โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ.เจษฎา แชร์วิธีการทดสอบ! เอทอนอล หรือ เมทานอล กินผิดอัน ถึงตาย!!

TOJO NEWS

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 15.58 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 10.50 น. • Admin_Tojo

อ.เจษฎา ให้ความรู้ภาวะเป็นพิษจากเมทานอล แนะ จุดสังเกตอาการไม่ดี พร้อมวิธีปฐมพยาบาลขั้นต้น

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีดังกล่าวว่า ระบุว่า

"ห้ามนำเอา เมทานอล มาดื่มกินเด็ดขาดครับ … ถึงตายได้"
จากข่าวน่ากลัวที่มีคนป่วยจากการ "ดื่มสุราเถื่อน ผสมเมทานอล" ในพื้นที่เขตคลองสามวาและมีนบุรี กรุงเทพฯ จนทำให้ร่างกายเกิดภาวะเลือดเป็นกรด ป่วยรุนแรง ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เป็นจำนวนมาก และมีกระทั่งผู้เสียชีวิต
เรื่องนี้ แสดงว่า ยังมีคนที่ไม่รู้ถึงอันตรายจากการดื่มกิน "เมทานอล" เข้าไป จึงมีการแอบลักลอบนำมาทำเป็นสุราบริโภคกัน แทนที่จะเป็น "เอทานอล" ที่บริโภคได้ ทำให้เกิดเป็นอันตรายร้ายแรงขึ้น ดังเช่นในข่าว นะครับ
เรามาทำความรู้จักกับ "ภาวะเป็นพิษจากเมทานอล" กันหน่อยนะครับ
-เมทานอล (methanol) หรือเมทิลแอลกอฮอล์ เป็นแอลกอฮอล์ชนิดที่เป็นพิษต่อร่างกาย ปรกติจะใช้เป็นตัวทำละลาย ในอุตสาหกรรม ไม่สามารถนำมาดื่มกินได้แบบ เอทานอล (ethanol) หรือเอทิลแอลกอฮอล์ ที่ใช้ทำเหล้าสุรา .. แต่ก็พบการลับลอบนำเอาเมทานอลมาทำเครื่องดื่ม หรือแอลกอฮอล์ทำความสะอาด เพราะเมทานอลมีราคาถูกกว่าเอทานอล หากนำทั้ง 2 สารมาผสมกัน จะทำให้ลดต้นทุนในการผลิตได้
-สำหรับ "ภาวะเป็นพิษจากเมทานอล" นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มสุราปลอมหรือเหล้าเถื่อนต้มกันเอง ที่มีเมทานอลปนเปื้อนอยู่ หรือตั้งใจใช้แทนเอทานอลที่มีราคาสูงกว่าแต่บริโภคได้ และอาจส่งผลรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลว ภาวะมีความเป็นกรดในเลือดสูงอย่างรุนแรง และเสียชีวิตได้
-ถ้าผู้ป่วยได้รับเมทานอลเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ประมาณ 95% จะถูกกำจัดที่ตับได้ด้วยเอนไซม์แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส (alcohol dehydrogenase) เปลี่ยนเมทานอลเป็นฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) แล้วถูกเปลี่ยนต่อเป็นกรดฟอร์มิก (formic acid) โดยเอนไซม์อัลดีไฮด์ ดีไฮโดรจีเนส (aldehyde dehydrogenase) แล้วร่างกายจะเปลี่ยนกรดฟอร์มิกเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งถูกกำจัดทางปอด
-แต่เนื่องจากร่างกายสามารถกำจัดเมทานอล ได้แย่กว่าเอทานอลถึง 10 เท่า อาการของภาวะเป็นพิษจากเมทานอลจึงเกิดขึ้นจากการที่กรดฟอร์มิกเกิดสะสมในร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดภาวะกรดจากกระบวนการเผาผลาญ (metabolic acidosis) และอาการพิษทางดวงตา (ocular toxicity)
-หลังได้รับเมทานอล ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการได้ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงถึง 3 วัน อาจมีอาการของทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง เกิดอาการพิษทางตา ตาพร่า ตามัว แพ้แสง เห็นภาพขาวจ้าไปหมด ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ในรายที่เป็นมากอาจมีอาการโคม่าและชัก
-และถ้าได้รับเมทานอลเป็นปริมาณสูงมากและรักษาไม่ทัน ผู้ป่วยมักเสียชีวิต
-จุดสังเกตสำคัญคือ หากดื่มสุราที่สงสัยเข้าไปสักระยะหนึ่งแล้ว เกิดมีอาการวิงเวียนศีรษะ อาเจียน ตาพร่ามัวและมองไม่เห็น ให้รีบเข้าพบแพทย์โดยทันที (แตกต่างจากการมึนเมาแอลกอฮอล์ตามปรกติ ซึ่งจะเริ่มมีอาการในช่วงที่ดื่ม)
-การรักษาพยาบาลขั้นต้น คือการประคับประคองผู้ป่วยเรื่องการหายใจ .. ถ้าพบผู้ป่วยที่เพิ่งดื่มสุราที่มีเมทานอลมาไม่นาน อาจจะช่วยด้วยการทำให้อาเจียน แล้วส่งแพทย์โดยด่วน
แถมเรื่องวิธีการทดสอบต่างๆ ที่เคยรวบรวมไว้สมัยโรคโควิด-19 ระบาด ว่าเราจะสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ ว่า แอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อโรค ที่ซื้อมานั้น เป็น เอทอนอล (ไม่อันตราย) หรือเป็นของปลอม ที่เป็นเมทานอล (ที่อันตราย) ? มีดังนี้

1.วิธีที่แม่นยำที่สุดคือ "การนำไปวัดจุดเดือด" ด้วยการใส่ในภาชนะทางเคมี ตั้งไฟ แล้วใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิเมื่อถึงจุดเดือด … เอทานอล จะมีจุดเดือดประมาณ 78 องศาเซลเซียส ขณะที่ เมทานอล จะมีจุดเดือดประมาณ 65 องศา

2.วิธีที่ง่ายแต่ไม่แม่นยำ คือการดมกลิ่น … เอทานอลจะมีกลิ่นแบบแอลกอฮอล์ ที่แรงกว่าเมทานอลมาก แต่เมทานอลจะดมแล้วแสบจมูกมากกว่า (อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ต้องระวัง อย่าสูดดมเข้าไปมากเกินไป เพราะจะเป็นพิษต่อร่างกายได้)

3.ทำปฏิกิริยาไอโอโดฟอร์ม iodoform reaction โดยการเอาตัวอย่างแอลกอฮอล์นั้น ใส่หลอดทดลอง เอาไปเติมสารละลายไอโอดีน (เช่น เบตาดีน) ผสมกับโซเดียมไฮดรอกไซด์ (ก็คือ โซดาไฟ) แช่หลอดในอ่างน้ำอุ่น เขย่าหลอด แล้วทิ้งไว้ซัก 2 นาที ..
. ถ้าเป็นเอทานอล จะมีตะกอนสีเหลืองของหมู่ไตรไอโอโดมีเทน CHI3 (triiodomethane) เกิดขึ้น ส่วนเมทานอล จะไม่มีตะกอน (ดูในภาพประกอบ) การทดลองนี้ อาจจะทำค่อนข้างยากหน่อย

4.ลองจุดไฟ ดูลักษณะสีของเปลวไฟ เปรียบเทียบกับในคลิปวิดีโอนี้ https://youtu.be/cxd_CH2NIWE ซึ่งเอทานอล(ในภาพประกอบ ด้านขวา) จะติดไฟโชติช่วงและสว่างเป็นสีเหลืองมากกว่า ขณะที่ เมทานอล (ภาพด้านซ้าย) จะติดไฟน้อยกว่า และแสงจะออกไปทางสีฟ้า
แต่ๆๆ วิธีทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ใช้ทดสอบใน "แอลกอฮอล์ที่เป็นของเหลวบริสุทธิ์" ไม่ใช่ในรูปของ สุราผสม ยาดอง หรือ เจลแอลกอฮอล์ นะครับ ซึ่งจะมีสารอื่นเข้ามาปน และทำให้ผลการทดลองผิดเพี้ยนได้
ข้อมูลจาก https://m.pantip.com/topic/33811302?
ข้อมูลเรื่อง ภาวะเป็นพิษจากเมทานอล จาก https://med.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/pois-cov/Methanol

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...