โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะหุ้นเด่นรับ ‘แลนด์บริดจ์’ สะพานเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 พ.ย. 2566 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2566 เวลา 09.21 น. • The Bangkok Insight

เจาะหุ้นเด่นรับโอกาส ‘แลนด์บริดจ์’ สะพานเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท โครงการเชื่อมระหว่าง 2 ฟากฝั่งอ่าวไทย และทะเลอันดามันแบบไร้รอยต่อ นักวิเคราะห์มองหากทำได้จริงถือเป็นเรื่องที่ดี

โครงการแลนด์บริดจ์ หรือ Land Bridge คือ มหาโปรเจคการสร้างทางหลวงพิเศษ 6 ช่องจราจร และรถไฟทางคู่ราว 90 กิโลเมตร เพื่อเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทย (มหาสมุทรแปซิฟิก) กับฝั่งอันดามัน (มหาสมุทรอินเดีย) โดยจะอยู่ระหว่างบริเวณท่าเรือจังหวัดชุมพรไปจนถึงท่าเรืองจังหวัดระนอง คาดว่าจะใช้งบประมาณ 1 ล้านล้านบาท

แนวคิดโครงการแลนด์บริดจ์ มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ปี 2528 หรือกว่า 38 ปี ซึ่งวางเป้าหมายร่นระยะทางข้ามทะเลอันดามัน-อ่าวไทย ให้เป็นที่ตั้งศูนย์ธุรกิจพลังงาน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี จ้างงานในภูมิภาค และที่สำคัญคือการชิงส่วนแบ่งการขนส่งจากช่องแคบมะละกาของสิงคโปร์

ทั้งนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ ถูกหยิบมาพูดถึงอีกครั้ง หลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รื้อมาปัดฝุ่นใหม่ และนำมาบรรจุในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กระทั่งล่าสุดในยุคของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ก็ได้ประกาศที่จะผลักมหาโปรเจกต์ล้านล้านบาทนี้ต่อไป โดยมีเป้าหมายย่นระยะเวลาในการขนถ่ายสินค้า และเข้ามาลดต้นทุนขนส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการ

ว่ากันว่าหากโครงการนี้สำเร็จได้จริง จะเพิ่มมูลค่า GDP ในพื้นที่ภาคใต้จาก 2% เป็น 10% ต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 5 แสนล้านบาท จากการจ้างงาน สร้างอาชีพใหม่ ๆ ให้กับชุมชน เพราะจะสามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าได้ประมาณ 400,000 ลำต่อปี รวมทั้งมีขีดความสามารถรองรับตู้สินค้าของระนอง-ชุมพร อยู่ที่ฝั่งละ 20 ล้าน TEU

อย่างไรก็ตาม ในอีกฝั่งก็มีข้อถกเถียงในแง่ความคุ้มค่าที่ต้องทุ่มงบประมาณมหาศาล ตลอดจนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องด้วยโครงการอาจก่อความเสียหายต่อระบบนิเวศ ทำให้ปะการังทะเล ป่าชายเลนหายไป ชาวประมงไม่สามารถทำกินในพื้นที่นั้นได้อีก ยิ่งไปกว่านั้นการสร้างสะพานเศรษฐกิจยังมีการถางป่าไม้และเวนคืนที่ดินชุมชนจำนวนมาก

แต่ถ้าเราจะมองในแง่ของการลงทุน คำถามคือหากโครงการเกิดขึ้นจริง หุ้นกลุ่มไหนจะได้รับประโยชน์ และนี่ถือเป็นโครงการที่จะสร้างการเติบโตในระยะยาวได้จริงหรือไม่?

นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ เผยว่า โครงการแลนด์บริดจ์ที่เป็นการเชื่อมระหว่าง 2 ฟากฝั่งอ่าวไทย และทะเลอันดามันแบบไร้รอยต่อ หากทำได้จริงถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งที่ไม่ต้องไปอ้อมโซนด้านล่าง แต่คงต้องมีการบริหารเม็ดเงินให้ดี เพราะเป็นบิ๊กโปรเจคที่มีเม็ดเงินค่อนข้างสูงมาก

ในเบื้องต้นหุ้นที่จะได้รับประโยชน์ทางตรงคาดว่าเป็น “หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่” ขณะที่“หุ้นกลุ่มโลจิสติกส์” จะได้รับอานิสงส์ทางอ้อม ซึ่งจะเป็นอีกเฟสถัดมา เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ และใช้ระยะเวลานาน ดังนั้น หุ้นกลุ่มต่างๆ จะทยอยรับประโยชน์ตามช่วงระยะเวลาของเฟสนั้นๆ

ส่วนบล.กรุงศรี ให้มุมมองว่าการที่นายกรัฐมนตรี เร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเน้นแผนลงทุนที่สร้างความได้เปรียบดันไทยเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าและน้ำมัน นับเป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มรับเหมาฯ แนะนำหุ้น Top pick อย่างCK หรือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ SEAFCO หรือ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน)

สุดท้ายคือ บล.บัวหลวง ที่มีมุมมองคล้ายกันว่าการเร่งเดินหน้าบิ๊กโปรเจคของรัฐบาล โดยเฉพาะการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแลนด์บริดจ์ ด้วยวงเงินกว่า 1 ล้านล้านบาท จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เห็นงานก่อสร้างรอบใหม่ จึงนับส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ ทำให้อาจเห็นแรง “เก็งกำไร” เข้ามาในหุ้นกลุ่มนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...