โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กอบศักดิ์ ประธานสภาตลาดทุนไทย กาง 5 เทรนด์สำคัญทางเศรษฐกิจปี 2566

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ม.ค. 2566 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2566 เวลา 07.56 น.
กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กาง 5 เทรนด์สำคัญทางเศรษฐกิจปี 2566 เชื่อเป็นปีที่แย้มประตูสู่โอกาสลงทุน หลังปีก่อนเข้าสู่หลุมหลบภัย

วันที่ 10 มกราคม 2566 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า 5 เทรนด์สำคัญทางเศรษฐกิจในปี 2566 ประกอบด้วย 1.เงินเฟ้อเข้าสู่ช่วงขาลงในประเทศต่าง ๆ แต่ระหว่างเดือนอาจจะมีความผันผวนขึ้นลงบ้างในแต่ละช่วง เช่น เงินเฟ้อสหรัฐลดลงต่อเนื่อง 5 เดือนติดต่อกัน จากระดับ 9.1% ตอนนี้ลงมาอยู่ที่ 7.1% ซึ่งยังเหลืออีก 2 ใน 3 ที่จะต้องกดเงินเฟ้อลงมาสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% สาเหตุเพราะว่าราคาน้ำมันโลกและราคาโลหะปรับตัวลง ขณะเดียวกันภาพเศรษฐกิจเริ่มชะลอลงจากเดิม ส่งผลทำให้เงินเฟ้อปรับตัวดีขึ้น

2.ดอกเบี้ยในประเทศต่าง ๆ กำลังจะเข้าสู่จุดสูงสุด แล้วคงอยู่ตรงนั้นจนถึงปลายปี 2566 เช่น ดอกเบี้ยเฟดครั้งล่าสุดชะลอการขึ้นดอกเบี้ยลงเหลือ 0.5% โดยในปี 2565 เฟดได้ขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 4.375% พร้อมส่งสัญญาณว่าในปี 2566 จะขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.75% โดยตลาดคาดการณ์ว่ารอบการประชุมเฟดช่วงต้นเดือน ก.พ. 2566 จะขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% โดยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ออกมาในช่วงกลางเดือน ม.ค.นี้ จะเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจของเฟดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% หรือ 0.5%

“เฟดน่าจะจบการขึ้นดอกเบี้ยช่วงประมาณเดือน พ.ค. 2566 และจะคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงไปอีกประมาณ 11 เดือน ทำให้ดอกเบี้ยเฟดจะลดระดับลงประมาณช่วงต้นปี 2567”

3.ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาหรือถดถอย (Recession) มาเยือนในหลายประเทศ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เคยประมาณการเศรษฐกิจโลกในปี 2566 เมื่อช่วงเดือน ต.ค. 2565 จะเติบโต 2.7% โดยคาดว่าไอเอ็มเอฟน่าจะหั่นประมาณการลงมาจากเดิม เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐน่าจะโตถอยลงจากประมาณการที่ 1% และเศรษฐกิจยุโรปน่าจะเริ่มติดลบเกือบทั้งภูมิภาค จากประมาณการที่โต 0.5% ขณะที่เศรษฐกิจลาตินอเมริกาไปได้ไม่ดี

“1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะเดียวกันจีนที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจโลกจะเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจโลกปีนี้ ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะปกติจีนเป็นหัวจักร ฉะนั้นต้องจับตามองปีนี้ว่าจะมีนัยต่อส่งออกไทยอย่างไร” นายกอบศักดิ์กล่าว

4.เศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่ (Emerging Markets) บางส่วนประสบปัญหาวิกฤต โดยอยู่ภายใต้แรงกดดัน จากราคาพันธบัตรที่มีมูลค่าต่ำ น่ากังวลใจ เช่น อียิปต์ ต้องลดค่าเงินปอนด์อียิปต์ 2 ครั้ง เกือบ 50% ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2565 เป็นต้นมา ค่าเงินปอนด์อียิปต์ยังอ่อนค่าลงเรื่อย ๆ ยังคุมสถานการณ์ไม่ได้ และศรีลังกา ที่ค่าเงินรูปีศรีลังกาอ่อนค่าลงเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากเงินเฟ้อที่สูงถึงเกือบ 57% ในปัจจุบัน

5.สินทรัพย์บางส่วนเริ่มฟื้นตัว เป็นโอกาสการลงทุน โดยในปี 2566 เชื่อว่าเป็นปีที่น่าจะใกล้ถึงจุดของการเข้าสู่การลงทุนรอบใหม่ เนื่องจากช่วงที่เกิดปัญหาหรือเข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Markets) หลังจากนั้นผลตอบแทนจะเด้งกลับแรง โดยโอกาสลงทุนจะอยู่ที่ต่างประเทศเพราะหุ้นไทยราคาไม่ค่อยตก ดังนั้นไม่อยากให้นักลงทุนพลาดโอกาส แต่อย่าซื้อ ๆ ขาย ๆ เพราะแม้ว่าซื้อแล้วราคาหุ้นตกลงเมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่ตามมาก็ถือว่าดีมากอยู่

“หากปี 2565 เป็นปีของการเข้าสู่หลุมหลบภัย ในปี 2566 จะเป็นปีที่แย้มประตูสู่โอกาส” นายกอบศักดิ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...