24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 เมษายน 2568
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 เมษายน 2568
>> อุบัติเหตุหมู่ รถกระบะ, รถขนถ่ายการเกษตร, รถพ่วง มีผู้เสียชีวิต จ.อุตรดิตถ์
06.30 น. รับแจ้งจาก สมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ มีอุบัติเหตุรถกระบะ, รถขนถ่ายการเกษตร, รถบรรทุก ชนกันและมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนทางหลวงหมายเลข 11 เส้นทางพิษณุโลก - อุตรดิตถ์ ใกล้เคียงแยกไฟแดงชำบอน ในพื้นที่ บ้านชำบอน ต.นายาฃ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน สมุทรสงคราม สภาพพังเสียหายทั้งคัน และอาหารทะเลที่บรรทุกมาด้วย ตกกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน ห่างออกไป พบรถขนถ่ายการเกษตร สีเขียว ป้ายทะเบียน อุตรดิตถ์ สภาพหน้ารถพังซ้ายพังเสียหาย และพบรถพ่วง อีซูซุ สีเขียว ป้ายทะเบียน พะเยา จอดอยู่ข้างทาง
จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 3 ราย ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.พิชัย และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 75 ปี ภูมิลำเนา อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาอิน
>> ไฟไหม้ในห้องพัก บนแฟลตย่านประชาสงเคราะห์ซอย 11 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
10.59 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ อาคารเคหะดินแดง แฟลตขวาง 2 ไม่มีเลขที่ ซอยประชาสงเคราะห์ 11 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 5 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้อง ที่ชั้น 4 เพลิงลุกไหม้เสียหายหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ตู้เย็น ลุกลามฝาผนัง พื้นที่พลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้พัดลมระบายควันและความร้อนในที่เกิดเหตุ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ขณะที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดขอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสาร
>> ป.ป.ส. เผย ศาลพิพากษา ประหารชีวิต ตัวการใหญ่ค้ายาเสพติดข้ามชาติ
13.35 น. พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมแถลงผลคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต นายอ่อง กิม วาห์ สัญญาติมาเลเซีย นักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ
โดย พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ กล่าวว่า นายอ่อง กิม วาห์ ถูกจับกุมเมื่อปี 2566 หลังหลบหนีไปกบดานใน สปป.ลาว นานกว่า 17 ปี จากคดีร่วมจับกุมผู้ต้องหา 7 คน พร้อมไอซ์น้ำหนัก 998 กิโลกรัม ที่ จ.ราชบุรี ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2568 โดยนายอ่อง กิม วาห์ ถือเป็นนักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญระดับตัวการใหญ่ มีค่าหัวนำจับสูงถึง 1 ล้านบาท และยังเป็นผู้มีบทบาทหลักในการประสานงานซื้อขายยาเสพติดจากแหล่งผลิตในสามเหลี่ยมทองคำเชื่อมโยงเครือข่ายในหลายประเทศ เช่น ไทย มาเลเซีย จีน สิงคโปร์ และ สปป.ลาว ก่อนลักลอบส่งออกไปยัง มาเลเซีย ไต้หวัน และออสเตรเลีย
นอกจากนี้ ยังดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายอ่อง กิม วาห์ ทั้งในประเทศไทยมูลค่ากว่า 85 ล้านบาท และในประเทศมาเลเซีย อีกกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ทั้งนี้ การจับกุมนายอ่อง กิม วาห์ เป็นผลจากโครงการประกาศสืบจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ โดยในปีงบประมาณ 2568 ตั้งเป้าจับกุมผู้ต้องหา 200 ราย ขณะนี้จับได้แล้ว 29 ราย และมีการจ่ายเงินรางวัลนำจับรวมกว่า 10.8 ล้านบาท
>> นายกฯ สั่งทุกกระทรวงเร่งสร้างความเชื่อมั่นหลังเหตุแผ่นดินไหว พร้อมเดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์
14.20 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/68 โดยได้มอบนโยบายให้ทุกภาคส่วนเร่งสืบสวนเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างเต็มที่ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นเรื่องการท่องเที่ยว ให้ชาวต่างชาติมั่นใจว่ายังเป็นเดือนที่มีความสนุกสนานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในมิติอื่น ๆ ให้เดินหน้าต่อไปได้
นายกฯ ยังกล่าวถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว และ การสนับสนุนการลงทุนขนาดใหญ่ของไทย เช่น Entertainment Complex โดยเน้นย้ำว่า ไม่ใช่กาสิโน มีเพียง 10% ของพื้นที่เท่านั้น ส่วนที่เหลือจะประกอบด้วยโรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ซึ่งจะช่วยสร้างงาน เพิ่มรายได้ให้คนไทย พร้อมขอให้หัวหน้าส่วนราชการช่วยกันสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่า โครงการนี้ไม่ได้จะเปลี่ยนให้ประเทศไทยเป็นประเทศกาสิโน แต่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศ
>> คนร้ายก่อเหตุ วิ่งราวทรัพย์ ริมถนนเพชรบุรี ก่อนขับขี่รถ จยย.หลบหนี
15.33 น. รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 สังเกตคนร้ายชาย 1 คน สวมเสื้อสีเทา กางเกงขาสั้น ขับรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบรายละเอียด ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหาย เหตุเกิดปากซอยเพชรบุรี 15 ทรัพย์สินที่ได้โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง หลังก่อเหตุคนร้ายขับขี่รถหลบหนีมุ่งหน้าแยกประตูน้ำ
ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุเกิดบริเวณปากซอยเพชรบุรี 17 คนร้ายเป็นชาย 1 คน อายุ 20-30 ปี การแต่งกายสวมเสื้อสีเทา กางเกงขาสั้น ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบรายละเอียด โดยขับมาจากด้านหลัง ก่อนจะกระชากโทรศัพท์มือถือ ซัมซุง S24 สีดำ เคสใส แล้วขับรถหลบหนีไป ผู้เสีหายแจ้งความ สน.พญาไท
>> คุมตัว "ไฮโซเก๊" ส่งศาลอาญาตลิ่งชัน คดีฉ้อโกงปี 64 ส่วนคดีใหม่จ่อโดนอีกเพียบ
16.51 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี ชายพยายามกระโดดตึก ในพื้นที่ สน.โคกคราม เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2568 ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผู้กำกับการ สน.โคกคราม เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับ นายฮอต ไฮโซเก๊ ว่า หลังได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บ อาการดีขึ้น แพทย์ให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่รวบตัวส่งส่งอาญาตลิ่งชันทันที เนื่องจากมีหมายจับของศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ไม่มาตามนัดศาล ในคดีฉ้อโกงเมื่อปี 2564 ส่วนของ สน.โคกคราม ยังไม่ได้ดำเนินคดี เนื่องจาก "คะน้า" ดาราสาวผู้เสียหาย แจ้งความคดีนี้ไว้กับตำรวจกองบังคับการปราบปราม
ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายและพยานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพฤติกรรมของไฮโซเก๊รายนี้ เข้าข่ายความผิดหลายข้อหา ทั้งเรื่องฉ้อโกง แอบอ้างเบื้องสูง ม.112 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความเผิดเกี่ยวกับการแอบอ้างแต่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์
นอกจากนี้ ตำรวจไซเบอร์ยังเตรียมออกหมายเรียก เข้าพบพนักงานสอบสวนด้วย ในกรณีที่มีการแอบอ้างว่า พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ความช่วยเหลืออดีตแฟนหนุ่ม ของ "คะน้า" เพื่อนำไปอวดอ้างว่ารู้จักกับคนใหญ่คนโต และกรณีแอบอ้างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ "คะน้า" จ่ายค่าแชมเปญ 98,000 บาท เพื่อมอบเป็นของขวัญตอบแทนให้นายกรัฐมนตรี โดยทั้ง 2 คดีนี้ พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ได้ออกหมายเรียกนายฮอต เข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 17 เม.ย.นี้
>> รวบแล้ว หนุ่มมาเลเซียชิงทรัพย์ร้านทองดังกลางเมืองหาดใหญ่ ตำรวจกองปราบตามสะกดรอยก่อนตามรวบตัวได้คาขนส่งสายใต้ใหม่
17.00 น. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายยี บุน ลง ชาวมาเลเซีย ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ในข้อหา ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน , มีอาวุธปืนไวในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
หลังเมื่อวานที่ผ่านมา เจ้าตัวได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ร้านทองไทยอุดม ร้านทองชื่อดังกลางตัวเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ทองรูปพรรณไปรวมกว่า 148 บาท มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
หลังเกิดเหตุตำรวจกองปราบ ได้ประสานข้อมูลสืบสวนร่วมกับตำรวจท้องที่ ช่วยกันสืบหาเบาะแส จนทราบว่าหลังก่อเหตุนายยี บุนลง ได้นั่งรถโดยสารเตรียมมุ่งหน้าเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ กทม. จึงกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามพื้นที่ต้องสงสัยต่างๆ ก่อนสามารถจับกุมตัว นายยี บุน ลง ได้ที่บริเวณสถานีรถโดยสารขนส่งสายใต้ใหม่ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา โดยจับกุมตัวได้พร้อมพร้อมของกลางทองรูปพรรณ 69 เส้น
สอบถามเบื้องต้น เจ้าตัวให้การรับสารภาพ ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียด ที่ กองบังคับการปราบปราม
>> ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถวพร้อมกันทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด "ท่องเที่ยวปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย มหาสงกรานต์ 2568"
17.00 น. ณ บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถวพร้อมกันทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด "ท่องเที่ยวปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย มหาสงกรานต์ 2568" โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุขรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมดำเนินการ
สำหรับภูมิภาค มีพิธีปล่อยแถวพร้อมกัน ณ จุดจัดงานสำคัญ อาทิ ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ และ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รวมกำลังพลจากตำรวจท่องเที่ยวทั้ง 32 สถานีหน่วยงานภาคีและอาสาสมัครกว่า 2,500 นาย ทั่วประเทศ
>> พายุถล่ม เลิงนกทา จังหวัดยโสธร พัดบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 17 หลังคาเรือน
18.00 น. ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และ วาตภัยในพื้นที่อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ทำให้บ้านเรือนราษฎร ร้านค้า และโกดังเก็บสินค้า ได้รับความเสียหาย นายสรพงษ์ ชายแก้ว นายอำเภอเลิงนกทา ระดมทีมงานซึ่งประกอบด้วยปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฯ สมาชิก อส. มูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่ เข้าให้การช่วยเหลือ ซ่อมแซม จัดเก็บทำความสะอาด บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย และปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ประชาชนสามารถพักอาศัยได้เบื้องต้น
โดยมีรายละเอียด คือ บ้าน ที่พักอาศัยเสียหาย จำนวน 17 หลัง ในพื้นที่ ม.1และหมู่ 3 ตำบลสามแยก และ โกดังเก็บสินค้าและโรงรถ ศูนย์ให้บริการฯ อวยชัยแทรกเตอร์ มูลค่าความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ
นายอำเภอเลิงนกทา มอบหมายให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ พร้อมกำชับ ให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชน ซอยเชิดวุฒากาศ 19 เสียหายหลังคาเรือน
18.23 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนร่วมพัฒนา ซอยเชิดวุฒากาศ 19 ถนนเชิดวุฒากาศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ใช้เป็นที่พักอาศัย
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลัง บ้านต้นเพลิงเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด จำนวน 5 หลังคาเรือน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 313 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟฟ้า ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย รายที่ 1 เป็นอาสาสมัครเพศชาย อายุประมาณ 45 ปี ได้รับบาดเจ็บจากท่อนไม้หล่นใส่ศีรษะ อาสาสมัครมูลนิธินำส่งโรงพยาบาลปากเกร็ด 2 รายที่ 2 เป็นเด็กชาย อายุประมาณ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้าย เนื่องจากหกล้ม อาสาสมัครมูลนิธินำส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดอนเมือง
>> ไฟไหม้บ้านเรือน หลังตลาดเช้าหนองหาน จนท.พร้อมรถดับเพลิง ระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิง เสียหายหลายหลัง จ.อุดรธานี
18.30 น. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณหลังตลาดเช้าหนองหาน อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเรือนอย่างรุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้ากู้ภัยสว่างเมธาฯ และอำเภอที่ใกล้เคียง ร่วมกับเทศบาลหนองหานและหน่วยงานข้างเคียง พร้อมด้วยรถดับเพลิงร่วมกันระดมหัวฉีดน้ำเข้าระงับเหตุ จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีบ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวน 4 หลังคาเรือน ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี
>> ไฟไหม้บนห้องพักแมนชั่น ซอยสุขุมวิท 81 ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ไม่ลุกลาม
19.58 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 81 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 5 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องบนที่ชั้น 2 เพลิงลุกไหม้คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ลุกลามผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง
>> เพลิงไหม้ร้านอะไหล่รถยนต์เก่า ระหว่างซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 77-79 เสียหายเกือบวอดทั้งหลัง
21.08 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ระหว่างซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 77-79 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักหลังคาเมทัลชีท ประกอบกิจการรับซื้อและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์เก่า ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่พื้นที่ว่างใกล้เคียงเพิงพักเก็บของ เพลิงลุกไหม้ตู้แช่เครื่องดื่ม ลุกลามกองยางและถังแก๊ส พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ตู้แช่เครื่องดื่ม ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ
>> หนุ่มนิรนาม ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้าข้าง บาดเจ็บสาหัส อาสากู้ภัยเร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล
21.46 น. ศูนย์วิทยุหน่วยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนพัฒนาการ ใกล้เคียงวัดเขาเสาธงทอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า ฟอร์ซ่า สีเทาหมายเลขทะเบียน ป้ายแดง สภ.ศรีราชา ลักษณะชนเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทาง ได้รับความเสียหาย และใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัส ทางอาสาสมัครเร่งช่วยเหลือปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบ เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 30 - 35 ปี ไม่พบเอกสารติดตัว
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร และจะทำการสอบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> ฝนตกหนัก หยุดปฏิบัติงานชั่วคราว การค้นหาร่างผู้สูญหายในซากตึก สตง.
23.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ตึก สตง. ถล่ม จนท.ระดมทีมปฏิบัติการค้นหาในโซน B และโซน C เริ่มค้นหา พบโพรงด้านล่างหลายจุด แต่ยังไม่พบผู้ประสบภัย
เมื่อเวลา 01.30 น. (10 เม.ย.) ทีมกู้ภัยยุตติการค้นหาชั่วคราว จากนั้นเครื่องจักรได้ทำงานต่อ
และต่อมา เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ในพื้นที่ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปได้ความยากลำบากเครื่องจักรกลจึงชั่วคราว หลังจากหยุดชั่วคราวจึงดำเนินการทำงานอีกครั้ง
>> แผ่นดินไหว บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศอินเดีย
00.15 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า เกิดเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.8 ลึก 50 กม. บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 544 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
04.30 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า เกิดเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.8 ลึก 10 กม. ในพื้นที่ ประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 193 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย