โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เกิดอะไรขึ้น AMATA-WHA หุ้นนิคมฯ กอดคอร่วง

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 เม.ย. 2568 เวลา 01.12 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2568 เวลา 01.06 น. • The Bangkok Insight

เกิดอะไรขึ้น AMATA-WHA หุ้นนิคมฯ กอดคอร่วง มุมมองนักวิเคราะห์ หุ้นลงแรงเป็นวิกฤติ หรือโอกาส

ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยกำลังแกว่งตัวอย่างผันผวน พบว่ามี 2 หุ้นยักษ์ใหญ่วงการนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA และ WHA กลับกลายได้รับสนใจจากนักลงทุน ด้วยการร่วงลงของราคาหุ้นอย่างน่าตกใจในช่วงเดือนที่ผ่านมา จนทำให้หลายคนสงสัย แล้วถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นซึ่งเป็นเบอร์ต้น ๆ ของวงการนิคมอุตสาหกรรมในไทย

AMATA หรือ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนาและบริหารนิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ มีโครงการหลักในไทยอย่างอมตะซิตี้ชลบุรี และอมตะซิตี้ระยอง อีกทั้งยังขยายการลงทุนไปยังประเทศเวียดนามและลาว เน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับโลกที่ต้องการย้ายฐานการผลิตมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

WHA หรือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลายกว่าเล็กน้อย ประกอบด้วย 4 แกนหลัก ได้แก่ ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม, ธุรกิจโลจิสติกส์ (คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า), ธุรกิจพลังงาน และธุรกิจดิจิทัล แถมยังมีพันธมิตรระดับโลกที่เข้ามาลงทุนร่วมด้วยหลายราย โดยเฉพาะจากประเทศจีน

ทั้งสองบริษัทถือเป็นประตูสำคัญที่รองรับการย้ายฐานการผลิตจากประเทศต่างๆ เข้ามาสู่ไทยในยุคหลังโควิด และเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

นิคมฯ

ราคาหุ้นร่วงแรงจนชวนตกใจ

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น AMATA ปิดตลาดวันทที่ 11 เมษายน 2568 ที่ระดับ 13.30 บาทต่อหุ้น ลดลง 40.62% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา และลดลง 52.50% นับตั้งแต่ต้นปี

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น WHA ปิดตลาดวันทที่ 11 เมษายน 2568 ที่ระดับ 2.60 บาทต่อหุ้น ลดลง 28.96% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา และลดลง 52.29% นับตั้งแต่ต้นปี

จะเห็นว่าราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทได้ปรับลดลงรวดเร็วมากในปีนี้ นี่ไม่ใช่การปรับฐานปกติ แต่น่าจะเป็นแรงขายเชิง Panic ที่มากับข่าวลบชุดใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องของภาษีระหว่างประเทศจากสหรัฐอเมริกาที่ตลาดเรียกกันว่า Trump Tariff 2.0 โดยได้ประกาศนโยบายภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) จัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศที่เก็บภาษีสินค้าสหรัฐ ในอัตราที่สูง

มุมมองนักวิเคราะห์ หุ้นนิคมฯลงแรง เป็นวิกฤติ หรือโอกาสเข้าสะสม

บทวิเคราะห์ บล. ทิสโก้ มองภาพใหญ่ไว้อย่างน่าสนใจว่าการปรับตัวลดลงของราคาหุ้น AMATA และ WHA ในรอบล่าสุด สะท้อนความกังวลล่วงหน้าของตลาดเกี่ยวกับกระแสการลงทุนในอนาคตที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐ

นิคมฯ

โดยเฉพาะ AMATA ที่มีโครงการในประเทศลาว ซึ่งอาจได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศไทย เนื่องจากภาษีศุลกากรในลาวสูงกว่า จึงทำให้นักลงทุนกังวลว่าฐานการผลิตที่เคยวางแผนไว้ในลาว อาจถูกเลื่อนหรือลดขนาดลง ส่งผลต่อความคาดหวังรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม โครงการในลาว ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และยังไม่มีการสร้างยอดจองที่เป็นนัยสำคัญในปีนี้ ดังนั้นผลกระทบจึงเป็นเพียงความรู้สึกเชิงจิตวิทยามากกว่าผลกระทบจริงในเชิงงบการเงิน

หนึ่งในปัจจัยที่ควรพิจารณาอย่างรอบด้านคือ สัดส่วนลูกค้าจีนที่เข้ามาลงทุนในนิคมฯ ของไทย โดย AMATA มีลูกค้าจากจีนมากกว่า 80% ขณะที่ WHA อยู่ที่มากกว่า 65% เพราะไทยถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการย้ายฐานการผลิต

นิคมฯ

ทั้งนี้ แม้ในระยะสั้น นักลงทุนอาจไม่สบายใจต่อความไม่แน่นอนของ Trump Tariff และแรงขายกดดันราคาหุ้น แต่หากมองจากพื้นฐานระยะยาว ยังมีปัจจัยสนับสนุนอยู่มาก อาทิ
ยอด Backlog ของทั้ง AMATA และ WHA ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ กิจกรรมของลูกค้าในนิคมฯ ส่วนใหญ่ไม่ได้พึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐ โดยตรงยอดขายที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าสหรัฐ มีสัดส่วนน้อยกว่า 10% ต้นทุนการพัฒนาโครงการในไทยยังแข่งขันได้ดี เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค

บล. ทิสโก้ จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ AMATA ที่ราคาเป้าหมาย 35.00 บาทต่อหุ้น และ WHA ที่ราคาเป้าหมาย 4.90 บาทต่อหุ้น แม้ว่าจะยังมีความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตาความไม่แน่นอนของยอดจองล่วงหน้า ซึ่งอาจชะลอตัวหากความกังวลยืดเยื้อ

สุดท้ายนี้ การร่วงแรงของหุ้นนิคมฯ อย่าง AMATA และ WHA อาจดูน่ากังวลในช่วงสั้นๆ แต่ในระยะยาว หากไทยยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการย้ายฐานการผลิตจากจีน และโครงการในมือยังมีคุณภาพ ก็อาจเป็นจังหวะสะสมสำหรับนักลงทุนสาย Value ที่มองไกลกว่าข่าวร้ายชั่วคราว ล่าสุดทรัมป์ก็เพิ่งประกาศเลื่อนการจัดเก็บภาษีในประเทศต่างๆ (ยกเว้นจีน) ออกไป 90 วัน ถือเป็น Sentiment เชิงบวกในระยะสั้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...