โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

คำ “เนเฟอร์ติติ” ออกเสียงได้ 40 แบบ นักอียิปต์วิทยาปรับภาษาให้คุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 พ.ย. 2565 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2565 เวลา 11.01 น.
รูปปั้นครึ่งตัวของ เนเฟอร์ติติ ถ่ายในการจัดแสดงที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี เมื่อเดือนธันวาคม 2012 ภาพจาก AFP / POOL / MICHAEL SOHN

อักษรภาพของอียิปต์โบราณ เป็นระบบภาษาเขียนที่มีแต่ตัวอักษรที่เป็นพยัญชนะล้วนๆ มีทั้งหมดประมาณ700 ตัว โดยไม่มีคำที่เป็น“ตัวสระ” เลย เวลาคนอียิปต์โบราณอ่านข้อความของอักษรภาพที่เขียนเป็นตัวพยัญชนะติดๆ กันนั้น พวกเขารู้ว่า เวลาอ่านจะใส่สระตัวไหนระหว่างพยัญชนะแบบเดียวกับคนในปัจจุบัน เวลาอ่านข้อความโฆษณาย่อยที่ขายบ้านหรือรถยนต์ รู้ว่าจะใส่สระตัวไหนในคำย่อต่างๆ

แต่จุดนี้แหละที่สร้างปัญหาให้กับนักอียิปต์วิทยา ภาษาอียิปต์โบราณตายไปแล้วเกือบ2 พันปี เมื่อปี ค.ศ. 394 ได้มีการจารึกอักษรภาพเป็นครั้งสุดท้ายไว้ที่วิหารไอซิส(Isis) ตั้งอยู่บนเกาะฟิเลในสมัยที่พวกโรมันเข้ามายึดครองอียิปต์จึงไม่มีใครที่มีชีวิตอยู่รู้ว่าข้อความของอักษรภาพอ่านออกเสียงว่าอย่างไร

แต่เพื่อให้คำต่างๆของอักษรภาพอ่านออกเสียงได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสนทนา หรือเขียนบทความ นักอียิปต์วิทยาจึงอาศัยหลักเกณฑ์ง่ายๆ โดยใส่สระ“อี” (E) ของภาษาอังกฤษ ลงไประหว่างตัวพยัญชนะของอักษรภาพ เช่น คำอักษรภาพที่หมายถึงพยัญชนะ3 ตัว เทียบได้กับการออกเสียงคำในภาษาอังกฤษว่าNFR ก็สามารถอ่านเป็นคำนี้ออกมาได้ว่าNEFER ที่แปลว่า ความสวยงาม คนอียิปต์โบราณจึงนิยมตั้งชื่อบุตรสาวของตัวเองด้วยคำๆนี้ เช่นชื่อ ราชินีเนเฟอร์ติติหรือเนเฟอร์ตาลี เป็นต้น

แต่การใส่สระE อย่างเดียว คงไม่ทำให้การออกเสียงไพเราะน่าฟังไปทั้งหมด นักอียิปต์วิทยาจึงเปลี่ยนการใช้คำสระสำหรับพระนามของฟาโรห์ เช่น ฟาโรห์อิเมนฮิเตป( Imenhetep) ก็เปลี่ยนเป็น อาเมนโฮเตป(Amenhotep) เป็นต้น

แต่พวกนักเขียนกรีซโบราณกลับทำให้คนสับสนมากขึ้นไปอีก โดยเรียกชื่อฟาโรห์ อาเมนโฮเตป ว่า อาเมโนฟิส(Amenophis)

แม้แต่นักประวัติศาสตร์ชื่อดังอย่าง ฮิโรโดตุส ก็ยังเรียกฟาโรห์คูฟู(Khufu) เจ้าของมหาพีระมิดแห่งกิซ่าว่า ชิออฟส์(Cheops) ส่วนนักเขียนบางคนกลับนิยมใช้ชื่อฟาโรห์แบบที่พวกกรีซเรียก ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนว่า จะใช้ชื่อฟาโรห์แบบไหนจึงจะเหมาะ ระหว่างImenhetep หรือAmenhotep

หลักเกณฑ์การใช้ตัวสระระหว่างคำอักษรภาพจึงเป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมาเองล้วนๆ ของนักอียิปต์วิทยา ทำให้การอ่านออกเสียงคำอักษรภาพก็มีความแตกต่างกันในหมู่นักอียิปต์วิทยาด้วยกัน อย่างเช่นคำว่า“เนเฟอร์ติติ (Nefertiti) ในภาษาเยอรมันออกเสียงว่า“โนเฟร์ติติ” (Nofretete)

ว่ากันว่า ชื่อของราชินีที่โด่งดังของอียิปต์โบราณ ทั่วโลกอ่านออกเสียงแตกต่างกันถึง40 แบบ ส่วนชื่อ“อิมโฮเตป” คนในประเทศต่างๆ ออกเสียงต่างกัน34 แบบ

ในเมื่อคนในปัจจุบันยังอ่านออกเสียงคำอักษรภาพแตกต่างกันขนาดนี้ จึงเป็นเรื่องที่แน่นอนว่า การอ่านออกเสียงคำในอักษรภาพของนักอียิปต์วิทยาก็คงจะแตกต่างไปอย่างมากจากที่คนอียิปต์โบราณอ่านออกเสียงของคำๆ นั้นจริงๆ

ถ้าสามารถย้อนเวลาสู่อดีต เมื่อได้ยินนักอียิปต์วิทยาพูดภาษาของพวกเขา คนอียิปต์โบราณคงไม่มีทางที่จะเข้าใจความหมายของมัน มีหนทางเดียวที่คน2 ฝ่ายจะเข้าใจกันได้ คือการสื่อสารจากภาษาเขียน

การสื่อสารที่จะไม่เข้าใจกันอีกประเด็นหนึ่ง คือการเรียกชื่อฟาโรห์ ถ้านักอียิปต์วิทยาเขียนเป็นอักษรภาพว่า“รามเสสที่2 คือฟาโรห์ที่มีชื่อเสียง” คนอียิปต์โบราณก็คงไม่เข้าใจว่าหมายถึงฟาโรห์องค์ไหน เนื่องจากฟาโรห์หลายองค์มีชื่อซ้ำๆ กัน อย่างเช่นชื่อ รามเสสมีถึง11 องค์ นักอียิปต์วิทยาจึงใช้ตัวเลขต่อท้ายชื่อ เพื่อให้ง่ายในการแยกแยะฟาโรห์แต่ละองค์ที่ชื่อซ้ำกัน

แต่จริงๆ แล้ว คนอียิปต์โบราณไม่ได้เรียกชื่อฟาโรห์แบบนี้เลย

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ฟาโรห์ไม่ได้มีแต่ชาย พบอียิปต์มี “ฟาโรห์หญิง” อีก 6 พระองค์

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อมกราคม 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...