โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก “อนุสัญญาบาเซลฯ” ควบคุมการขนย้ายของเสียข้ามแดน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 15 ส.ค. 2567 เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 03.32 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 15 ส.ค. – ไทยติดตามเรือขนย้าย “ฝุ่นเหล็ก” หรือ “ฝุ่นแดง” ของเสียจากอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษเหล็กจากประเทศแอลเบเนีย ตามที่ได้แจ้งว่า ปลายทางคือ ประเทศไทย โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้ “อนุสัญญาบาเซลฯ” สกัดกั้นและจะไม่ยินยอมให้นำเข้าเด็ดขาด

อนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด (Basel Convention on the Control of Transboundary Movements of Hazardous Wastes and their Disposal) หรืออนุสัญญาบาเซลฯ ก่อเกิดขึ้นจาก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Environment Program: UNEP) ร่วมกับผู้แทนจากประเทศต่างๆ จัดประชุมนานาชาติขึ้นในเดือนมีนาคม พ.ศ.2532 ณ นครบาเซล สมาพันธรัฐสวิส โดยกำหนดข้อตกลงระหว่างประเทศในการควบคุมการนำเข้า การส่งออกการนำผ่านการจัดการของเสียอันตรายให้มีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม และการป้องกันการขนส่งที่ผิดกฎหมาย

ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ 191 ประเทศ ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเป็นภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2540 และมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยตั้งแต่ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2541

วัตถุประสงค์ของอนุสัญญาบาเซลฯ ได้แก่

  • ลดการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายให้เหลือน้อยที่สุด โดยการจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • บำบัดและกำจัดของเสียอันตรายใกล้กับแหล่งกำเนิดมากเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยการจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ลดการก่อกำเนิดของเสียอันตรายทั้งในเชิงปริมาณและความอันตราย

สำหรับพันธกรณีที่ประเทศไทยต้องดำเนินการตามอนุสัญญาบาเซลฯ ประกอบด้วย
-ภาคีซึ่งใช้สิทธิของตนในการห้ามการนำเข้าของเสียอันตรายหรือของเสียอื่นเพื่อการกำจัด ต้องแจ้งภาคีอื่นให้ทราบ
-ภาคีต้องห้ามหรือต้องไม่อนุญาตให้มีการส่งออกของเสียอันตรายและของเสียอื่นไปยังภาคีซึ่งได้ห้ามการนำเข้าของเสียดังกล่าว หรือหากรัฐผู้นำเข้าไม่ยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรต่อการนำเข้านั้นเป็นการเฉพาะ
-ภาคีต้องเป็นฝ่ายดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายหรือการจัดการของเสียอันตรายด้วยวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
-ภาคีต้องไม่อนุญาตให้มีการส่งออกหรือนำเข้าของเสียอันตรายจากประเทศที่มิได้เป็นภาคีสมาชิก
-ภาคีจะไม่อนุญาตให้มีการส่งออกหรือเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายหรือของเสียอื่นไปทิ้งหรือกำจัดในพื้นที่ใต้เส้นละติจูด 60 องศาใต้ ไม่ว่าของเสียดังกล่าวจะมีการเคลื่อนย้ายข้ามแดนหรือไม่
-ภาคีแต่ละฝ่ายต้องห้ามบุคคลขนส่ง หรือ กำจัดของเสียอันตราย หรือ ของเสียอื่น เว้นแต่บุคคลดังกล่าวจะได้รับมอบอำนาจหรือได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติการดังกล่าวนั้น กำหนดให้ของเสียอื่นที่มีการเคลื่อนย้ายข้ามแดนได้รับการบรรจุหีบห่อติดฉลาก และขนส่งโดยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ และมาตรฐานระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับและรับรอง กำหนดให้จัดทำเอกสารการเคลื่อนย้ายแนบไปกับของเสียอันตรายและของเสียอื่นตั้งแต่จุดที่เริ่มต้นเคลื่อนย้ายข้ามแดนจนถึงจุดที่มีการกำจัด
-ภาคีกำหนดให้ของเสียอันตรายหรือของเสียอื่นซึ่งถูกส่งออกไป ได้รับการจัดการโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในรัฐผู้นำเข้าหรือที่อื่นใด
-ภาคีต้องดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อประกันว่าการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและของเสียอื่นจะได้รับอนุญาตเฉพาะเมื่อรัฐผู้ส่งออกไม่มีความสามารถในการกำจัดของเสียอันตรายอย่างเหมาะสม ของเสียอันตรายที่เป็นปัญหาต้องการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ในรัฐผู้นำเข้า

คณะกรรมการอนุสัญญาบาเซลฯ ของประเทศไทยมีการจัดตั้งกลไกการปฏิบัติงานตามอนุสัญญาบาเซลฯ โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นคณะกรรมการภายใต้พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มีอำนาจหน้าที่ให้ความเห็น และคำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายโดยมี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานกรรมการ หน่วยงานผู้มีอำนาจตามอนุสัญญาบาเซลคือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมและกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน. -512 – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...