โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กทม.เผยความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายเหตุอาคารสำนักงาน สตง. ถล่มจากแผ่นดินไหว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 04 พ.ค. 2568 เวลา 05.46 น.

กทม.เผยความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายเหตุอาคารสำนักงาน สตง. ถล่มจากแผ่นดินไหว เผยเจาะถึงชั้นใต้ดินแล้วกว่าครึ่ง ย้ำทำต่อจนกว่ามั่นใจไม่มีผู้รอดชีวิตเหลือ

วันที่ 4 พ.ค. 2568 นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหายจากเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในเขตจตุจักร ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่สามารถเปิดพื้นที่ค้นหาได้แล้วในหลายโซน โดยยังคงมีจุดเสี่ยงที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง

ในโซน D เจ้าหน้าที่สามารถเปิดถึงพื้นชั้นหนึ่งได้ครบทั้งหมดแล้ว ขณะที่โซน C2 และ C3 ซึ่งอยู่บริเวณทางเชื่อมระหว่างอาคารหลักกับอาคารจอดรถด้านหลัง ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นชั้นใต้ดินได้ เนื่องจากซากอาคารถล่มลงมากดทับ ทำให้ความสูงจากพื้นชั้น 1 ถึงพื้นชั้นใต้ดินเหลือเพียงไม่ถึง 1 เมตร จากเดิมที่ชั้นใต้ดินมีความสูงถึง 4 เมตร โดยขณะนี้เหลืออีกประมาณ 50 เซนติเมตร ก็จะสามารถเข้าถึงพื้นของชั้นใต้ดินได้

บริเวณปล่องลิฟต์ ทีมสอบสวนคดีชุดเก็บหลักฐาน ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว และขอให้สงวนพื้นที่บางส่วนไว้เพื่อการเก็บหลักฐาน ขณะเดียวกันมีแผนเปิดพื้นที่เพิ่มเติมบริเวณโถงลิฟต์หน้า-หลัง ที่อยู่ห่างจากอาคารจอดรถประมาณ 2 เมตร เพื่อลงไปให้ถึงพื้นชั้นล่างเช่นกัน

ในส่วนของโซน A4 จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่กู้ภัย USAR ที่ได้ค้นพบทางเข้าใต้พื้นโซน D4 ซึ่งเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ว่างกว้างประมาณ 10 × 15 เมตร และมีความสูงประมาณ 4 เมตร สามารถมุดเข้าไปได้ เมื่อเคลื่อนตัวเข้าไปในระนาบเดียวกับผนังกั้นดินด้านหน้า พบว่ามีคราบน้ำเหลืองและแมลงวัน ซึ่งเป็นจุดต้องสงสัยว่าอาจมีผู้สูญหายติดอยู่ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเปิดซากอาคารบริเวณนี้ให้ถึงชั้นใต้ดินส่วนนี้ด้วย

นายสุริยชัยเปิดเผยว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นงานหนัก ใช้เวลานาน และต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะภาคเอกชน ซึ่งได้ส่งเครื่องจักรหนัก เช่น รถหัวเจาะ มาช่วยดำเนินการต่อเนื่อง และบางส่วนถอนกำลังไปแล้วเนื่องจากมีภารกิจอย่างอื่น ปัจจุบันมีเครื่องจักรใช้งานอยู่ประมาณ 6 คัน หากมีเครื่องเสีย ก็ยังมีสำรองหมุนเวียนใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่คือการตัดผ่าเศษเหล็กและเสาโครงสร้างที่ยังมีความสมบูรณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการตัดด้วยระบบแก๊สและการเจาะดึงด้วยแบคโฮ ทั้งนี้ หากสามารถเปิดพื้นที่โซน C2 และ C3 ได้ภายในวันนี้ ก็จะถือว่าเปิดพื้นที่ได้แล้วมากกว่าครึ่งหนึ่งของอาคารที่พังถล่ม

ด้านตัวเลขผู้สูญหายล่าสุด ณ เวลา 18.00 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 มีผู้ประสบภัยรวม 103 ราย เสียชีวิตแล้ว 86 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และยังคงอยู่ระหว่างการติดตามอีก 8 ราย โดยทาง กทม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะไม่ยุติภารกิจจนกว่าจะสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีผู้ติดค้างอยู่ภายในซากอาคารอีก

สำหรับยอดผู้สูญหาย เมื่อวานได้หารือกับพนักงานสอบสวน ถึงข้อมูลที่แท้จริงว่ามียอดผู้สูญหายไปเท่าไหร่ หากพบผู้สูญหายครบ 103 ราย แล้วเลิกภารกิจก็มีความเสี่ยงในการทิ้งผู้สูญหายไว้ เป้าหมายคือการช่วยนำผู้ที่ติดอยู่ในซากตึกออกให้หมด จึงต้องมีการทำงานต่อจนกว่าจะไม่มีใครติดค้างอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจนว่าไม่มีใครติดค้างอยู่ โดยในในช่วงบ่ายวันนี้ จะมีการประชุมหารือเรื่องนี้กันอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่จึงต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของการค้นหาและการเก็บหลักฐาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างปลอดภัย ครอบคลุม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...