โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทยวันนี้ ไซด์เวย์ในกรอบ 1,200-1,230 จุด กังวลสถานการณ์ชายแดน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.39 น.

หุ้นไทยวันนี้ 25 ก.ค. นักวิเคราะห์คาดไซด์เวย์ในกรอบ 1,200-1,230 จุด ท่ามกลางความกังวลสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เริ่มยกระดับความรุนแรง ขณะที่นักลงทุนบางส่วนอาจชะลอการลงทุนหรือขายทำกำไรก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว 3 วันติดต่อกัน

นักวิเคราะห์แนะติดตามความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน รวมถึงรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2568 ของกลุ่ม real sector และหุ้นขนาดใหญ่ หากผลประกอบการต่ำกว่าคาด อาจกดดันให้เกิดแรงขายเพิ่มเติมในตลาดได้ป

25 กรกฎาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งตัวไซด์เวย์/พักฐาน ในช่วงก่อนวันหยุดยาวเพื่อติดตามระดับภาษีศุลกากรที่ไทยได้รับและประเด็นความขัดแย้งกับ กัมพูชา ประเมินแนวรับไม่ควรหลุดต่ำกว่าที่ 1,200/1,190 หากยังเป็นการแกว่งตัวขึ้น ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 1,228-1,230/1,240 มองเงินทุนยังไหลเข้าเอเชีย

โดยวานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิใน SET อีก 1.6 พันล้านบาท ส่วนนึงมาจากคาดหวังว่าภาษีศุลกากรสหรัฐฯ จะมีข้อสรุปก่อนเส้นตาย 1 ส.ค. นี้

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นเช้านี้คาดดัชนีแกว่งไซด์เวย์ถึงอ่อนตัวลง จากความกังวลสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยกระดับความรุนแรง และบ้านเรากำลังเข้าช่วงหยุดยาวอีกครั้งจึงอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงออกมาก่อน รวมทั้ง ความคืบหน้าการเจรจาการค้า ซึ่งเป็นความหวังที่ทำให้หุ้นไทยปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ชัดเจน ขณะที่เส้นตายใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จึงต้องจับตาว่าไทยจะได้ข้อสรุปกับสหรัฐอย่างไร

ในส่วนของวันนี้ แนะนำให้ติดตามรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/68 ในหุ้นกลุ่ม real sector โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ เช่น PTTEP และ DELTA ช่วงเย็นวันนี้ หากออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดก็ต้องระวังแรงขายเป็นพิเศษ โดยให้กรอบแนวรับแรก 1,205-1,200 จุด แนวรับถัดไป 1,190 จุด และแนวต้าน 1,230 จุด

บล.พาย ประเมิน SET เข้าสู่ช่วงของการพักตัวในกรอบ 1,200 – 1,220 ภาพรวมตลาด Price In ปัจจัยด้านเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับนานาประเทศไปในระดับนึงประกอบกับก่อนหน้าตลาดหุ้นไทยฟื้นขึ้นมาจากจุดต่ำสุดราว 14% ขณะที่ตลาดหุ้นโลกก็เริ่มเคลื่อนไหวนิ่งๆ (Dow Jones -0.7% S&P500 +0.07%) ประกอบกับในประเทศเผชิญกับความไม่สงบระหว่างไทยกับกัมพูชาที่อาจสร้างแรงกดดันเชิงจิตวิทยาต่อการลงทุนในหุ้นไทย (ในระยะสั้น)

อย่างไรก็ตามสำหรับปัจจัยกัมพูชาและไทยนั้นเราเชื่อว่าไม่มีผลอย่างมีนัยยะในระยะกลางต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจไทยไม่มีการอิงกับกัมพูชาอย่างมีนัยยะ การส่งออกไปกัมพูชาคิดเป็นประมาณ 3.1% ของส่งออกไทยรวมทั้งหมด

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ คิดเป็นเพียง 1.6% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย แต่อย่างไรก็ตามอาจมีผลกับบริษัทที่มีรายได้ในกัมพูชา อาทิ CBG (15% รายได้รวม) , SAV ที่มีรายได้หลักในกัมพูชา ส่วนเมื่อวานที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าส่งออกประจำเดือน มิ.ย. พบว่าขยายตัว 15.5%YoY แย่กว่า Bloomberg Consensus คาดการณ์ที่ 18.3%YoY

อย่างไรก็ตามการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 หากไม่รวมสินค้าเกี่ยวข้องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวได้ 15.6%YoY ปัจจัยหนุนมาจากการชะลอมาตรการภาษีของสหรัฐฯทำให้ผู้นำเข้าเร่งการนำเข้าสินค้าจากไทยมากขึ้นเพื่อปิดความเสี่ยงด้านราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนเติบโตได้ดีตามการเติบโตของอุตสาหกรรม Digital สำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่ขยายตัวได้แก่ ไก่สดแช่แข็ง +16%YoY อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (-1.5%YoY) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+57%YoY) เครื่องจักรและส่วนประกอบ (+16%YoY) ประเมินเป็นบวกกับหุ้น DELTA HANA GFPT TFG

ส่วนต่างประเทศเมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯยอดขายบ้านมือหนึ่งต่ำกว่าตลาดคาด , ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานดีกว่าตลาดคาดและ PMI ภาคผลิตที่ต่ำกว่าตลาดคาด ปัจจัยติดตามคืนนี้ได้แก่คำสั่งซื้อสินค้าคงทน Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ -10%MoM ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนระยะสั้นอาจเลือกทยอยทำกำไรบางส่วนเนื่องด้วยตลาดที่ปรับขึ้นมาและปัจจัยพื้นฐานยังไม่สะท้อนมากนัก ยังไม่เห็นการปรับประมาณการกำไรตลาดขึ้นหรือแม้กระทั่งเศรษฐกิจ ขณะที่หุ้นไทยเริ่มเข้าสู่ช่วง Valuation ไม่ถูกเท่าใดนัก (Forward PE 13.5x)

อย่างไรก็ตามนักลงทุนระยะสั้นที่รับความเสี่ยงได้อาจเลือก Trading ในหุ้นที่มีปัจจัยหนุน อาทิ นิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA) ส่งออก (ITC TU) รอปัจจัยหนุนเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ กลุ่ม Defensive (BDMS) ปัจจัยหนุนความไม่สงบระยะสั้นจากไทยและกัมพูชาอ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...