โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ความหมายของเวลา

The101.world

อัพเดต 02 ม.ค. 2567 เวลา 13.17 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2567 เวลา 05.18 น. • The 101 World

1

2023 เป็นปีที่ ‘พีก’ ที่สุดปีหนึ่งของสังคมไทย

มองย้อนกลับไป ใครจะกล้าคิดว่า ฉากทัศน์การเมืองไทยจะเป็นแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน – พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้ง, เพื่อไทยแพ้เลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี, การจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วแบบ (ส.ว.) พลเอกประยุทธ์เอาด้วย, คุณทักษิณกลับบ้าน, การพระราชทานอภัยลดโทษ, การได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นองคมนตรีของพลเอกประยุทธ์ และส่งท้ายปีด้วยคำถามทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญที่ทำให้หลายคนผิดหวัง

นี่ยังไม่นับการกลับประเทศไทยครั้งแรกในรอบ 27 ปีของ ‘ท่านอ้น’ – วัชเรศร วิวัชรวงศ์ ซึ่งแม้ไม่ใช่เรื่องการเมืองโดยตรง แต่ด้วยสถานะส่วนตัวก็ทำให้การ ‘กลับบ้าน’ ครั้งนี้มีความเป็นการเมืองอย่างที่สุด และเป็นการเมืองที่ยังมิอาจมีใครที่คาดเดานัยได้

“หากเราไม่ใช่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นตาตื่นใจทางการเมืองไทยมากที่สุด” บางคนพูดถึงการเมืองในปี 2023 ไว้แบบนี้

แต่เพราะเราต่างเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นตลอดปีจึงเรียกร้องพลังงานทางความคิดและอารมณ์ความรู้สึกอย่างมาก – ไม่ใช่แค่กับผู้แพ้เท่านั้น เชื่อเถอะว่าฝ่ายชนะก็สะบักสะบอมไม่ต่างกัน – ต่อให้พรรคเพื่อไทยเข้าสู่อำนาจสามารถเป็นรัฐบาลได้ก็จริง แต่ก็ต้องแลกกับการถูกด่าว่า “ตระบัดสัตย์” ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงอย่างยิ่งสำหรับการทำงานการเมือง

ยิ่งไปกว่านั้น ฉากทัศน์ทางการเมืองแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็ไม่ใช่สิ่งที่ชนชั้นนำอยากได้มากที่สุด หากเลือกได้ ชนชั้นนำไทยย่อมอยากได้รัฐบาลแบบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชามากกว่า ทว่าพวกเขาก็ต้องตระหนักถึงความจริงที่ว่า ตัวเลือกที่ดีที่สุดที่มีนั้นแพ้อย่างหลุดลุ่ยในสนามเลือกตั้งทั้งๆ ที่กุมอำนาจรัฐและรัฐราชการอย่างเข้มแข็งมาตลอดหลายปี

ในแง่นี้ รัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคเพื่อไทยจึงไม่ใช่ ‘ไพ่’ ที่ชนชั้นนำไทยอยากได้ตั้งแต่แรก หากแต่ถูกกดดันให้ต้องเลือกเล่นเกมแบบนี้

ยิ่งหากถอยมามองการเมืองในห้วงจังหวะเวลาที่ยาวขึ้น – จากวันที่คนจำนวนมากยังเชียร์รัฐประหารเมื่อ 9 ปีก่อน ถึงวันที่พรรคการเมืองที่ชูธงสู้กับกับระบอบเผด็จการ (ซึ่งหมายรวมทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย) ได้คะแนนชนะอย่างท่วมท้นในวันนี้ -การเมืองไทยเปลี่ยนไปอย่างมาก และกระแสแห่งอนาคตก็วิ่งไปทางนี้อย่างชัดเจน

บางทีเวลาก็มีความหมายแบบนี้

2

เมื่อปีใหม่มาถึง สิ่งหนึ่งที่เรามักทำเป็นประจำคือ การคาดการณ์ว่าอะไรจะเป็นหมุดหมายสำคัญของสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองไทย (และโลก) สำหรับปี 2567 โจทย์ใหญ่ที่คาดเดาได้ไม่ยากและนักวิเคราะห์การเมืองแทบทุกสำนักเห็นตรงกันคือ การจัดทำรัฐธรรมนูญ กฎหมายนิรโทษกรรม และนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต

ซึ่งทั้งหมดเริ่มปรากฏให้เห็นเค้าลางมาตั้งช่วงปลายปี 2566

ในบรรดาประเด็นใหญ่เหล่านี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และกฎหมายนิรโทษกรรม น่าจะเป็นประเด็นที่มีความแหลมคมและสร้างข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางที่สุด เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าผลลัพธ์สุดท้ายของรัฐธรรมนูญและกฎหมายนิรโทษกรรมจะมีส่วนกำหนดความเป็นไปของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่จะตามมาอีกหลายปี หรือกระทั่งหลายสิบปีข้างหน้า

คนที่ติดตามการเมืองต่างตระหนักดีว่า ‘ใจกลาง’ ของข้อถกเถียงทางการเมืองในปัจจุบันคือ การจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการเมืองไทย ซึ่งแม้จะยังไม่พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ทว่าการออกแบบคำถามประชามติที่มีแนวโน้มว่าจะไม่ให้มีการแก้ไขหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ ตั้งแต่แรก หรือข้อกังวลของรัฐบาลในประเด็นการนิรโทษกรรมคดี ม.112 ก็เป็นตัวอย่างรูปธรรมที่สะท้อนปมนี้ได้เป็นอย่างดี

ไม่นับการแก้ไข ม.112 ที่เป็นประเด็นดีเบตใหญ่กันมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง และถูกใช้ ‘อ้าง’ เป็นเงื่อนไขในการไม่ยอมให้พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ รัฐยังใช้กฎหมายเล่นงานกลุ่มที่เห็นต่างทางการเมืองอย่างรุนแรงและต่อเนื่องนับตั้งพลเอกประยุทธ์ประกาศให้นำกฎหมายมาใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2563 ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนชี้ว่า ตลอดระยะเวลาเป็นเวลาสามปีเต็มพอดี มีผู้ถูกดำเนินคดีไป 259 คน ใน 281 คดี

พูดให้ถึงที่สุด หากแก้ปมนี้ไม่ได้ ก็ยากที่สังคมไทยจะก้าวไปสู่การเมืองที่ ‘ปกติ’ มากขึ้น

นโยบายเงินดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สังคมไทยต้องจับตา

การใช้เงินงบประมาณกว่า 500,000 บาทในการแจกเงินคนโดยตรง มีโอกาสอยู่มากที่จะ ‘ได้ไม่คุ้มเสีย’ ตลอดปีที่ผ่านมาเว็บ The101.world ก็มีผลงานสื่อที่ตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์นโยบายนี้อยู่จำนวนหนึ่ง ในขณะที่ 101 PUB เองก็แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า เหตุใดนโยบายนี้จึงไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจไทยปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งคือ การเบรกนโยบายด้วยกลไกขององค์กรอิสระ อย่าง ปปช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ อย่างที่เคยทำกันมา สังคมไทยต้องช่วยกันยืนยันว่า รัฐบาลควรเดินหน้าทำนโยบายต่อไปตามที่ได้หาเสียงกับประชาชนไว้ และปล่อยให้สภาเป็นพื้นที่ของการถกเถียงเชิงนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อรัฐบาลประกาศแล้วว่าจะทำนโยบายผ่านพระราชบัญญัติ ซึ่งเป็นกระบวนการของสภาโดยแท้

กล่าวเช่นนี้ มิได้หมายความว่า ‘สภา’ เป็นกลไกวิเศษที่กลไกอื่นห้ามเข้ามายุ่ง สังคมยังควรที่จะช่วยกันตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น ส่วนนโยบายจะผิดถูก ดีแย่แค่ไหน ก็ให้รัฐบาลรับผิดรับชอบทางการเมืองตามกลไกปกติ บทเรียนที่ผ่านมาชี้ว่า การเข้ามาแทรกแซงกระบวนการเชิงนโยบายขององค์กรอิสระนี่แหละที่มีส่วนทำให้รัฐบาลรับผิดรับชอบต่อประชาชนน้อยลง

ในประเทศว่าเหนื่อยแล้ว มองออกไปข้างนอกประเทศก็ต้องพบเจอกับความวุ่นวายและซับซ้อนไม่ต่างกัน

ในภาพใหญ่ที่สุด ระเบียบโลกยังอยู่บนความไร้ระเบียบ – พื้นที่สงครามอย่างรัสเซียและยูเครนก็ยังไม่มีทีท่าจะลดความคุกกรุ่น ในขณะที่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเเอล-ปาเลสไตน์ ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า ‘สงครามร้อน’ อาจกลายเป็นความปกติมากขึ้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้บริบทของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเริ่มเห็นตรงกันแล้วว่ากำลังจะกลายเป็น ‘สงครามเย็น’ ครั้งใหม่

ควรกล่าวด้วยว่า ความ ‘ไร้ระเบียบ’ ไม่ได้หมายถึงความวุ่นวายเพียงอย่างเดียว หากแต่หมายถึงการเสื่อมถอยของระบบการเมืองโลกที่อยู่บนฐานของกติกา (rule based system) ซึ่งมีกฎหมายระหว่างประเทศและคุณค่าสิทธิมนุษยชนสากลเป็นแกนกลาง แม้จะถูกวิจารณ์เรื่องความเท่าเทียมและความเหลื่อมล้ำระหว่างชาติมหาอำนาจกับชาติขนาดเล็กอย่างหนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ระบบการเมืองที่อยู่บนฐานกติกาเป็นคุณให้กับประเทศขนาดเล็กและทรัพยากรน้อยมากกว่าความไร้ระเบียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการแก้ไขปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ ปัญหามลพิษ การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ และการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นต้น

กล่าวโดยย่อ ความเสี่ยงประเทศไทยเผชิญในระดับโลกไม่ใช่เรื่องการบอกให้ใครสักคนใดคนหนึ่งเร่งปรับตัว เพราะเอาเข้าจริงแล้ว หน่วยทางสังคมขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็น ปัจเจกบุคคล ครอบครัว หรือชุมชน ไม่สามารถรับมือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้โดยลำพัง รัฐจึงจำเป็นต้องมีบทบาทสำคัญในการจัดการความเสี่ยงผ่านการกำหนดกฎระเบียบและนโยบายสาธารณะที่เหมาะสม

คำถามคือ รัฐ (และรัฐบาล) ไทยตีโจทย์นี้อย่างไร มีศักยภาพในการทำเรื่องนี้แค่ไหน และเลือกหนทางไหนในการทำงาน

3

‘ทางที่ง่าย แต่สร้างอิมแพ็กสูง’

‘เรื่องไหนทำได้ ทำก่อน’

นี่คือหลักคิดที่เรามักจะถูกสอนอยู่เสมอ เมื่อต้องตัดสินใจเลือกว่าจะแก้ปัญหาอะไรก่อนหลัง และควรต้องใช้ทรัพยากรไปกับเรื่องไหนดี – ในการทำงานจริง นี่คือวิธีการทำงานที่ฉลาดอย่างยิ่ง และคงไม่มีใครปฏิเสธหลักคิดนี้

หากถอดรหัสกันไม่ผิด รัฐบาลพรรคเพื่อไทยในปัจจุบันก็เดินทางนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากไม่ตีโจทย์ให้ดี วิธีคิดเช่นนี้อาจนำไปสู่การหลีกเลี่ยงไม่เผชิญปัญหาที่แท้จริงด้วยเช่นกัน เพราะในการบริหารประเทศ รัฐบาลย่อมมีเรื่องที่ ‘ทำได้ง่าย’ และ ‘ทำได้ก่อน’ อยู่เสมอ

ประทีป คงสิบ สรุปการเมืองในปี 2566 ไว้อย่างแหลมคมว่า การที่ปีกอนุรักษนิยมเดินเกมทุกวิถีทางเพื่อสกัดก้าวไกลไม่ให้เป็นรัฐบาล ทั้งๆ ที่ชนะเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง ยิ่งทำให้ผู้คน ‘ตาเบิกโพลง’ มองเห็น ‘ช้างตัวใหญ่’ ที่อยู่ในห้อง

ขอขยายความอีกนิดว่า ‘ช้างตัวใหญ่’ ที่อยู่ในห้อง ไม่ได้มีอยู่แค่ตัวเดียว ‘นายทุน ขุนศึก ศักดินา’ ตัวละครเหล่านี้ยังอยู่กันครบ (แน่นอนว่า บางตัวใหญ่กว่าตัวอื่น!)

ข้อสังเกตของประทีป คล้ายกับที่ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เคยปรารภไว้ตั้งแต่ 9 ปีก่อนว่า “อะไรที่ไม่เคยเห็น ก็จะได้เห็น และอะไรที่เคยเห็น ก็อาจจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว”

จาก 2549 – 2566 เวลาได้ทำงานของมันอย่างเต็มที่ และ 2566 ได้โยนคำถามกับสังคมไทยอย่างจริงจังว่า การแกล้งมองข้ามช้างไปเพื่อทำอะไรที่ ‘ง่าย แต่อิมแพ็ก’ แบบที่ชอบอ้างกันมาเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลจริงแล้วหรือ

หรือการพูดถึงช้างอย่างตรงไปตรงมา เพื่อออกแบบ ออกแรง เพื่อสร้างห้องที่อยู่ร่วมกันใหม่นี่แหละคือ วิธีการที่ ‘ง่าย’ และ ‘อิมแพ็ก’ ที่สุดแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...