โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตั้งบอร์ดชุดใหม่ EV นายกฯนั่งหัวโต๊ะเร่งฟื้นตลาดยานยนต์

The Better

อัพเดต 29 ต.ค. 2567 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2567 เวลา 04.00 น. • THE BETTER
บอร์ด EV เตรียมหารือออกมาตรการช่วยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งรถสันดาปและEVแบบคู่ขนานรักษาแชมป์ฐานผลิตในภูมิภาค

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ(บอร์ด EV) ชุดใหม่ โดยมีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเป็นรองประธาน พร้อมกับเพิ่มกรมสรรพสามิต เข้ามาเป็นกรรมการด้วยเนื่องจากที่ผ่านมาหลายมาตรการเกี่ยวข้องกับภาษีสรรพสามิต

ทั้งนี้วาระสำคัญของบอร์ดชุดใหม่ คือการจัดทำมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์เพิ่มเติมเพราะอุตสาหกรรมยานยนต์มีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มี Supply Chain ระยะยาว มีการจ้างงาน8-9 แสนคน และมีสัดส่วนการส่งออก 15%

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเรื่องเทคโนโลยี ดังนั้นนโยบายรัฐบาลต้องการสนับสนุนให้ทุกค่ายทุกบริษัทเติบโตได้ แม้ว่าทิศทางตอนนี้จะมุ่งไปทางยานยนต์ไฟฟ้า(EV) แต่ก็รวมไปถึงรถยนต์ไฮบริดและ ปลั๊กอินไฮบริด ที่ยังต้องเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆด้วย

อย่างไรก็ตามตลาดรถยนต์ปีนี้ไม่ดีนัก ยอดขายติดลบ 20% โดยเฉพาะปิคอัพลดลงไปถึง 40% เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อซื้อรถยนต์ ซึ่งรัฐจำเป็นต้องปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการรายเดิมและกลุ่มรถ EV ที่ เพิ่งเริ่มตั้งฐานผลิตให้สามารถเกิดได้ โดยต้องทำนโยบายแบบคู่ขนาน

ทั้งนี้บีโอไอมีมาตรการช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการรายเดิมให้เปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปสู่รถยนต์พลังงานใหม่ โดยจะเสนอมาตรการให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก หรือ SMEs ที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้อัปเกรดเทคโนโลยีรองรับการเปลี่ยนผ่าน ทั้งการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การให้คำปรึกษา ฝึกอบรม รวมถึงมาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 40%

“กลุ่มยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบาง พยายามหามาตรการสนับสนุนหลายด้าน ไม่ใช่เฉพาะยานยนต์รายเดิม กรณีรถ EV หลายคนมองว่ารอดแล้ว แต่ถ้ามองข้อเท็จจริงตลาดรถยนต์หดตัวทั้งหมด เพราะเดิมคิดว่าEVจะโต 20-30% กลับกลายเป็นติดลบแทน”

นายนฤตม์ กล่าวว่า หลายคนสงสัยทำไมรัฐบาลต้องไปสนับสนุนรถ EV มาก ซึ่งต้องเข้าใจว่ารถนำเข้าจากจีนได้สิทธิภาษี0%ตามข้อตกลงเอฟทีเอ ดังนั้นถ้าไม่ทำอะไรเลย ไทยจะเป็นเพียงผู้นำเข้า แต่สิ่งที่รัฐบาลพยายามทำคือการเปลี่ยน สถานะจากผู้นำเข้าให้เป็นผู้ผลิตให้ได้ จึงพยายามออกมาตรการสนับสนุนทั้ง EV 3.0และ EV 3.5 เพื่อจูงใจให้เกิดการสร้างตลาดในประเทศ ส่งเสริมการตั้งโรงงานผลิตรถในไทยเพื่อให้เกิดฐานการผลิต

ขณะที่คนทั่วไปมองว่าที่รถยนต์ประเภทสันดาป(ICE) ยอดขายลดลงเพราะรถEV มาแย่งตลาด นั้นหากดูตัวเลขจริงๆ รถEVมีสัดส่วนแค่ 10% เท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ตลาดหดตัวคือปัจจัยทางด้านการเงิน มากกว่า

“มาตรการของรัฐต้องยืดหยุ่น ต้องปรับเพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตไปได้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการก้าวข้ามอุปสรรค สร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ โดยทำให้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตอันดับ 1 ในภูมิภาค และอยู่ในท็อปเทนของโลก” นายนฤตม์กล่าว

อย่างไรก็ดี บีโอไออยู่ระหว่างการเจรจาผู้ประกอบการแบตเตอรี่ระดับโลกให้เข้ามาตั้งฐานผลิตในประเทศไทย ซึ่งแบตเตอรี่ จะเป็นหัวใจสำคัญทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้อุตสาหกรรมในประเทศไทยมีความมั่นคงขึ้น จากการยกระดับทั้ง Eco System ซัพพลายเชน เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...