิต แต่การออมเงินให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการเก็บออม เช่นเดียวกันกับการลงทุนที่ต้องใช้เวลา ยิ่งมีเวลามาก ยิ่งสามารถเก็บออมหรือได้เงินจากการลงทุนได้มากขึ้น

ดังนั้น การเริ่มลงทุนตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาว เป็นสิ่งที่สำคัญและควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อวางแผนการเงินที่ดีในระยะยาวและมีความสม่ำเสมอ ฉะนั้นยิ่งเริ่มลงทุนเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งสะสมเงินที่ได้จากการลงทุนมากขึ้น

“ประชาชาติธุรกิจ” พาเช็กลิสต์ก่อนจะลงทุน ลองสำรวจดูความพร้อมก่อนลงทุนต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง เพราะเงินที่จะนำมาลงทุนนั้นควรเป็นเงินเย็นหรือเงินที่ไม่ต้องใช้ทำอะไรในระยะเวลาอันใกล้

รู้การเดินทางของเงิน

เมื่อเงินเดือนออก รู้หรือไม่ว่าต้องโดนหักค่าอะไรไปบ้าง เช่น ประกันสังคม เงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ซึ่งหากไม่เคยทำบัญชีรายรับรายจ่ายอาจตอบไม่ได้ ดังนั้น ในเบื้องต้นควรจดบันทึกเพื่อดูพฤติกรรมตัวเองและสร้างวินัยด้านการใช้จ่าย หากมีเงินเหลือ แปลว่า ใช้น้อยกว่าที่หาได้

เมื่อเงินเหลือก็ต้องตั้งเป้าว่าสามารถนำมาเก็บออมหรือลงทุนได้เท่าไร เช่น มีเงินเหลือเดือนละ 2,000 บาท ตั้งใจแบ่งมาเก็บออมสม่ำเสมอเดือนละ 1,000 บาท ข้อแนะนำควรหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือนเพื่อนำไปเก็บออมหรือลงทุน แต่หากพบว่าในแต่ละเดือนไม่มีเงินเหลือก็อย่าเพิ่งคิดเรื่องลงทุน ควรตรวจสอบการเดินทางของเงินก่อนว่าทำไมเงินถึงไม่เหลือ และเมื่อรู้ปัญหาก็รีบแก้ไข เช่น ซื้อของฟุ่มเฟือย ช็อปปิ้งออนไลน์ทุกสัปดาห์ ก็ต้องลด ละ เลิก

เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน

สิ่งสำคัญประการหนึ่งก่อนแบ่งเงินไปลงทุน คือ ควรจัดการเงินขั้นพื้นฐานให้แข็งแรง เช่น เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน ซึ่งควรมีเริ่มต้น 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน โดยเงินส่วนนี้ควรเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เพื่อให้เบิกใช้ได้ง่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ขาดรายได้ชั่วคราว ซ่อมแซมบ้านเนื่องจากน้ำท่วม โดยแนะนำว่า ก่อนนำเงินไปลงทุน เงินออมก้อนแรกที่ควรมี คือ เงินสำรองฉุกเฉิน

เรียนรู้หนี้

ช่วงวัยหนุ่มสาวหรือวัยที่ก้าวเข้าสู่โลกการทำงานไม่นาน เป็นช่วงที่หลายคนอาจเริ่มก่อหนี้ ดังนั้น ควรเรียนรู้การบริหารจัดการหนี้ โดยเฉพาะการก่อหนี้บัตรเครดิต เพราะง่ายและสะดวกในการใช้จ่ายแทนเงินสด แถมมีความคุ้มค่าจากโปรโมชั่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด เครดิตเงินคืน รวมถึงมีระบบผ่อนจ่ายแบบสบาย ๆ ดังนั้น หากใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี มีวินัย ก็จะช่วยให้เกิดประโยชน์ในด้านการบริหารการเงินได้เป็นอย่างดี

เมื่อตรวจสอบทุกอย่างและพบว่าพร้อมลงทุน ก็เข้าสู่ขั้นตอนการลงทุน ดังนี้

  • ตั้งเป้าหมายการลงทุน

ควรกำหนดเป้าหมายการลงทุนให้ชัดเจนว่าจะลงทุนไปเพื่ออะไร เช่น เพื่อการเกษียณ เพื่อการศึกษาลูก เพื่อซื้อบ้าน เพื่อแต่งงาน เป็นต้น อีกทั้งควรระบุรายละเอียดด้วยว่าเป้าหมายดังกล่าวมีมูลค่าเท่าไร ใช้ระยะเวลากี่ปีในการเก็บเงิน เช่น มีเป้าหมายเก็บเงินเพื่อดาวน์บ้าน 300,000 บาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือเก็บเงินแต่งงานให้ได้ 200,000 บาท ภายในเวลา 8 ปีข้างหน้า เป็นต้น เมื่อมีเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน จากนั้นต้องมาคำนวณเม็ดเงินลงทุนที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายทางการเงิน

  • รู้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

แม้เราจะเคยได้ยินว่ายิ่งอายุน้อยยิ่งสามารถรับความเสี่ยงได้มาก แต่อาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไปสำหรับทุกคน เพราะความสามารถและความเต็มใจในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้น ถึงแม้จะเป็นวัยรุ่นและเพิ่งเริ่มต้นทำงานก็ควรทำความเข้าใจระดับความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของตัวเองก่อนว่า ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ ปานกลาง หรือสูง และเมื่อรู้ระดับความเสี่ยงแล้ว ก็จะได้สัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทและผลตอบแทนคาดการณ์ของพอร์ตลงทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

  • กระจายความเสี่ยง

นอกจากความพยายามในการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงที่สุด ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจากการลงทุนด้วย ดังนั้น นักลงทุนต้องพยายามลดความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้น หากสามารถบริหารการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ (Portfolio) ให้มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดและมีความเสี่ยงหรือความผันผวนในผลตอบแทนต่ำที่สุด เรียกได้ว่านักลงทุนสามารถบริหารหรือถือครองกลุ่มสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

  • อย่ามองข้ามผลประโยชน์ทางภาษี

แม้การประหยัดภาษีอาจเป็นประเด็นรองจากการแสวงหาผลตอบแทน แต่การเลือกเครื่องมือลงทุนที่ได้ประโยชน์ทางภาษีก็เป็นข้อได้เปรียบด้วย ทางเลือกหนึ่งของการเก็บออมที่อยู่ใกล้ตัวมนุษย์เงินเดือน คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเป็นหลักประกันให้กับลูกจ้างให้มีเงินใช้หลังเกษียณ ดังนั้น หากเริ่มต้นสะสมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตั้งแต่เริ่มทำงานก็จะเป็นเครื่องมือที่พาไปสู่การเกษียณสุขได้ไม่ยาก แต่หากประกอบอาชีพอิสระหรือที่ทำงานไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็สามารถลงทุนในกองทุนรวมที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)

  • ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

วิธีการลงทุนแบบหนึ่งที่เหมาะกับวัยหนุ่มสาวที่ต้องการลงทุนระยะยาว คือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกไม่ยุ่งยากซับซ้อนและเห็นผลได้จริง เพราะข้อดี คือ ช่วยสร้างวินัยในการลงทุน อีกทั้งการลงทุนแบบ DCA ยังส่งเสริมให้พัฒนาวิธีคิดแบบนักลงทุนอีกด้วย เพราะต้องวิเคราะห์ ติดตามผลการดำเนินงาน และต้องตัดสินใจในการลงทุนอีกด้วย

  • ข้อควรรู้ทุกวันนี้มีช่องทางการลงทุนให้เลือกมากมายและสามารถลงทุนได้ง่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ในขณะเดียวกันอาจจะได้ยินกระแสข่าวการหลอกลวงให้ลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการแอบอ้างผู้มีชื่อเสียงเพื่อชักชวนให้ลงทุนหรือชักนำด้วยผลตอบแทนสูง ดังนั้น นอกจากต้องศึกษาทำความเข้าใจเครื่องมือการลงทุนแต่ละประเภท หมั่นหาความรู้รอบตัวเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ยังต้องเพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบแหล่งที่มาและความน่าเชื่อถือก่อนลงทุนด้วย

ข้อมูลบทความจาก : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...