โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ชี้ช่องรวย แนะอาชีพเลี้ยง “ตะพาบน้ำ” ในบ่อซีเมนต์ สร้างรายได้หลักแสน

ชี้ช่องรวย

อัพเดต 28 เม.ย. 2566 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2566 เวลา 04.00 น. • ชี้ช่องรวย

“ตะพาบ” ถือเป็นสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่มีคนให้ความนิยมเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีคนให้ความสนใจเพาะเลี้ยงขาย ด้วยความที่ว่าตะพาบเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายตายยาก สามารถอยู่อาศัยได้ทุกสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะตะพาบน้ำพันธุ์ไทยที่มีอายุยืนเป็นสิบๆ ปี น้ำหนักตัวอาจสูงถึง 100 กิโลกรัม ที่สำคัญราคาจำหน่ายดีอีกด้วย น้ำหนักอยู่ที่ 800 กรัม ถึง 1 กิโลกรัม ต่อตัว ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 220 บาท

วันนี้ ชี้ช่องรวย จึงอยากจะมาแนะนำวิธีการเลี้ยง ตะพาบน้ำ สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ทราบกันว่าจะต้องทำอย่างไร และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

การเลือกสถานที่เลี้ยงตะพาบน้ำ ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกสถานที่เลี้ยงตะพาบน้ำ

1. ต้องเป็นน้ำจืดสามารถถ่ายเทน้ำได้สะดวก
2. บ่อเลี้ยงควรเป็นบ่อดินหรือมีโคลน
3. บ่อเลี้ยงตะพาบควรเป็นบริเวณที่มีความเงียบสงบ
4. ไม่ควรอยู่ใกล้กับโรงงานอุตสาหกรรมหรือแหล่งชุมชน
5. การคมนาคมสะดวกและใกล้แหล่งของตลาด
6. บ่อเลี้ยงตะพาบอยู่ใกล้บริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

บ่อเลี้ยงตะพาบน้ำ แบ่งออกได้ 3 ลักษณะ คือ

1. บ่อพ่อแม่พันธุ์
2. บ่อเลี้ยงตะพาบส่งตลาด
3. บ่ออนุบาล

บ่อพ่อแม่พันธุ์ ถ้าผู้เลี้ยงจะเลี้ยงตะพาบเพื่อจำหน่ายเป็นตะพาบเนื้อ บ่อพ่อแม่พันธุ์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสร้าง แต่ถ้าจะเลี้ยงแบบต่อเนื่องหรือครบวงจรแล้ว บ่อพ่อแม่พันธุ์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่เราเพาะลูกตะพาบได้ เองจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตได้อย่างแน่นอน บ่อเลี้ยงตะพาบจะแบ่งออกเป็น3 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่อาศัย ส่วนที่ให้อาหารและที่สำหรับวางไข่ แล้ว บ่อพ่อแม่พันธุ์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่เราเพาะลูกตะพาบได้ เองจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตได้อย่างแน่นอน บ่อเลี้ยงตะพาบจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่อาศัย ส่วนที่ให้อาหาร และที่สำหรับวางไข่

ตะพาบน้ำจะอาศัยอยู่ทุกบริเวณของพื้นที่ในบ่อเลี้ยง บ่อเลี้ยงควรมีผนังบ่อเป็นคอนกรีตให้สูงประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อป้องกันตะพาบหลบหนี และผนังคอนกรีตควรเทคอนกรีตลึกลงไปในดินอีกประมาณ 70 เซนติเมตร เพื่อป้องกันตะพาบขุดดินหนี ส่วนพื้นที่บ่อควรเป็นดินเหนียวขนาดของบ่อเลี้ยง ตะพาบน้ำพ่อแม่พันธุ์ไม่มีการกำหนดพื้นที่ตายตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนพ่อแม่พันธุ์

ส่วนที่ให้อาหาร ควรมีความสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งจะสร้างให้อยู่ภายในบริเวณที่อยู่อาศัยนั่นเองเหตุที่จะต้องสร้างที่ให้อาหารโดยเฉพาะก็เพราะว่าตะพาบน้ำชอบอาศัยในบ่อที่มีความสะอาด น้ำไม่เน่าเสีย ถ้าให้อาหารภายในบ่อโดยตรง โดยที่ไม่มีบริเวณที่ให้อาหารจะทำให้เศษอาหารที่เหลือเน่าเสีย และทำให้น้ำเสียเร็วขึ้น ทั้งยังทำให้ตะพาบเจริญเติบโตช้าไม่แข็งแรงอาจเกิดโรคได้

บริเวณที่ให้อาหาร อาจสร้างเป็นเนินลาดชันไปจากตัวบ่อและวาง อาหารไว้บนเนิน หรือสร้างคันเตี้ย ๆ กั้นระหว่างที่วางอาหารกับส่วนที่อยู่อาศัยให้แยกจากกันเพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารเหลือตกลงไปในบ่อทำให้น้ำเน่าเสีย

โรงเรือนเพาะฟักไข่ตะพาบน้ำ อาจจะสร้างไว้ภายในบ่อพ่อแม่พันธุ์หรือแยกส่วนออกไปต่างหากก็ได้ บริเวณฟักไข่จะทำเป็นคอกคอนกรีตรูปสี่เหลี่ยมขนาด 2 x 4 เมตร มีความสูงประมาณ 50เซนติเมตร อาจจะใช้อิฐบล็อกกั้นเป็นผนังบ่อก็ได้ โดยปรับพื้นบ่อให้เรียบ แล้วนำทรายน้ำจืดที่สะอาดใส่ลงไปให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อเตรียมไว้ฝังไข่ภายในบ่อฟักไข่ใช้อ่างน้ำดินเผาขนาดปากกว้างประมาณ 12 นิ้ว หรือก่อเป็นอ่างปูนกว้างประมาณ15-20 นิ้ว ฝังไว้ให้เสมอกับพื้นทรายเป็นระยะ ๆ ทใส่น้ำให้เต็ม เพื่อเตรียมไว้ให้ลูกตะพาบน้ำลงไปในอ่างหลังจากฟักออกจากไข่

โรงฟักไข่หรือคอกฟักไข่ จะต้องสร้างหลังคาคลุมไว้เพื่อป้องกันฝนซึ่งจะทำให้ทรายมีความชื้นมากเกินความจำเป็น และควรกั้นผนังโดยรอบเพื่อป้องกันศัตรูที่จะมากินไข่ตะพาบน้ำได้ คอกฟักไข่ออกแบบได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่

บ่อเลี้ยงตะพาบน้ำส่งตลาด

บ่อขุนตะพาบน้ำมีไว้เพื่อเลี้ยงตะพาบที่คัดออกจากบ่ออนุบาล แล้วนำมาเลี้ยงจนถึงขนาดที่จะส่งขายได้ ซึ่งต้องใช้เวลาตั้งแต่ 8-12 เดือน ก็จะได้ น้ำหนักตัวประมาณ 6 ขีด -1 กิโลกรัมได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ บ่อขุน ตะพาบน้ำนั้นมีลักษณะการสร้างบ่อเป็นแบบเดียวกับพ่อแม่พันธุ์ แต่ความลึก อาจตื้นกว่าเล็กน้อย ส่วนเนินทรายสำหรับวางไข่ไม่มีความจำเป็น บ่อขุนตะพาบ น้ำอาจมีหลังคาพรางแสง โดยใช้ตะข่ายสีดำทำเป็นหลังคาเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ

บ่อใช้เลี้ยงตะพาบมี 2 แบบ

บ่อคอนกรีต เหมาะสำหรับสร้างในพื้นที่ที่เป็นดอนหรือดินทราย ซึ่งเก็บน้ำไม่อยู่โดยก่อสร้างบ่อคอนกรีตโบกปูนด้านล่างตลอด เพื่อกันน้ำไม่ให้รั่วซึมใส่ดินเหนียวตกแต่งให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุดแล้วใส่ผักตบชวาบางส่วน

บ่อดิน จะเป็นบ่อที่กว้าง มีความจำเป็นที่จะต้องก่ออิฐโบกปูนโดยรอบบ่อ ความสูงประมาณ 80เซนติเมตร-1 เมตร เพื่อป้องกันตะพาบหลบหนี ในบ่อควรสร้างเป็นร้านขนาดพื้นที่ 4 ตารางเมตรสามารถให้ตะพาบน้ำคลานขึ้นมาพักผ่อนได้เช่นกัน ในบ่อควรใส่ผักตบชวาเพื่อให้เป็นร่มเงา หรือที่สำหรับตะพาบน้ำหลบซ่อนได้

ระดับน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงตะพาบน้ำ บ่ออนุบาลตะพาบน้ำควรมีระดับ น้ำประมาณ 20 เซนติเมตรบ่อเลี้ยงตะพาบเพื่อส่งออก ระดับน้ำประมาณ 40-80 เซนติเมตร

อัตราการปล่อยตะพาบน้ำลงบ่อ บ่อพ่อแม่พันธุ์ปล่อยในอัตรา 3-5 ตัว/ตารางเมตร ขนาดตะพาบน้ำฟักออกจากไข่ได้ประมาณ 3 วัน ปล่อยในอัตรา 50 ตัว/ตารางเมตร ตะพาบน้ำอายุได้ 2 เดือน ปล่อยในอัตรา 20 - 25 ตัว/ตารางเมตร ตะพาบน้ำอายุได้ 6 เดือน ปล่อยในอัตรา 3 – 5 ตัว/ตารางเมตร อัตราการเจริญเติบโตของตะพาบน้ำ ตะพาบน้ำที่ฟักออกจากไข่ ได้ประมาณ 3 วัน จะมีน้ำหนัก 25 ตัว/1 ขีด หรือ 250 ตัว/กิโลกรัม ตะพาบน้ำที่มีอายุได้ประมาณ 2 เดือน จะมีน้ำหนักประมาณ 0.5 ขีดตะพาบน้ำ ที่มีอายุประมาณ 4 เดือน จะได้น้ำหนักประมาณ 1 ขีด

ตะพาบน้ำอายุได้ประมาณ 6 เดือน จะมีน้ำหนักประมาณ 2 ขีด ตะพาบน้ำ อายุได้ประมาณ 7-16เดือน จะมีน้ำหนักประมาณ 3 ขีด-1 กิโลกรัม สำหรับผู้บริโภคหรือขนาดที่ตลาดต้องการ ตะพาบน้ำขนาดตั้งแต่ 4-7 ขีด ส่วนผู้ซื้อที่ ต้องการซื้อไปเป็นพ่อแม่พันธุ์ควรมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 6 ขีดขึ้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...