โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานใหญ่ “๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์” จัดเต็ม 6 ไฮไลต์ ระดมนักวิชาการเบอร์ต้นมากสุดขึ้นเวทีทอล์ก, นิทรรศการ “เปิดกรุ” ของหายากยุค 2475 เยอะสุดระดับประเทศ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 มิ.ย. 2566 เวลา 05.07 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2566 เวลา 05.06 น.

เครือมติชน ผนึกกำลังจัดงานใหญ่ สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล “๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์” เพื่อเฉลิมฉลองวันชาติ วันสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จัดเต็ม 6 ไฮไลต์ ระดมนักวิชาการเบอร์ต้นมากสุดขึ้นเวทีทอล์ก, นิทรรศการ “เปิดกรุ” ของหายากยุค 2475 เยอะสุดระดับประเทศ, เทศกาลหนังสือการเมืองจาก 8 สนพ. ชื่อดัง, วอล์กกิ้ง ทริป ย้อนวันย่ำรุ่งประชาธิปไตย, เพลิดเพลินกับปาร์ตี้ย้อนยุค “บรรเลงรมย์” โดย โฉมฉาย อรุณฉาน พร้อมเสิร์ฟเมนูเด็ดยุคสร้างชาติ ร่วมงานฟรี 23-24 มิถุนายนนี้ ที่มติชนอคาเดมี

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นางสาวปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการจัดงาน สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล ๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 มิถุนายนนี้ ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี) ว่า เครือมติชนให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คส์ของสำนักพิมพ์มติชน, การจัดวอล์กกิ้ง ทัวร์ของศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) , ทัวร์รายการต่างๆของมติชนอคาเดมี, รายการขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว, โปรเจ็กต์ ทอดน่องท่องฟ้า’ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทยสมายล์ ร่วมกับ ทัวร์เอื้องหลวง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นำรายการ ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว เปิดให้ผู้โดยสารรับชมบนเครื่องบินไทยสมายล์ ตั้งแต่ปลายปี 2565 เป็นต้นมา รวมถึง Knowledge Book Fair เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม และอีเวนต์เสวนา อย่าง สโมสรศิลปวัฒนธรรม ซึ่งล่าสุด ในวาระครบรอบ ‘91 ปี 24 มิถุนา’ จะเป็นครั้งแรกที่สื่อในเครือ ได้แก่ ศิลปวัฒนธรรม สำนักพิมพ์มติชน ศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) และเส้นทางเศรษฐี ร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ คือ สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล ๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์2 วันเต็ม ตั้งแต่ 23-24 มิถุนายนนี้

ย้อนหลังกลับไปในปี 2563 ต่อเนื่องมาถึงปี 2564 สำนักพิมพ์มติชนตีพิมพ์หนังสือชุด 2475 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จนเมื่อปี 2565 เราจัดงาน 90 ปี 2475 อภิวัฒน์สยาม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้รับความสนใจล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมฟังปาฐกถาพิเศษ, เสวนาวิชาการ และวอล์กกิ้งทัวร์เป็นจำนวนมาก ถือเป็นหนึ่งในงานที่ประสบความสำเร็จสูงสุด นอกจากนั้น ยังทดลองจัดนิทรรศการส่วนเล็กๆ ชื่อว่า ศิลปะ สถาปัตยกรรม สิ่งพิมพ์ คณะราษฎรในงาน สมานมิตรฯ Return เปิดโกดังหนังสือดี เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน นำมาสู่การจัดงานใหญ่ในปีนี้ที่มีบรรยากาศทางการเมืองเหมาะสม สำนึกในความเป็นชาติเบ่งบาน จะเห็นได้จากงานวันชาติที่ถูกจัดขึ้นหลายงานในช่วง 23-24 มิถุนายนนี้ นางสาวปานบัวกล่าว

สำหรับไฮไลต์ของงาน นางสาวปานบัวกล่าวว่า งานนี้เป็นการรวมตัวของนักวิชาการแถวหน้าของไทยที่มาร่วมเวที ‘เสวนาศิลปวัฒนธรรมสเปเชียล’ โดย ศิลปวัฒนธรรม และ Book Talk โดย สำนักพิมพ์มติชน รวมถึง 9 เวที หลากหลายมิติ นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ ‘เปิดกรุ’ ของสะสมหายาก ยุค 2475 กว่า 250 ชิ้น ที่ไม่เคยจัดแสดงมาก่อน เช่น ขันเงินที่ระลึกงานฉลองรัฐธรรมนูญ ปี 2476, เข็มกลัดที่ระลึกงานฉลองรัฐธรรมนูญ ปี 2476, เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และเข็มกลัดลายพานรัฐธรรมนูญ ที่แจกให้ผู้ปราบกบฏบวรเดช ปี 2476, เหรียญที่ระลึกเปิดอนุสรณ์รัฐธรรมนูญ จังหวัดสุรินทร์ 10 ธันวาคม 2476, กระดุมที่ระลึกงานวันชาติ ปี 2482-2485, กระดุมที่ระลึกรวมไทย 2483 (เรียกร้องดินแดน), ภาพถ่าย, สื่อสิ่งพิมพ์ และโปสเตอร์ เป็นต้น

“งานนี้ยังมีเทศกาลหนังสือการเมือง ๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์ ซึ่งถือเป็นเทศกาลหนังสือการเมืองครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์มติชน และ 7 เพื่อนสำนักพิมพ์ คือ สำนักพิมพ์แสงดาว, มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, สำนักพิมพ์ต้นฉบับ, สำนักพิมพ์ยิปซี, สำนักพิมพ์สารคดี-เมืองโบราณ, สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน และสำนักพิมพ์สมมติ มีหนังสือให้เลือกมากมาย ทั้งหนังสือใหม่ หนังสือเก่า หนังสือหายาก หนังสือคลาสสิก เนื้อหาครอบคลุมทุกมิติประเด็นการเมืองอีกหนึ่งไฮไลต์คือ คอนเสิร์ต บรรเลงรมย์ โดย คุณโฉมฉาย อรุณฉาน รวมถึงรับชมภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ อย่างพระเจ้าช้างเผือกและชิมเมนูอาหารยุคสร้างชาติที่คัดสรรโดยเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อยากชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลองวันชาติไปด้วยกัน” นางสาวปานบัวกล่าว

ด้านนายสุพจน์ แจ้งเร็ว บรรณาธิการนิตยสารศิลปวัฒนธรรม กล่าวว่า เราจัดสโมสรศิลปวัฒนธรรมต่อเนื่องมาหลายปี ตั้งแต่ พ.ศ.2557 มีการเสวนาในหัวข้อต่างๆ ทุกเดือน เป็นงานเล็กๆ ราว 2-3 ชั่วโมง แต่มีเว้นวรรคไปบ้างในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 สำหรับปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองมีความเปลี่ยนแปลง จึงมีการจัดงานใหญ่ในชื่อ ‘สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล’ โดยถือโอกาสวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 จัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 มิถุนายน

“เราเลือกวันประชาธิปไตย 24 มิถุนายนซึ่งมีความสำคัญ ถามว่าทำไมเป็นสเปเชียล เพราะ 1.เป็นงานใหญ่ต่อเนื่อง 2 วัน และ 2. เป็นการจัดงานร่วมกับอีกหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักพิมพ์มติชน, ศูนย์ข้อมูลมติชน หรือ MIC, เส้นทางเศรษฐี และอื่นๆ กิจกรรในงานมีทั้งเสวนาทางวิชาการหลากหลายประเด็น เช่น กำเนิดและสิ้นสุดวันชาติ 24 มิถุนายนโดย ผศ.ดร.ณัฐพล ใจจริง และ ผศ.ศรัญญู เทพสงเคราะห์ มีการจัดแสดงของสะสมที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่างๆในช่วงหลัง 2475 มาให้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็น สิ่งพิมพ์ เหรียญตรา และภาพโปสเตอร์ รวมถึงรายการอื่นๆที่หาชมยาก รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง พระเจ้าช้างเผือก ที่อาจารย์ปรีดี พนมยงค์สร้าง เราก็เอามาฉายในงานนี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการขับร้องบทเพลงและบรรเลงดนตรี โดยเฉพาะเพลงในช่วงหลัง 2475 เป็นต้นมาซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดนตรีไทยเริ่มเปลี่ยนมาเป็นดนตรีสากล มีพระเจนดุริงยางค์ เกิดวงดนตรีกรมโฆษณาการ ภาพยนตร์เสียง เราจึงนำเพลงยุคนั้นที่มันสะท้อนสังคม เป็นความบันเทิงในยุคนั้นมาให้ฟังแบบได้ฟิลลิ่ง ไฮไลต์คือช่วง 6 โมงเย็นของวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งคุณโฉมฉาย อรุณฉานจะมาร้องเพลง แต่ก่อนหน้านั้นราว 1 ชั่วโมงคุณโฉมฉายจะขึ้นเวทีกับคุณบูรพา อารัมภีร์ โดยเป็นการพูดคุย เล่าเรื่องเพลงดนตรีหลัง 2475 ว่ามีความเป็นมาอย่างไร

“ถามว่าทำไมต้องเป็นคุณโฉมฉาย เพราะท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญ จบปริญญาเอก อยู่วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ มีความรู้เรื่องเพลงเหล่านี้มาก จะหาคนที่ทั้งร้องได้และเล่าได้ด้วยข้อมูลความรู้จริงๆนั้น ไม่ง่าย แม้เป็นคนในสมัยหลัง แต่เพลงเหล่านี้สืบทอดกันมา นักร้องวงกรมประชาสัมพันธ์ร้องกันได้ และยังทราบที่มาที่ไป รวมถึงความหมายและประวัติ” นายสุพจน์กล่าว

นายสุพจน์กล่าวว่า งานนี้จะช่วยฉายภาพสังคมไทยในยุคนั้นว่าเขาอยู่อย่างไร กินอย่างไร รสนิยม ภาพยนตร์ ดนตรี เป็นอย่างไร นับเป็นงานที่มีความหมายทั้งต่อการรับรู้ และการเรียนรู้ มีทั้งความบันเทิง และสาระข้อเท็จจริง ซึ่งหลายสิ่งเราอาจไม่เคยเห็น ไม่เคยทราบมาก่อน

“สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียลในครั้งนี้ ไม่ใช่งานย้อนยุคในทางวิชาการเท่านั้น แต่มันเป็นประวัติศาสตร์สังคม อยากให้มากันเยอะๆ นอกจากเสวนา เพลง ดนตรี และนิทรรศการ แล้วยังมีหนังสือที่น่าสนใจให้เลือกซื้อด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเล่มของสำนักิพิมพ์มติชนและในเครือ รวมถึงบูธสำนักพิมพ์พันธมิตร และนิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับเก่าๆ ที่หายาก เราก็จะนำออกมาจำหน่ายด้วย” นายสุพจน์กล่าว

นายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้จัดการสำนักพิมพ์มติชน กล่าวถึงที่มาของธีม ‘เทศกาลหนังสือการเมือง ๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์’ ซึ่งสำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับอีก 7 สำนักพิมพ์ว่า เทศกาลหนังสือการเมืองฯ นอกจากจะเป็น ‘มาร์เก็ต เพลส’ แล้ว ยังเป็นคอมมูนิตี้ ที่เพื่อนสำนักพิมพ์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และนักอ่านกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มาเจอกัน

“นักอ่านมาเจอสำนักพิมพ์ เจอคนทำหนังสือตัวจริง หรือนักอ่านมาเจอนักเขียนที่ติดตามมาตลอด พอเป็นคอมมูนิตี้เราเลยใส่คอนเซ็ปต์เข้าไปด้วย ซึ่งเดือนนี้เป็นเดือนมิถุนายน มันเป็นเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองมา 91 ปีแล้ว มันเป็นเดือนแห่งประวัติศาสตร์การเมืองที่สำคัญของประเทศไทยด้วยซ้ำ เราเลยอยากจัดการรวมตัวของบุคคล กลุ่มคนที่สนใจในการศึกษาเรื่องเดียวกันให้มาพูดคุยกัน เพราะนอกจากการซื้อ-ขายแล้ว ยังได้อะไรมากกว่านั้นเยอะ มาพูดคุย ศึกษา มาพบเจอ แลกเปลี่ยนความเห็นกัน เราจึงเลือกจัดงานเทศกาลหนังสือการเมือง ในเดือนสำคัญเดือนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย” นายมณฑลเผย

นายมณฑลกล่าวอีกว่า ตนกล้าพูดเลยว่า 2 วันนี้เป็นวันที่เรารวมนักวิชาการ นักเขียน ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเมืองมาเยอะที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศก็ว่าได้ ซึ่งจะมาแลกเปลี่ยนประเด็นที่สำคัญๆ

“เราตั้งคอนเซ็ปต์ไว้เรื่องวันชาติ เพราะว่าวันชาติในอดีต ตั้งแต่ช่วง 2475 กับวันชาติตอนนี้ไม่เหมือนกัน บริบทเปลี่ยนไปเยอะมาก วันชาติในอดีตเป็นอย่างไรและคอนเซ็ปต์เรื่องชาติเป็นอย่างไร คนที่มาร่วมงานนอกจากจะได้รับความรู้เรื่องของวันชาติแล้ว ยังจะได้สัมผัสกับกิจกรรมอีกหลากหลาย เช่น อาหารที่เกี่ยวกับคอนเซ็ปต์การเฉลิมฉลองวันชาติในช่วงนั้น มีเรื่องของภาพยนตร์ ดูหนัง ฟัง ทอล์กกันไป เราไม่ต้องการให้การเรียนรู้มีแต่การนั่งฟังเสวนาคร่ำเคร่งอย่างเดียว เราอยากให้มีแอคทิวิตี้อื่นๆ ที่สามารถนำเสนอได้ หรือแม้กระทั่งเรื่องของนิทรรศการของสะสม ที่ทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะไม่มีอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแน่นอน ของสะสมพวกนี้เป็นของสะสมส่วนตัวของนักวิชาการ ไม่ว่าจะ อ.นริศ จรัสจรรยาวงศ์, ผศ.ดร.ณัฐพล ผศ.ศรัญญู เทพสงเคราะห์ที่จะเอามาโชว์ จากที่เก็บเป็นสมบัติส่วนตัวอยู่ที่บ้าน แต่ใน 2 วันนั้นทุกคนจะได้เห็นของสะสมในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ว่าชาวบ้าน หรือนักสะสมในช่วงนั้นเก็บอะไรไว้บ้าง มีของที่ระลึกอะไรบ้าง เป็นมิวเซียมที่อยู่นอกมิวเซียมอีกที ผมเชื่อว่าหาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ไปพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศก็ไม่มี” นายมณฑลกล่าว

ด้าน น.ส.กรชุลี เสนะเวส บรรณาธิการเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ กล่าวว่า ได้คัดร้านเด็ดมาไว้ในงานนี้ 8 ร้าน เป็นร้านดังระดับตำนาน โดยรวมเอาเมนูยุคสร้างชาติมาไว้ในงานเดียว ไฮไลต์เด่นๆ เมนูแรก คือ ผัดไทย เราเอาร้านเด็ดมาอย่าง ผัดไทยโบราณเจ๊นิด เจ้านี้เขาขายมานาน อยู่ริมคลองบางกอกน้อย โดยความพิเศษของร้านนี้คือความเป็นผัดไทยโบราณที่ใส่หมู สูตรสมัยก่อนเขาจะใช้เส้นเล็ก หรือเส้นก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ปรุงด้วยซอสมะขามเปียก โรยด้วยกากหมูเจียว ที่สำคัญต้องเป็นกุ้งแห้งด้วย ส่วนตัวเคยไปกินร้านนี้ และเคยมาสอนที่มติชนอคาเดมี กินแล้วอร่อยมาก ครั้งนี้เลยดีลมาร่วมในงานด้วย

นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวคอนเซ็ปต์ยุคสร้างชาติเหมือนกัน อย่าง เจริญพุงโภชนา เป็นก๋วยเตี๋ยวหมู แต่ความพิเศษของเขาคือมีสูตรต้มยำ ร้านนี้เป็นเจ้าดังย่านถนนจันทน์ มีหลายเมนูด้วยกัน อีกร้านที่รู้สึกเซอร์ไพรส์เหมือนกันที่เขามาได้ ก็คือร้าน D.K.เบเกอรี่ ซึ่งเป็นเบเกอรี่เจ้าแรกๆ ในไทย อยู่ย่านสีลม เปิดมากกว่า 70 ปี ถ้าจะพูดให้เห็นภาพคือเปิดมาตั้งตั่งมีรถรางวิ่งอยู่ จนตอนนี้ก็ยังขายอยู่ ถือเป็นร้านเก่าแก่ร้านโบราณ อยู่คู่ถนนสีลมมานาน เมนูเด็ดๆ ของเขาที่จะนำมาขายในรอบนี้ คือขนมปังไส้สังขยาใบเตย มีเมนูขายดีคือ ขนมปังไส้สังขยารสดั้งเดิม รวมถึงเมนูใหม่ที่ปรับตามยุคสมัยโดยทายาท เจน 3

อีกร้าน คือร้านขนมไทยที่ต่อคิวยาวมากในซอยอารีย์ ชื่อว่าร้าน ‘ยายทำให้หลานขาย’ ที่จะเอาขนมไทยบางชนิด เป็นขนมไทยที่หาทานยากมาแจม เช่น ขนมโค ขนมเป็ดบุญ โบราณ และขนมใส่ไส้ นอกจากนี้ยังนำเมนูขายดีอื่นๆ ในร้านมาให้ชิมกันในงานเหมือนกัน ร้านนี้อยากให้มาลองชิม เพราะเปิดขายในซอยอารีย์ 2 ชั่วโมงหมด ไวมาก

“ยังไม่หมด เรายังมีร้าน ไอศกรีมบ้านแพ้ว เจ้าดังจากตลาดนัดจตุจักร ที่เขาเปิดขายมากว่า 10 ปี เป็นไอศกรีมกะทิ รอบนี้เราชวนมาด้วย เขารู้สึกว่าคอนเซ็ปต์ดีก็เลยอยากมาขาย ร้านนี้จุดเด่นคือจะมีท็อปปิ้งให้เลือกมากมาย แต่ตัวเด็ดคือ ไอศกรีมกะทิ สูตรเฉพาะของร้าน ทานขนมมาเยอะแล้วก็ต้องทานน้ำด้วย เรามีร้าน น้ำลำไย ฟูนัน ที่ตอนนี้น้ำลำไยเป็นกระแสอยู่ เนื้อลำไยทะลักออกมา อย่างงานที่แล้ว Upskill & Reskill ขายดีมาก ชวนมารอบนี้เขาตอบตกลงทันทีเพราะเดือนที่แล้วขายดีจริงๆ” น.ส.กรชุลี กล่าว

น.ส.กรชุลีกล่าวว่า อยากให้ทุกคนที่มาเที่ยวสนุกในงานได้ชิมเหมือนกันด้วย มาสนุกสนาน มารับรส ลองอาหารยุคสร้างชาติว่าจะเด็ดประมาณไหน จะมีเซกชั่น เมนูสร้างชาติ ราษฎรยุค 2475 สมมติว่าเราฟังจนอินจากตรงนั้นแล้ว ก็สามารถออกมาชิมผัดไทยโบราณต่อได้ด้วย จริงๆ แล้ว เรื่องวัฒนธรรมการกิน กับยุค 2475 และเส้นทางเศรษฐี มีจุดเชื่อมโยงกันในเรื่องของอาหาร วัฒนธรรมการกินอาหารในไทย มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยครั้งนี้เราจะเน้นไปที่ยุค 2475 ซึ่งเป็นยุคสร้างชาติ ที่แน่นอนว่าวัฒนธรรมการกินไม่เหมือนปัจจุบัน แต่จะมีเมนูที่ถูกส่งต่อกันมาในยุคนี้ ที่เราเห็นได้ชัดคือก๋วยเตี๋ยว เป็นอาหารที่เส้นทางเศรษฐีให้ความสนใจเป็นพิเศษ ถือเป็นอาหารสร้างชาติในยุคของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ส่งเสริมให้คนไทยหันมาบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพพลานามัย

“อีกอย่างที่สัมพันธ์กันคือ ณ ช่วงนั้นมีปัญหาเงินเฟ้อ เศรษฐกิจตกต่ำ ทางรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยง ไม่ว่าจะเลี้ยงหมู ไก่ไข่ เป็ด ปลา เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบต่อยอดเป็นอาหาร อย่างก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ที่มีโภชนาการครบเช่นเดียวกัน เราจึงคัดเลือกเมนูและร้านอาหารมาให้ทุกคนที่ร่วมงานได้ชิมและได้ทำความรู้จักกับรูปแบบอาหารในยุคนั้น ที่นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีความเข้าใจว่าส่งต่อมาจนถึงยุคปัจจุบันอย่างไร ด้วย” น.ส.กรชุลีกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งาน สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล “๒๔ มิถุนาฯ วันมหาศรีสวัสดิ์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 มิถุนายน เวลา 10.00-20.00 น. ได้ที่มติชนอคาเดมี ถ.เทศบาลนิมิตใต้ ซ.12 ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เข้าฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย เดินทางสะดวกด้วยรถโดยสารสาธารณะ และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สถานีวัดเสมียนนารี สอบถามโทร.0-2954-3977-84 ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกกรรมสามารถลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ http://www.matichonevent.com/24june/และติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก Silpawattanatham – ศิลปวัฒนธรรม และเว็บไซต์ www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...