โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร.ภาค 9 ตั้งกรรมการอีกชุด เรียก 'ไสว' นักข่าวพัทลุงสอบ ไม่เครียด แต่กังวลโดนกล่าวหาเชื่อมโยง 'แป้ง'

Khaosod

อัพเดต 07 ธ.ค. 2566 เวลา 14.20 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2566 เวลา 14.20 น.

ตร.ภาค 9 ตั้งกรรมการอีกชุด เรียก 'ไสว' นักข่าวพัทลุงสอบ ปมคลิปเสี่ยแป้ง รับไม่เครียด แต่กังวลโดนกล่าวหาเชื่อมโยง 'แป้ง'

วันที่ 7 ธ.ค.66 จากกรณีเจ้าหน้าที่ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ จ.พัทลุง ซึ่งเชื่อมโยงกับ นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด สามารถตรวจยึดอาวุธปืนและกระสุนได้หลายนัด ขณะที่ นายกัมปนาท อ่อนสง สารวัตรกำนัน ต.วังใหม่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ที่ถูกศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชออกหมายจับ ข้อหา "ร่วมกันกระทำการใดๆให้ผู้คุมขังซึ่งเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาจากศาลให้ลงโทษตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปหลบหนี" ยังไม่มาพบกับพนักงานสอบสวน สภ.ตะโหมด

ขณะที่ นายพรพนม จันทรเทพ นายอำเภอป่าบอน จ.พัทลุง เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่ นายกัมปนาท ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาให้ที่พักพิง นายแป้ง ซึ่งมี นายอโนธร จิ้วตระกูล หัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครอง (ปลัดอาวุโส) นั้น ดำเนินการเป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นผู้นำท้องถิ่น ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนชาวบ้านก็ปฏิเสธที่จะพูดถึง นายกัมปนาท เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย คณะกรรมการจึงต้องเร่งแสวงหาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ในเรื่องดังกล่าวให้ได้มากที่สุด

ส่วนญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทของ นายกัมปนาท ก็ปฏิเสธที่จะให้ปากคำต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน และจากการประสานงานกับ นายพันธการต์ เพชรตีบ กำนัน ต.วังใหม่ อ.ป่าบอน เพื่อให้นำ นายกัมปนาท เข้ามอบตัวนั้น นายพันธการต์ ได้ยืนยันว่า นายกัมปนาท ออกจากพื้นที่และปิดโทรศัพท์มือถือ แม้แต่ญาติก็ไม่สามารถติดต่อได้ ในส่วนการปลดเจ้าตัวออกจากตำแหน่งก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากคดีตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุด

ต่อมา นายไสว รุยันต์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นบุคคลที่ นายแป้ง ไว้วางใจ และส่งคลิปเปิดใจมาให้ ซึ่งวันนี้ตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อเข้าตรวจสอบ เกี่ยวกับกรณีเอกสารร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงประเด็นเกี่ยวกับที่มาที่ไปของคลิปที่ นายไสว ได้มา

นายไสว ได้ออกมาเปิดเผยหลังถูกเรียกสอบปากคำนาน 2 ชั่วโมงว่า สำหรับการเรียกให้ข้อมูลในวันนี้ เป็นการเรียกของตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งเป็นคนละส่วนกับทางจเรตำรวจที่เรียกสอบไปเมื่อวันก่อน โดยคณะกรรมการดังกล่าวได้ตั้งขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เบื้องต้นแนวการตั้งคำถามจะเป็นในกรณีเรื่องที่มาที่ไปของคลิป รวมถึงรายละเอียดภายในคลิปเป็นหลัก

โดยตำรวจได้สอบถามว่า ส่วนตัวทราบถึงรายละเอียดหรือข้อมูลที่ นายแป้ง จะพูดหรือบอกกล่าวผ่านคลิปหรือไม่ ตนก็พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า เนื้อหาและข้อมูลภายในคลิปตนไม่ทราบ แต่ส่วนประเด็นหรือสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อยอมรับว่าตนก็ได้สอบถามว่าอยากทราบถึงกรณีการหลบหนีว่าเป็นเพราะอะไร แต่ในส่วนของรายละเอียดว่าเขาจะพูดหรือสื่อสารอะไรนั้นตนไม่ทราบ

ซึ่งตำรวจเองก็ไม่ได้นำโทรศัพท์ของตนไปตรวจสอบรายละเอียดถึงที่มาของคลิปหรือส่งคลิปมาจากที่ใด จะมีแค่ขอหมายเลขโทรศัพท์เท่านั้น โดยลักษณะคำถาม ก็จะเป็นแนวทางเดียวกับที่จเรตำรวจได้สอบถาม ไม่ได้มีประเด็นในกรณีชิงตัว นายจรวด แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวตนได้เข้าไปทำข่าวก็ตาม เชื่อว่าการเรียกมาสอบคงเป็นการหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องคลิปเพียงอย่างเดียว

ถามว่าส่วนตัวรู้สึกหนักใจหรือกังวลกับการที่ต้องมาให้ข้อมูลกับตำรวจหรือไม่นั้น ยอมรับว่าไม่ได้เครียดหรือกังวลกับการให้ข้อมูล เพราะส่วนตัวพูดความจริงพร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และหลักฐานที่มี รวมไปถึงความสัมพันธ์ที่ตนมีกับนายแป้ง ก็พร้อมเล่าและชี้แจงรายละเอียดได้ เพราะเพราะหากถามในมุมของสื่อมวลชนกับชาวบ้าน และคนที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ ทำข่าวก็ย่อมที่จะต้องรู้จักหรือเคยมีโอกาสพูดคุยในช่วงจังหวะที่มีการทำงาน ก็ไม่แปลกหากจะมีการตั้งคำถามว่าตนรู้จักได้อย่างไร

แม้ว่าจะไม่กังวลเรื่องของการเข้ามาให้ข้อมูล แต่ส่วนตัวก็แอบมีคิดว่าวันหนึ่งอาจจะมีการตั้งข้อหาลักษณะคล้ายญาติของนายแป้งหรือไม่ แต่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่า ด้วยข้อมูลและสิ่งที่ที่ตนพูดกับตำรวจเป็นเรื่องจริง จึงไม่น่าจะมีประเด็นในการตั้งข้อหาหรือแจ้งข้อหาเชื่อมโยงกับ นายแป้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...